
ตร.จับ3ทหารปลอมรีดค่าคุ้มครอง-หลอกสาว
ตำรวจจับกุม 3 ผู้ต้องหาแต่งกายเลียนแบบทหาร-แอบอ้างเบื้องสูงออกรีดเงินแรงงานต่างด้าว-วินจักรยานยนต์-หลอกลวงหญิงสาว
ตำรวจจับกุม 3 ผู้ต้องหาแต่งกายเลียนแบบทหาร-แอบอ้างเบื้องสูงออกรีดเงินแรงงานต่างด้าว-วินจักรยานยนต์-หลอกลวงหญิงสาว
เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ตำรวจกองปราบปราม และตำรวจ สน.ภาษีเจริญ ได้ร่วมกันจับกุม นายสิรภพ หรือ เสธ.ระ แสงอรุณ อายุ 50 ปี นายสมภพ หรือบอย รัตนละมัย อายุ 35 ปี และนายพงศภัค เกื้อกิจไพบูลย์ อายุ 35ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหารกรุงเทพ พร้อมของกลาง เครื่องแบบสารวัตรทหารอากาศ พร้อมเครื่องหมายยศนาวาอากาศตรี เสื้อแจ๊คเก็ตสีดำ ปักชื่อ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี 1 ตัว เสื้อแจ๊คเก็ตสีดำ ปักชื่อ “เฉพาะกิจทหารม้า เสธ.โต้ง เสธ.เพิ่มศักดิ์ รูปขจร” บัตรข้าราชการทหารอากาศ 7 ใบ คอมพิวเตอร์ จำนวน 2 เครื่อง และซีดีจำนวนหนึ่ง
พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองปราบปราม (รรท.ผบก.ป.) กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ภาษีเจริญ พร้อมด้วยนายทหารการข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้จับกุม นายสัญญา ณีวงษ์ อายุ 40 ปี ในข้อหา ใช้เอกสารปลอม หลังได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่า มีชายแต่งกายเลียนแบบทหาร เข้ามาแอบอ้างแสดงบัตรข้าราชการทหารเรียกเก็บเงินค่าแรงงานต่างด้าว
ภายหลังจับกุม นายสัญญาให้การว่าขบวนการดังกล่าวมี นายสิรภพ หรือที่รู้จักกันในนาม เสธ.ระ เป็นหัวหน้าขบวนการ อีกทั้งเคยทำงานเป็นลูกน้องคอยเก็บเงินกูให้กับ เสธ.ระ ขณะเดียวกันยังเคยได้ไหว้วานให้ นายสมภพ และนายพงศภัค ทำบัตรข้าราชการทหารปลอมให้อีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการขออนุมัติหมายจับบุคคลทั้งสามในข้อหา ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารราชการ
พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวอีกว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังจับกุมผู้ต้องหาทั้งสาม โดยสามารถจับกุม นายสมภพ ได้ภายในบ้านพัก ในชุมชนอ่างแก้ว แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ ส่วนนายพงศภัค จับกุมได้ที่บ้านพัก ในเขตบางบอน ส่วนนายสิรภพ ถูกจับกุมระหว่างหลบหนี โดยจับกุมได้บน ถ.พหลโยธิน กม.85 เขต อ.หนองแค จ.สระบุรี
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายสิรภพ ไปทำการตรวจค้นบ้านพักใน ต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนยี่ห้อ รีวอลเวอร์ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 115 นัด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบเครื่องแบบทหารอากาศ ยศนาวาอากาศตรี ,วิทยุสื่อสารแบบพกพา โดยอาวุธปืนดังกล่าว นายฐากูร แสงอรุณ พี่ชายของ นายสิรภพ รับเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินคดีกับ นายฐากูร ในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
สำหรับพฤติกรรมของขบวนการนี้จะแต่งกายเลียนแบบทหาร เข้ามาแอบอ้างแสดงบัตรข้าราชการทหารเรียกเก็บเงินค่าแรงงานต่างด้าว เก็บค่าคุ้มครองวินจักรยานยนต์ และขายสติ๊กเกอร์ เรี่ยไรเงิน ในย่านฝั่งธนบุรี แอบอ้างเป็นทหารหลอกลวงประชาชน โดยมีเหยื่อเป็นสาวๆจำนวนมาก รวมทั้งยังแอบอ้างเป็นทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นการแอบอ้างเบื้องสูง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันปลอมแปลงเอกสาราชการ สวมเครื่องแบบหรือเครื่องประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงานโดยไม่มีสิทธิเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิ และดำเนินคดีตามความผิดมาตรา 112 ข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ก่อนนำตัวส่งศาลทหารเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป







