
ประเทศไทยในฝันและ วิถีทำให้ฝันเป็นจริง (จบ)
คอลัมน์คิดเป็น เห็นต่าง ฉบับนี้ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว โดยสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ได้ทำการสอบถามและประมวลความคิดเห็นจากบริษัทเอกชนที่เป็นสมาชิกสถาบัน เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศไทย ว่า อยากเห็นประเทศไทยเป็นอย่างไรในอีก 20 ปี ข้างหน้า ในด้านประเพณีและวัฒนธรรม
คอลัมน์คิดเป็น เห็นต่าง ฉบับนี้ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว โดยสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ได้ทำการสอบถามและประมวลความคิดเห็นจากบริษัทเอกชนที่เป็นสมาชิกสถาบัน เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศไทย ว่า อยากเห็นประเทศไทยเป็นอย่างไรในอีก 20 ปี ข้างหน้า ในด้านประเพณีและวัฒนธรรม
พวกเขาเห็นว่าประเทศไทยในอนาคตจะเป็นอย่างที่อยากเห็นดังที่ได้กล่าวมาแล้วได้ ก็ต่อเมื่อประชาชนในสังคมไทยมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เลิกทำสิ่งที่ไม่ดี และหันมาทำสิ่งที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศในระยะยาว โดยพฤติกรรมไม่ดีของสังคมที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งคนไทยต้องพยายามช่วยกันแก้ไขและเปลี่ยนแปลงให้ได้ก็คือ ระบบอุปถัมภ์ ระบบเส้นสาย ที่ถือเป็นรากเหง้าหรือบ่อเกิดของปัญหาสำคัญส่วนใหญ่ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องการที่นักการเมืองที่ใช้เงินซื้อเสียงเข้ามาในสภา ปัญหาระบบเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันน้อย และไม่สร้างโอกาสให้ประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน การบังคับใช้กฎหมายที่อ่อนแอ หรือระบบข้าราชการที่ขาดประสิทธิภาพและมีปัญหาคอร์รัปชั่นมาก ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นผลผลิตโดยตรงของระบบอุปถัมภ์ที่เรื้อรังอยู่ในสังคมไทย
ระบบอุปถัมภ์เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยมานาน ซึ่งตัวระบบอุปถัมภ์เองมีทั้งส่วนที่ดีและไม่ดี แต่ในกรณีของประเทศไทยที่มีปัญหา เป็นเพราะคนไทยใช้ระบบอุปถัมภ์ที่ไม่ดีหรือในทางที่ผิดจนกลายเป็นเรื่องปกติ เช่น การกำหนดให้คนในอาณัติของตนหรือพวกพ้องเข้ามามีอำนาจในภาครัฐหรือในสังคม เพื่อแสวงหาประโยชน์แอบแฝงจนมีผลให้เกิดการกระจายทรัพยากรในระบบเศรษฐกิจที่ผิดพลาด ในปัจจุบันระบบอุปถัมภ์ได้กลายมาเป็นจุดอ่อนต่อการพัฒนาขีดความสามารถของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของระบบเศรษฐกิจการเงินโลกปัจจุบัน ที่เน้นค่านิยมในเรื่องของการแข่งขัน ความโปร่งใส เป็นธรรม มีประสิทธิภาพ และการปฏิบัติตามหลักของการกำกับดูแลกิจการหรือธรรมาภิบาลที่ดี
ถ้าสังคมไทยไม่แก้ไขในเรื่องนี้ และคนในประเทศมุ่งแต่จะใช้ระบบอุปถัมภ์ที่ไม่ดี หาประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง และพร้อมที่จะทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายและกระทบสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น สังคมไทยก็จะไม่สามารถเติบโตเป็นสังคมที่เข้มแข็งได้ เพราะพฤติกรรมการใช้เส้นสายไม่เอื้อต่อการผลักดันให้ประเทศพัฒนาไปในระดับที่สูงขึ้นเป็นสังคมที่มีคุณภาพได้
ดังนั้น เพื่อให้ประเทศไทยพัฒนาไปในทิศทางที่อยากเห็น สังคมไทยต้องพร้อมที่จะเลิกหรือหยุดการใช้เส้นสายและระบบอุปถัมภ์ที่ไม่ดี หันมาใช้ระบบความเกรงใจแต่พอดี และส่งเสริมให้ความคุ้มครองต่อการยืนหยัดเพื่อความถูกต้องในทุกระดับโดยใช้คุณธรรมเป็นเครื่องมือ ซึ่งระบบคุณธรรมจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสังคมให้ความสำคัญกับ หนึ่ง การคัดเลือกผู้นำในทุกระดับและทุกวงการที่เน้นความสามารถและความซื่อตรง สอง มีความโปร่งใสในทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำ สาม คุ้มครองผู้ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง ไม่ให้ถูกแทรกแซงจากระบอบอุปถัมภ์ที่ไม่เป็นธรรม และสี่ สร้างวัฒนธรรมสังคมที่สรรเสริญค่านิยมของความถูกต้องและความซื่อตรง
สำหรับตัวท่าน ครอบครัวของท่าน และชุมชนของท่าน จะเริ่มต้นปฏิรูปอย่างไร?
การปฏิรูปต้องเริ่มด้วยพฤติกรรมของคนทุกระดับที่ต้องปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน สร้างวินัย นิสัยและความรับผิดชอบจากครอบครัว ขยายวงไปสู่ชุมชนรอบตัว ให้คุณค่าด้านการศึกษากับทั้งบุตรหลานและบริวาร ชื่นชมคนดี ซื่อสัตย์ มีคุณธรรมความสามารถ ส่งเสริมการแสดงออกทางความคิด ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พิจารณาผลกระทบต่อผู้อื่น ให้ความเคารพตัวเองและผู้อื่น ทำให้ครอบครัวมีภูมิต้านทานต่อความชั่ว ความไม่ถูกต้อง เสริมสร้างค่านิยมที่เหมาะสมในองค์กรและครอบครัว ยึดมั่นในหลักธรรม คุณงามความดีในการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพ ปฏิเสธการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบแม้กระทั่งเรื่องที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น การให้สินบนแก่ตำรวจเมื่อทำผิดกฎจราจร รวมถึงสั่งสอนบุคคลในครอบครัวให้ยืนหยัดต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น รวมถึงการเป็นพลเมืองที่ดีและปฏิบัติตามทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงในการดำรงชีวิต
ที่สำคัญ ภาครัฐต้องสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับชุมชนที่จะตรวจสอบกำกับดูแลการให้บริการสาธารณะของราชการและหน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจที่มีผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชน เช่น เปิดให้ประชาชนสามารถเป็นกรรมการในชุมชนของตนเองในคณะกรรมการที่กำกับดูแลการทำหน้าที่ของการให้บริการภาครัฐ เช่น โรงเรียน วัด โรงพยาบาล สถานีตำรวจ องค์การบริหารส่วนตำบล และองค์กรอื่นๆ ในระดับชุมชน เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมและสร้างความผูกพันระหว่างสมาชิกและหน่วยงานราชการ
ผมเชื่อว่าความเห็นที่ IOD ประมวลจากความคิดเห็นของผู้บริหารในภาคเอกชนเกี่ยวกับอนาคตของประเทศไทย คงจะตรงกับสิ่งที่อยู่ในใจของหลายๆ ท่าน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าภาพของประเทศไทยที่พวกเราวาดฝันเอาไว้จะสามารถเกิดขึ้นได้จริง โดยอาศัยความร่วมแรงร่วมใจของเราทุกคน เพื่อร่วมผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลง และทำให้ประเทศไทยในฝันของเรากลายมาเป็นความจริงได้ในที่สุด







