
ประสารมั่นใจสปช.โหวตเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ
"ประสาร" เชื่อ สปช.ลงมติเห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ 6 ส.ค.นี้ หลังภาพรวมการอภิปรายราบรื่น
"ประสาร" เชื่อ สปช.ลงมติเห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ 6 ส.ค.นี้ หลังภาพรวมการอภิปรายราบรื่น
เมื่อวันที่ 26 เม.ย. นายประสาร มฤคพิทักษ์ กรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ 7 วันนี้ว่า เป็นการอภิปรายที่มีคุณภาพและสร้างสรรค์ ใช้ไมตรีจิตต่อกันแทนที่จะเอาชนะคานกัน นับเป็นมาตรฐานใหม่ของการอภิปรายในสภาฝ่ายกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเองก็น้อมใจที่จะรับฟังอย่างเต็มที่ ไม่มีท่าทีแข็งขืน ฝ่าย สปช.ก็ทำการบ้านมาอย่างดีและแสดงออกอย่างมีวุฒิภาวะ
อย่างไรตาม คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญยังต้องรับฟังเสียงจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เสียงของรัฐบาล เสียงจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมกันไป กับการรับฟังเสียงประชาชน ที่ยังแสดงความคิดเห็นเข้ามาหลายทิศหลายทาง
นายประสาร กล่าวอีกว่า เมื่อถึงวันที่ลงมติ ในวันที่ 6 ส.ค.นี้ ด้วยบรรยากาศถ้อยทีถ้อยมีไมตรีต่อกันเช่นนี้ จะทำให้ สปช. ส่วนใหญ่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญในที่สุด
ทั้งนี้ประเด็นความสนใจสาธารณะรวมศูนย์ไปที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คือ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สส. และ สว. เป็นสำคัญ ขณะที่บทบาทภาคพลเมืองที่ถูกยกระดับขึ้นมาและจะมีฤทธิ์เดชมาก กลับเป็นเรื่องที่คนสนใจน้อย
นายประสาร ยังกล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นักการเมืองยุคใหม่จะต้องเข้าสู่การตรวจสอบของภาคประชาชนอย่างเข้มข้น นอกจากมีกลไกต่างๆ เช่น ผู้สมัคร สส. ต้องแสดงการเสียภาษี 3 ปีย้อนหลัง ให้ประชาชนเป็นคนกำหนดตัว สส. (Open List) แทนที่จะต้องเป็นไปตามรายชื่อที่พรรคการเมืองกำหนดมา การให้รองประธานสภาคนที่หนึ่งต้องเป็นตัวแทนของพรรคที่ได้คะแนนอันดับสอง คือ พรรคฝ่ายค้าน การให้คนเป็นประธานกรรมาธิการชุดสำคัญต้องเป็นคนของพรรคฝ่ายค้าน แล้วยังมีสมัชชาคุณธรรม สมัชชาพลเมือง สภาตรวจสอบภาคพลเมือง เป็นตาสับปะรดกระจายกันอยู่ทั่วประเทศเช่นนี้ ทำให้นักการเมืองต้องก้าวออกมาจากพื้นที่เดิมที่ “สะดวกได้สบายดี” (Comfort Zone) มาสู่พื้นที่แห่งการเอ็กซเรย์ของประชาชน







