
สปช.ติงร่างรธน.ตั้งสภาขับเคลื่อนปฏิรูปหวั่นสืบทอดอำนาจ
สปช.อภิปรายร่างรัฐะรรมนูญวันสุดท้าย ติงตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป หวั่นถูกสังคมมองสืบทอดอำนาจ
สปช.อภิปรายร่างรัฐะรรมนูญวันสุดท้าย ติงตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป หวั่นถูกสังคมมองสืบทอดอำนาจ
เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่มีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช. เป็นประธานการประชุมได้มีการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ เป็นวันที่ 7 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย
นายทิวา การกระสัง สมาชิก สปช. อภิปรายว่า ไม่เห็นด้วยกับการตั้ง สภาขับเคลื่อนการปฎิรูปประเทศ เนื่องจากได้นำสปช. สนช. และ ผู้ทรงคุณวุฒิจากที่ไหนก็ไม่ทราบมาดำรงตำแหน่ง และอาจถูกสังคมมองว่าทำเพื่อสืบทอดอำนาจ หากจะเปรียบเทียบที่วุฒิสภาที่เคยแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ให้วุฒิสภาสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ต่อเนื่อง หรือ กรณี สนช. ตั้งบุตร ญาติพี่น้องมาเป็นที่ศึกษา แต่การตั้งสปช.จำนวน ถึง 60 เข้าไปนั่งในสภาขับเคลื่อนฯมันน่าอายยิ่งกว่า
ขณะที่พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกกกมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่าถึงข้อท้วงติงเรื่องสภาขับเคลื่อนฯ จะนำข้อเสนอในการอภิปรายครั้งนี้ และคำเสนอแปรญัตติของสปช. มาประกอบการตัดสินใจเพื่อปรับแก้ไขให้เหมาะสมต่อไป
นายนิพนธ์ นาคสมภพ สมาชิกสปช. อภิปรายว่า อยากถามกมธ.ยกร่างฯ ในเรื่องปรองดองในมาตรา 298 (6) ที่ให้อำนาจคณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ มีอำนาจเสนอให้มีการตราพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษแก่บุคคล นั้นอยากถามว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะให้อภัยโทษ หรือ พระราชทานอภัยโทษ เพราะที่ผ่านมาพระราชกฤษฎีกา การอภัยโทษเป็นเรื่องของพระราชอำนาจ แล้วตกลงเรื่องนี้อำนาจจะเป็นของบุคคลใด เพราะตนมั่นใจว่าหากมีการก้าวล่วงพระราชอำนาจ ประเทศชาติจะไม่ปรองดองแน่นอนเพราะเป็นเรื่องเปราะบางที่สุดในประเทศนี้
นอกจากนี้หากจะทำให้บ้านเมืองเกิดความปรองดอง ยังเสนอให้มาตรา 75 ที่กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องปฏิบัติโดยขอเพิ่มคำพูดห้ามโกหกเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบ เพราะที่ผ่านมามีผู้นำประเทศได้พูดโกหกเอาไว้ และสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติ







