posttoday
ด้วยฝีมือขนาดนี้ ‘เขา’ อยู่นานไม่ได้

ด้วยฝีมือขนาดนี้ ‘เขา’ อยู่นานไม่ได้

26 เมษายน 2558

แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะประกาศโรดแมปว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่เกินต้นปี 2559 แต่ก็มีเสียงยุส่งให้รัฐบาลอยู่ต่อไปนานเกิน 2 ปี

แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะประกาศโรดแมปว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่เกินต้นปี 2559 แต่ก็มีเสียงยุส่งให้รัฐบาลอยู่ต่อไปนานเกิน 2 ปีอยู่จำนวนมาก แม้กระทั่งจากพรรคการเมืองสำคัญอย่างพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยเหตุผลที่ว่า เวลาขณะนี้สั้นเกินไปที่จะจัดโครงสร้างการเมือง แก้ปัญหาความขัดแย้งและดำเนินการเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศ ขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญที่ร่างออกมา ก็ยังมีหลายจุดที่เป็นช่องโหว่ซึ่งอาจเกิดปัญหาหากนำมาใช้จริง

นิธิเดาไม่ถูกว่ารัฐบาลชุดนี้จะอยู่นานขนาดไหน แต่เขาเชื่อว่า ด้วยฝีมือขนาดนี้จะไม่สามารถอยู่นานได้ เพราะเห็นชัดว่ายิ่งอยู่ยิ่งสร้างศัตรูมากขึ้นทุกวัน และผลงานในการประคับประคองเศรษฐกิจก็ชัดเจนว่าต่ำกว่ามาตรฐาน แต่จะเดินต่อไปอย่างไรนั้น สูตรสำเร็จในอดีต ก็มีอยู่ 3 ทางก็คือ คืนอำนาจให้ประชาชน ปล่อยให้ประชาชนล้ม หรือลงจากอำนาจแล้วหาทางสืบทอดอำนาจต่อ

“ก็แน่นอน รัฐประหารทุกครั้ง มีความพยายามสืบทอดอำนาจ ถ้าใช้สำนวน อ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริก็คือ คุณขึ้นหลังเสือ แล้วคุณไม่รู้จะลงยังไง เว้นแต่มีบันไดทอดลงมา แล้วเสือไม่กัดคุณเท่านั้น แต่ผมยังไม่พบว่ามันประสบความสำเร็จสักครั้ง ยกเว้นครั้งจอมพลสฤษดิ์ส่งต่ออำนาจให้ จอมพลถนอมจอมพลประภาส แต่สุดท้ายหลังจอมพลถนอมทำรัฐประหารตัวเองก็อยู่ได้แค่สองปี สุดท้ายก็เกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ ขึ้น ถามว่า วันนี้จะสืบทอดอำนาจ มันไม่ง่ายนะ”

“วันนี้ ที่เราเห็นเฉพาะศัตรูของ คสช.ที่อยู่นอกกองทัพ แต่ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา สะท้อนว่าการสืบทอดอำนาจมันไม่ง่าย เพราะคนนอกอย่างเราไม่รู้ว่า ในกองทัพมีศัตรูเกิดขึ้นหรือเปล่า เอาง่ายๆ ก็คือ การแต่งตั้งโยกย้าย ผบ.เหล่าทัพ หรือ ผบ.ทบ.คนใหม่ คุณจะตั้งใคร แล้วมันจะเกิดความขัดแย้งหรือเปล่า เพราะไม่ว่าจะตั้งใครก็ตาม ทุกคนที่จะได้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.ได้สั่งสมกำลังสายตัวเองไว้ทั้งนั้นซึ่งคงไม่มีใครสะสมไว้เล่นๆ หรอก” นิธิ ระบุ

ขณะที่ความรังเกียจนักการเมือง ซึ่งยังคงฝังอยู่นั้น นิธิบอกว่า เกิดจากการปลูกฝังเรื่อง “นักการเมืองโกง” และการเรียกการเมืองว่าเป็น “นักเลือกตั้ง” ซึ่งแม้จะจริงในระดับหนึ่ง แต่ระบบที่เคยมีก็ยังทำให้นักเลือกตั้งถูกตรวจสอบได้

“ถ้าคุณเข้ามาในระบอบที่เลือกตั้งสม่ำเสมอ ผมว่าไอ้การเป็นนักเลือกตั้งมันก็ค่อยๆ น้อยลงเองผมว่าเหลวไหล ที่บอกว่าไปหาคนดีมาให้คนเลือก ที่ถูกคือคุณต้องสร้างอำนาจของสังคม ที่คุณสามารถกำกับควบคุม สส.ได้ ไม่ใช่ให้ สส.มันดีในตัวมันเอง มันก็มนุษย์ขี้เหม็นเหมือนเรา พอมีโอกาสที่จะเอาเปรียบคนอื่นก็เอาเปรียบ แต่คุณต้องคิดว่าทำอย่างไรให้สังคมมีระบบที่จะเข้าไปกำกับควบคุมได้ ไม่ให้มันทำชั่วอย่างนั้น ไม่ใช่เอาแต่คนอีกพวกหนึ่งไปคุม” เขาแสดงความเห็น

ส่วนสาเหตุที่ พรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดง “เงียบ” จนเกินเหตุนั้น นิธิมองว่า เพราะ 1.พรรคเพื่อไทยถูกล็อกจนขยับไม่ได้ และ 2.นโยบายตอนแรกๆ ของพรรคเพื่อไทยคือยอมเว้นวรรคทางการเมืองเพื่อหวังว่าเมื่อรัฐธรรมนูญออกมาแล้ว ตัวจะชนะอีก ก็เลยเลือกที่จะเว้นวรรคทางการเมือง และคิดว่าหลังจากทหารปล่อยวางอำนาจ พรรคเพื่อไทยก็จะกลับมาชนะอีกครั้ง

“เมื่อปี 2550 ผมรณรงค์ให้ไม่รับรัฐธรรมนูญ 2550 แล้วก็พ่ายแพ้ ซึ่งเหตุผลที่พ่ายแพ้ ไม่ใช่เพราะทหารไปล็อกคนอยู่ที่อีสานหรอก ที่พ่ายแพ้ก็เพราะว่าพรรคพลังประชาชนขณะนั้น รวมถึงคุณทักษิณ แกต้องการให้มีการเลือกตั้งแล้วตัวจะได้กลับมา ซึ่งก็จริงของแก แต่ว่า แล้วประชาชนได้ประโยชน์อะไร คำตอบคือประชาชนไม่ได้อะไรเลย”

“คือถามว่าคุณทักษิณเป็นนักปฏิรูป นักปฏิวัติ ใช่ไหม ไม่ใช่ คุณทักษิณเป็นนักการเมืองคนหนึ่งเพียงแต่คุณทักษิณอาจจะฉลาดกว่าคุณชวน (ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี) หรือคุณอภิสิทธิ์ เท่านั้นแต่ยุทธวิธีที่ใช้ในการดำรงอำนาจทางการเมืองยังเป็นยุทธวิธีเก่าเป็นส่วนใหญ่เท่านั้นเอง”

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI