
ผลตอบแทนเกิน10%โกงแน่นอน
ความโลภ ความอยากมี อยากได้ คือต้นตอสำคัญที่ทำให้คนเราถูกหลอกลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพ
ความโลภ ความอยากมี อยากได้ คือต้นตอสำคัญที่ทำให้คนเราถูกหลอกลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพ ที่ใช้เหตุผลเข้าไปชักจูงและชักชวนให้นำเงินมาลงทุนก็เพื่อหวังผลตอบแทนก้อนโต แต่ในความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการลงทุนอะไรที่จะให้ผลตอบแทนสูงๆ ในเวลาอันรวดเร็ว
หากใครไม่อยากเป็นเบี้ยก็ควรยั้งคิดก่อนตัดสินใจ และต้องตรวจเช็กว่าบริษัทที่เรากำลังจะเข้าไปเกี่ยวข้องได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องจากหน่วยงานกำกับหรือไม่
ศักดิ์ริน ร่วมรังษี ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาพบพฤติกรรมการที่หลอกลวงและเชิญชวนให้เข้าไปลงทุนมีเพิ่มมากขึ้น และจากการทำหน้าที่ในการตรวจสอบของ กลต.นั้นจะพบว่าการกระทำใน 2 ลักษณะ คือ
1.การประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งในประเภทนี้คือบริษัทมีการทำธุรกิจจริงมีการลงทุนจริงทั้งในการลงทุนในทองคำ อนุพันธ์น้ำมัน และการลงทุนต่างๆ
2.ไม่ทำอะไรเลยจริงๆ แต่หลอกลวงคนให้เข้าไปลงทุน ซึ่งมีการหลงเชื่อและใส่เงินไปก็จะหายไปเลย
ในส่วนของ กลต.นั้นจะมีการเข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรงในกรณีที่ทำธุรกิจโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งเมื่อ กลต.ได้รับเบาะแสหรือการร้องเรียน ก็จะเข้าไปดำเนินการตรวจสอบต่อทันที เพราะในกรณีทำธุรกิจไม่มีใบอนุญาตจะมีออฟฟิศที่แน่นอนสามารถเข้าไปตรวจสอบและหาหลักฐานได้ แต่ส่วนใหญ่เรื่องไม่ได้มาที่ กลต.แต่จะไปที่ตำรวจ
“พวกมิจฉาชีพมักใช้จุดที่ทำให้ประชาชนและคนสนใจในเรื่องของผลกำไรมีเงินแล้วจะลงทุนอย่างไรให้ได้รับผลกำไรและผลตอบแทนที่มากขึ้น นักลงทุนหรือประชาชนเองก็ต้องระมัดระวังและคอยตรวจเช็กด้วยหากเจอการชักชวนให้เข้าลงทุน”
รายงานข่าวจากสำนักงาน กลต. แจ้งว่า ในรอบไตรมาสแรกที่ผ่านมาได้มีรับการร้องเรียนในเรื่องของการทำธุรกิจ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตหรือโบรกเกอร์เถื่อนประมาณ 18 เรื่อง เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 6 เรื่อง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของการเปิดเพื่อธุรกิจและให้คนนำเงินไปลงทุน จึงอยากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังและสามารถตรวจสอบบริษัทที่เข้าไปชักชวนได้ที่เว็บไซต์ของ กลต.
ขั้นตอนในการตรวจสอบและดำเนินการนั้น เมื่อสำนักงานได้รับข้อมูลหรือการแจ้งเบาะแสเข้ามา ซึ่งบางครั้งผู้แจ้งก็จะเตรียมเอกสารหลักฐานไว้ให้พร้อมก็สามารถเข้าไปดำเนินการได้ทันที แต่กรณีที่ข้อมูลยังไม่พร้อมสำนักงานก็จะต้องมีวิธีการต่างๆ ในการเข้าไป เพื่อให้ได้มาของข้อมูลที่ครบถ้วน และเมื่อครบแล้วก็จะดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายทันที
“พฤติกรรมการหลอกลวงที่เกิดขึ้นนั้น เช่น การบอกว่าสามารถนำเงินไปลงทุนแล้วให้ผลตอบแทนเกิด 100% ในระยะเวลา 1-3 เดือน ซึ่งในหลักความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้น คนที่ถูกชักชวนจะต้องตั้งสติและย้อนกลับมาดูว่าบริษัทที่มาชวนนั้นมีใบอนุญาตหรือไม่”
นอกจากนี้ จะพบว่าการหลอกให้ลงทุนก็มักจะเกิดขึ้นกับคนใกล้ชิดที่คนหนึ่งเข้าไปและเห็นผลสำเร็จ จึงมาชวนอีกคนและชวนอีกคน ซึ่งเป็นลักษณะการบอกปากต่อปากกันไปและบริษัทที่มาชวนบางครั้งก็จัดฉาก ด้วยการตั้งชื่อบริษัทให้ดูน่าชื่อถือ จัดออฟฟิศซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นออฟฟิศชั่วคราวจัดให้ดูโอ่โถง เมื่อคนที่ถูกชักชวนให้เข้าไปลงทุนไปถึงดูแล้วน่าเชื่อถือ ซึ่งจะดูแค่นี้ไม่ได้จะต้องเช็กให้ละเอียดด้วย และจะต้องฉีดวัคซีนให้ตัวเองคือจะต้องหาข้อมูลและความรู้ก่อนที่จะตัดสินใจนำเงินก้อนโตเข้าไปลงทุน
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่ได้เข้าไปตรวจสอบ พบว่า กลุ่มบุคคลที่ถูกเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนนั้นจะมีทั้งกลุ่มคนมีความรู้ เช่น กลุ่มวิศวกร ที่ จ.ชลบุรี ที่โดนเยอะ ซึ่งน่าจะเป็นกลุ่มคนที่ดูแล้วมีรายได้สูง แต่ไม่มีเวลาและไม่ได้ใกล้ชิดตลาดทุน จึงกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก และบางครั้งก็มีเลยเป็นกลุ่มที่ไม่มีความรู้แต่มีเงิน ซึ่งก็คละกันไป ดังนั้น จึงอยากเตือนสติและให้ทุกคนที่ถูกชักชวนจะต้องตรวจสอบก่อนที่จะตัดสินใจให้เงินใครไปลงทุน
วัชระ แก้วสว่าง หรือ “เสี่ยป๋อง” นักลงทุนรายใหญ่ตลาดหุ้นไทย กล่าวว่า โลกการลงทุนขณะนี้การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีเป็นของไม่จริง การเสนอผลตอบแทนการลงทุนสูงๆ เป็นการหลอกลวง ต้มตุ๋น
รูปแบบการต้มตุ๋น มีหลายรูปแบบ สำหรับตลาดหุ้น มีการรับจ้างดูแลพอร์ตลงทุนให้นักลงทุนรายใหญ่ ลักษณะตั้งตนเป็นที่พึ่งของเพื่อนสมัครพรรคพวก แนะนำการลงทุนหุ้น การันตีราคา หรือให้เป้าหมายราคาหุ้น และบางครั้งหุ้นที่ซื้อจ่ายเงินไป แต่ไม่ได้หุ้นมาถือ เนื่องจากผู้ดูแลพอร์ตจะกุมหุ้น เพื่อไม่ให้มีการขายหุ้นทำกำไร ซึ่งคนที่ดูแลพอร์ตหุ้นจะมีต้นทุนต่ำ ขายกำไรทุกราคา การเรียกคนซื้อจำนวนมากๆ เข้ามา เป็นการต่อยอดราคาหุ้นให้กับคนดูแลพอร์ต
“สุดท้ายแล้วไม่มีจริง คนที่เรียกให้ซื้อหุ้น หรือคนดูแลพอร์ตรวยเละ เพราะมีต้นทุนต่ำมากๆ พรรคพวกที่เรียกเข้าไปเสียหายหมด มาหลอกซื้อหุ้นมีสตอรี่ ทำโรงไฟฟ้า ราคาหุ้น 2 บาท ขึ้นไป 10 บาท 20 บาท บอกจะทำโน่นทำนี่เต็มไปหมด การันตีถือนานกี่เดือน ราคาจะขึ้นไปเท่านั้นเท่านี้ เป็นตัวล่อ สุดท้ายติดกับดัก ถูกหลอก ขาดทุนกันหมด เพื่อนหลอกเพื่อนง่ายที่สุด เพราะเพื่อน เราไว้ใจมากกว่าคนอื่น”
เสี่ยป๋อง แนะนำว่า การลงทุนไม่ง่าย คนส่วนใหญ่แพ้ความโลภ ความสำเร็จชั่วข้ามคืน หรือการลงทุนอะไรก็ตาม ที่ให้ผลตอบแทนสูงๆ ไม่มี เป็นการหลอกลวงทั้งหมด ต้องระวังไม่ควรหลงเชื่ออะไรง่ายๆ
ขณะที่ วิชัย วชิรพงศ์ หรือ “เสี่ยยักษ์” กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า การลงทุนใดๆ ก็ตาม ที่ให้กำไรผลตอบแทนงามๆ เป็นไปไม่ได้ เท่ากับศูนย์ โกงแน่นอน 100% เพราะในโลกไม่มีอะไรที่กำไรได้มาง่ายและผลตอบแทนมากเกิน 10% ไม่มีแน่นอน
“การลงทุนอะไรก็ได้ที่ให้ผลตอบแทนแน่ๆ เกิน 10% นั่นคือ การโกง การหลอกลวง ถ้ามีผมก็เลิกเล่นหุ้น ผมว่าในโลกนี้ ลงทุนแล้วได้กำไรดีๆ ไม่มีแน่นอน เป็นการสมยอม เห็นผลตอบแทนดี ก็โดนหลอก ต้มตุ๋นทั้งหมด ตั้งแต่การเล่นแชร์ลูกโซ่ ซื้อสกุลเงินต่างประเทศขายตรง” เสี่ยยักษ์ ให้ข้อสังเกต







