
คสช.ต้องรับฟัง
กรณีข้อเสนอของตัวแทนพรรคการเมือง ที่ระบุให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
กรณีข้อเสนอของตัวแทนพรรคการเมือง ที่ระบุให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อน โดยให้เหตุผลทำนองไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งพวกเขามองว่าเป็นการสร้างกติกาถอยหลังเข้าคลองและไม่ยึดโยงกับประชาชน มีแต่จะเพิ่มความขัดแย้งนั้น เป็นสิ่งที่ คสช.ต้องรับฟังและแยกแยะไตร่ตรองให้ถ้วนถี่ ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง
ทั้งนี้ เพราะข้อเสนอดังกล่าวนั้นเป็นการวัดใจและบทพิสูจน์ว่า คสช.ต้องการเลือกที่จะสืบทอดอำนาจต่อไปด้วยการเลื่อนการเลือกตั้ง หรือจะยอมแก้เนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อให้ทุกฝ่ายยอมรับให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ และเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งตามโรดแมปที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศไว้ คือ ประมาณต้นปี หรืออย่างช้าไม่เกินกลางปี 2559
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์มาถึงขณะนี้ คสช.ไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากจะต้องเดินหน้าทุกอย่างไปตามโรดแมปที่ได้ประกาศไว้ โดยเฉพาะการเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่นานาประเทศและปวงชนชาวไทยเฝ้ารอคอย และยอมให้โอกาส คสช.บริหารประเทศมาจนถึงทุกวันนี้ หากผิดเพี้ยนไปจากนี้ ความเสียหายของประเทศจะตามมามากมาย โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ รวมถึงแรงกดดันจากนานาชาติที่จะโถมเข้าใส่ และยังไม่นับรวมถึงแรงต้านภายในประเทศที่อาจจะลุกฮือขึ้น
ทางที่ดีเวลานี้ คสช.ควรจะรับฟังข้อเสนอจากทุกฝ่ายที่ได้สะท้อนกันมา อย่ามองเพียงแค่ลมปากนักการเมือง หรือเป็นพวกคลื่นใต้น้ำที่คอยรักษาแต่ผลประโยชน์ของตัวเองไม่เช่นนั้นประเทศจะเข้าสู่การปรองดองไม่ได้
ความจริงเรื่องใหญ่เวลานี้ อยู่ที่เนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญ ที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้จัดทำเสร็จแล้วในร่างแรก ที่ทางกลุ่มการเมือง พรรคการเมือง ได้แสดงความเห็นคัดค้าน อาทิ เรื่องระบบเลือกตั้งแบบผสมที่ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ทำให้รัฐบาลไร้เสถียรภาพ ที่มานายกรัฐมนตรี ที่เปิดให้คนนอกเข้ามาเป็นได้ ที่มา สส. ที่มา สว. แบบทางอ้อม รวมถึงการตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติฯลฯ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจ
ดังนั้น คสช.รวมไปถึงคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ต้องเลิกยึดมั่นถือมั่นในแนวคิดของตัวเอง เปิดใจรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายและนำไปแก้ไขปรับปรุงในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ไม่เช่นนั้นปัญหาของประเทศจะวุ่นวายไม่จบสิ้น







