
กฎหมายมรดก
คำชี้แจงของ สมหมาย ภาษี รมว.คลัง ในการแถลงผลงานกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 22 เม.ย.
โดย...นิติ บริการ
คำชี้แจงของ สมหมาย ภาษี รมว.คลัง ในการแถลงผลงานกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ได้ปลุกคนให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง โดยระบุว่า ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาเห็นชอบ ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์หน้าจะเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. วาระ 3 หรือวาระสุดท้าย ก็จะได้บทสรุปว่า การเก็บภาษีมรดกจะเป็นอย่างไร
จึงนำร่าง พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ. ... ที่คณะรัฐมนตรีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เห็นชอบ 38 มาตรา โดยมีหมวดน่าสนใจ คือ หมวด 2 ว่าด้วยการเสียภาษี และหมวด 3 ว่าด้วยการยื่นแบบและประเมินภาษี มีสาระสำคัญดังนี้
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้ เรียกว่า “พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. ...” มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา 3 พ.ร.บ.นี้ไม่ใช้บังคับแก่
(1) มรดกที่เจ้ามรดกตายก่อนวันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ
(2) มรดกที่คู่สมรสของเจ้าของมรดกได้รับจากเจ้ามรดก
หมวด 2 การเสียภาษี
มาตรา 11 ภายใต้บังคับมาตรา 12 ให้บุคคลผู้ได้รับมรดกดังต่อไปนี้เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.นี้
(1) บุคคลผู้มีสัญชาติไทย
(2) บุคคลผู้มิได้มีสัญชาติไทย แต่มีภูมิลำเนาหรือมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลา 30 ปีติดต่อกันถึงวันที่มีสิทธิได้รับมรดก
(3) บุคคลผู้มิได้มีสัญชาติไทย แต่ได้รับมรดกอันเป็นทรัพย์สินที่มีอยู่ในประเทศไทย
ในกรณีที่ผู้ได้รับมรดกเป็นนิติบุคคล ให้ถือว่านิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยหรือจัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายไทย หรือมีผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้นเกิน 50% ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว ในขณะมีสิทธิได้รับมรดก หรือมีผู้มีสัญชาติไทยเป็นผู้มีอำนาจบริหารกิจการเกินกึ่งหนึ่งของคณะบุคคล ซึ่งมีอำนาจบริหารกิจการทั้งหมด เป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทย
ในกรณีตาม (3) ถ้าในขณะที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ทรัพย์สินเป็นมรดกเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย แม้ภายหลังจะเปลี่ยนสภาพแต่อย่างใด ก็ให้ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย และผู้ได้รับมรดกนั้นยังมีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามมาตรา 12
มาตรา 12 ผู้ได้รับมรดกจากเจ้ามรดกแต่ละราย ไม่ว่าจะได้รับมาในคราวเดียวหรือหลายคราว ถ้าแต่ละรายรวมกันมีมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท ต้องเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกิน 50 ล้านบาท
มูลค่ามรดกตามวรรคหนึ่ง หมายถึงมูลค่าของทรัพย์สินทั้งสิ้นที่ได้รับเป็นมรดกหักด้วยภาระหนี้สินอันตกทอดมาจากการรับมรดกนั้น
มาตรา 13 บทบัญญัติในมาตรา 12 ไม่ใช้บังคับแก่
(1) บุคคลผู้ได้รับมรดกที่เจ้ามรดกแสดงเจตนาหรือเห็นได้ว่ามีความประสงค์ให้ใช้มรดกนั้น เพื่อประโยชน์ในกิจการศาสนา กิจการศึกษา หรือกิจการสาธารณประโยชน์
(2) หน่วยงานของรัฐและนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อกิจการศาสนา กิจการศึกษา หรือกิจการสาธารณประโยชน์
(3) บุคคลหรือองค์การระหว่างประเทศตามข้อผูกพันที่ไทยมีอยู่ต่อองค์การสหประชาชาติ หรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือตามสัญญาหรือตามหลักถ้อยทีถ้อยปฏิบัติต่อกันกับนานาประเทศ
ทั้งนี้ เฉพาะตามประเภทหรือรายชื่อที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยในกฎกระทรวงดังกล่าวจะกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีตรวจสอบติดตามไว้ด้วยก็ได้
ติดตามได้ในตอนต่อไป







