
พรรคการเมือง-นปช.ชงเลื่อนเลือกตั้ง
พรรคการเมืองประสานเสียงหนุน"บิ๊กตู่"อยู่ต่อ รุมเฉ่งรัฐธรรมนูญก่อขัดแย้งรอบใหม่
พรรคการเมืองประสานเสียงหนุน"บิ๊กตู่"อยู่ต่อ รุมเฉ่งรัฐธรรมนูญก่อขัดแย้งรอบใหม่
ตัวแทนพรรคการเมืองรวมทั้งกลุ่มการเมืองที่ถูก คสช.เชิญ เข้าร่วมประชุมเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่สโมสรกองทัพบก เพื่อแสดงความคิดเห็นในการสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ของคนในชาติ ซึ่งมี พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เสนาธิการทหารบก รองเลขาธิการ คสช. เป็นประธาน มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ คสช.อยู่ในอำนาจต่อไป โดยให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก 2-3 ปี ทั้งนี้มีเงื่อนไขว่าต้องแก้ไขการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นกติกาให้เป็นธรรม มีความเป็นสากลและเป็นที่ยอมรับของประชาชน เพราะทุกกลุ่มเห็นว่าถ้าเดินหน้าต่อไปในลักษณะนี้ประเทศจะเกิดปัญหา และอาจจะหนักกว่าที่ผ่านมา
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่ม นปช. กล่าวว่า ถ้ารัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างที่ร่างมา เชื่อว่าปลายทางก็จะกลับไปที่เก่า ตอนนี้รัฐธรรมนูญกลายเป็นระเบิดเวลาที่จะทำให้เกิดหายนะ เป็นความพินาศย่อยยับทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมอย่างที่ประเมินมิได้ และจะเสียหายมากกว่าช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นยอมเสียเวลาดีกว่าจะเดินหน้าไปแบบนี้
“เชื่อว่าถึงเวลานั้นใครก็จะไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ สู้ยอมเสียเงินทำประชามติ 3,000 ล้านบาทดีกว่า เงินจำนวนนี้ถือว่าเล็กน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ซึ่งไม่รู้ว่าจะมากกว่านี้อีกกี่เท่า เรายอมเสียเวลา แต่ไม่ยอมให้มีการเลือกตั้งที่จะมีปัญหาต่อไป” นายจตุพร กล่าว
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา เห็นด้วยว่า หัวใจของการปรองดองคือกติกาที่เป็นธรรมและผู้บังคับใช้กติกาที่เป็นธรรม ที่ผ่านมามีการบังคับใช้กฎหมายสองมาตรฐาน
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ระบุตรงกันว่า การมีกติกาที่ดีและเป็นสากลเป็นสิ่งที่สำคัญ ปีที่แล้วเคยเสนอให้ทำประชามติมาแล้วระหว่างการเลือกตั้งเร็วกับเลือกตั้งที่ดีพรรคประชาธิปัตย์เอาเลือกตั้งที่ดี เลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก 2-3 ปี ดีกว่าทำให้คนไทยเสียประโยชน์
นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ตัวแทนพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ถ้ากติกาไม่ดีอย่ารีบเลือกตั้งเลย นักการเมืองรอได้ เพราะไม่อยากเห็นประเทศเดินไปสู่ปัญหาเดิมๆ ถ้าหากต้องรอเพื่อให้เป็นที่ยอมรับและนำประเทศไปสู่การปฏิรูป ปรองดองสมานฉันท์อย่างแท้จริง เชื่อว่าคนไทยรอได้
“เสียเวลามาเป็นสิบปีแล้ว เสียอีก 2-3 ปี ผมคิดว่าคนไทยรอได้ คุณบรรหาร (ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค) ฝากมาว่า ยินดีรอได้ ยินดีให้การสนับสนุน ขอให้กติกานำไปสู่ความเป็นธรรม และขอให้คนไทยมีสิทธิ มีส่วนร่วม อย่าคิดเหมือนรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่เขียนมาเพื่อสกัดใคร แล้วทำให้บาดแผลกว้างขึ้น” นายสมศักดิ์ กล่าว
นายศุภชัย ใจสมุทร กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ก็สนับสนุนแนวทางเดียวกัน โดยขอให้ออกแบบกติกาที่เป็นธรรมและเป็นสากลที่เป็นประโยชน์ของปวงชนอย่างแท้จริง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ควรติดกับดักของการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี แต่ควรแก้ไขปัญหาความป่วยไข้ของประเทศ ซึ่งเป็นความคาดหวังของประชาชนจะดีกว่า
ด้านข้อเสนอเรื่องการปรองดอง ฝั่งของนักการเมืองมีความเห็นคล้ายคลึงกันว่า การที่ คสช.จัดรับฟังความเห็นในลักษณะนี้เป็นเรื่องดี แต่เกิดขึ้นช้าเกินไปควรเกิดก่อนที่จะมีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือมีการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เสนอว่า ควรจะจัดรับฟังความเห็นในลักษณะนี้ โดยให้กลุ่มคนที่เป็นผู้นำความคิดทางสังคมที่ได้รับเชิญ ได้ไปพูดกันในห้องประชุมอาคารรัฐสภา โดยให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมารับฟัง
ทางด้าน พล.อ.ฉัตรเฉลิม ระบุว่า จะนำข้อเสนอที่ได้พูดคุยกันเรียนให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับทราบ แต่เบื้องต้น คสช.เห็นว่าถ้าทุกอย่างเป็นไปตามกรอบเวลาที่ได้วางโรดแมปเอาไว้จะดีที่สุด
ระหว่างหารือ คสช.สอบถามนักการเมืองหลายคนที่ระบุว่าร่างรัฐธรรมนูญมีปัญหา ว่าเหตุใดพรรคต่างๆ จึงไม่ส่งตัวแทนเข้ามาเป็นสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อช่วยกันทำรัฐธรรมนูญให้เป็นกติกาที่อยากจะได้ตั้งแต่ต้น ส่วนใหญ่ตอบว่านักการเมืองเป็นผู้เล่น ไม่ควรเขียนกติกาด้วยตัวเอง เพราะจะเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ในการยกร่างกติกานั้นต้องมีความเป็นสากล
นอกจากนี้ พล.อ.ฉัตรเฉลิม รับที่จะจัดหาร่างรัฐธรรมนูญที่มีการยกร่างและนำเสนอสภาปฏิรูปแห่งชาติรอบแรก ส่งให้กับพรรคการเมืองและขอให้พรรคการเมืองมีความเห็นกลับมา โดยเขียนให้ชัดเจนเลยว่าข้อไหนที่ไม่เห็นด้วย ข้อไหนกีดกันใคร คสช.จะได้นำปัญหาและข้อกังขาเหล่านั้นไปซักถามกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญต่อไป







