
รัฐบาล คสช.ทำได้
ผลงานสำคัญรอบ 6 เดือนที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนคือ รัฐบาลสามารถนำความสงบสุขกลับคืนมา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ประเทศชาติหยุดชะงัก
ผลงานสำคัญรอบ 6 เดือนที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนคือ รัฐบาลสามารถนำความสงบสุขกลับคืนมา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ประเทศชาติหยุดชะงัก
6 เดือนผ่านมา รัฐบาลมั่นใจว่าสามารถควบคุมความท้าทายด้านความมั่นคงได้ เมื่อสถาปนาฐานรากด้านความมั่นคงให้เข้มแข็ง ก็สามารถทำให้ส่วนอื่นเดินหน้าไปได้ รัฐบาลทำงานควบคู่ไปกับภาคเอกชน ซึ่งขอให้รัฐบาลเร่งรัดการใช้จ่ายภาครัฐ รัฐบาลก็เร่งรัดให้หน่วยงานต่างๆ ของรัฐเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณมากขึ้น มีตัวเลขออกมาชัดเจน งบลงทุนเบิกไปแล้วร้อยละ 31 งบดำเนินการก็เบิกไปได้มาก โครงการ 3 ใน 4 เบิกไปแล้ว ทำให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ
เรื่องภัยแล้ง รัฐบาลมีความกังวลในเรื่องนี้ และเตรียมตัวแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นปีทั้งมหาดไทย กลาโหม กอ.รมน. เกษตร บูรณาการในการแก้ไขปัญหา ทั้งการจัดหาแหล่งน้ำ การขุดเจาะบ่อบาดาล การสร้างฝ่าย การขยายคูคลอง การแจกจ่ายน้ำถึง 45 ล้านลิตร รัฐบาลได้ส่งเงินลงไปที่ตำบล ตำบลละ 1 ล้านบาท และส่งให้แล้วร้อยละ 92 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า มีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนารายได้ของเกษตรชุมชน
การปราบปรามการค้ามนุษย์ รัฐบาลถือว่าเป็นวาระแห่งชาติ เพราะเกี่ยวกับเกียรติภูมิของประเทศ ต่างประเทศเฝ้าตรวจสอบและลดระดับสถานะของเราลงจากเทียร์ 2 เป็นเทียร์ 3 ซึ่งกระทบต่อการส่งออกและการประมง รัฐบาลออกมาตรการควบคุมการจ้างลูกเรือ เรือประมง เครื่องมือจับปลา และพยายามยกระดับประมงไทยให้ทัดเทียมกับนานาชาติ ไม่ให้มีการค้ามนุษย์ ล่าสุด สหภาพยุโรปเตรียมจะแจกใบเหลืองให้กับไทยอีกเรื่องเดียวกันนี้ รัฐบาลเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้มากและต้องปลดล็อกให้ได้
การจัดหางานให้ประชาชน รัฐบาลได้ตั้งศูนย์จัดหางานสมาร์ทจ๊อบเซ็นเตอร์ในหลายจังหวัด และจะตั้งเพิ่มที่ จ.ระนองนครปฐม ชลบุรี การว่างงานในเดือน มี.ค. 2558 น้อยกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยสามารถจัดหางานให้คนที่มาสมัครงานได้ถึงร้อยละ 75
การคมนาคมขนส่ง รัฐบาลมีแผนการสร้างรถไฟฟ้า 10 สาย งบ 1.2 แสนล้านบาท โดยจะมีประโยชน์ด้านการคมนาคมที่ดีขึ้น และการสร้างงาน ขณะนี้เดินหน้าแล้ว 4 สาย อีก 1 สาย กำลังประกวดราคา 5 สาย กำลังทบทวนรายละเอียด สำหรับโครงการรถไฟทางคู่มี 6 เส้นทาง พร้อมแล้ว 1 เส้นทาง คือ ฉะเชิงเทรา-แก่งคอย โดยใช้งบ 1.1 หมื่นล้านบาท และกำลังขออนุมัติ 2 เส้นทาง ปีนี้คงเห็นความคืบหน้า นอกจากนั้น รัฐบาลมีแผนพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่ 3
การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตามจังหวัดชายแดนติดต่อกับเพื่อนบ้าน และรัฐบาลมีแผนที่จะลดภาษีให้นิติบุคคลที่ลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการส่งออก
การพัฒนาด้านสังคม รัฐบาลให้ความสำคัญมากด้านการศึกษา การปรับปรุงระบบการศึกษาของประเทศโดยรวมและให้ความสำคัญต่อผู้ด้อยโอกาสผู้พิการในการศึกษา โดยมีกองทุน กยศ. 7 แสนล้านบาท ให้
กู้เรียน
รัฐบาลเน้นเรื่องความโปร่งใสภาครัฐ การจัดซื้อจัดจ้างต้องประกาศอย่างเปิดเผย ไม่ใช่ให้โครงการไปได้เร็วเท่านั้น แต่ต้องมีธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้
นายกรัฐมนตรีพูดเสมอว่า “ทำจริง ทำเร็ว ทำทันที” โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้ประเทศ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” และจะทำทุกมิติทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ฐานรากของประเทศมั่นคง นายกรัฐมนตรีได้เน้นยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน ทำให้เศรษฐกิจฐานรากของประเทศดีขึ้น ประเทศมั่งคั่งบนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง ความมั่งคั่งไม่ได้หมายถึงความร่ำรวย ไม่ใช่ทุกคนเป็นเศรษฐี แต่ให้ประชาชนใช้ชีวิตของตนอย่างมีความสุขภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียง บนฐานรากที่แข็งแรง และความมั่นคงด้านอาหารที่มาจากภาคเกษตร มีเครือข่ายเชื่อมโยงขนส่งสินค้าไปได้ทั่วประเทศ เชื่อมโยงทั้งในและต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีย้ำเสมอว่า ไม่ใช่พัฒนาเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่ต้องพัฒนาสังคม พัฒนาการศึกษา พัฒนาคนด้วย ซึ่งจะมีผลในระยะยาว
ขอบคุณ คุณสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กรุณาให้ภาพใหญ่เกี่ยวกับผลงานรอบ 6 เดือนของรัฐบาลอย่างชัดเจน ทำให้รู้ว่ารัฐบาลได้ทำงานคืบหน้าไปหลายเรื่อง ในสายตาของประชาชนมองว่า จุดเด่นของรัฐบาลชุดนี้อยู่ที่การฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ประเทศมีความมั่นคง สงบสุข ประชาชนรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น การยึดคืนพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุก การจัดระเบียบสังคม การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งมาจากความมุ่งมั่น เอาจริงเอาจัง โปร่งใสของนายกรัฐมนตรี ส่วนจุดด้อยที่ถูกวิจารณ์มากคือ ปัญหาสินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาแพง ราคาผลผลิตการเกษตรตกต่ำ ซึ่งรัฐบาลก็พยายามแก้ไขอย่างเต็มที่ เศรษฐกิจมหภาคที่ได้รับผลกระทบ โดยภาวะเศรษฐกิจโลกกำลังจะโงหัวในเร็วๆ นี้ จากการยืนยันของสภาพัฒน์ ธนาคารชาติ และภาคเอกชน เราจะเห็นแสงสว่างรำไรในครึ่งหลังของปีนี้
รัฐบาล คสช.ทำอะไรสำเร็จได้หลายอย่าง ขณะที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งทำไม่ได้ ประชาชนผ่านการสำรวจความคิดเห็นโดยโพล เช่นเดียวกับภาคเอกชนให้สอบผ่านด้วยคะแนน 7-8 ใน 10







