posttoday
ปฏิรูปภาษี-รัฐวิสาหกิจ พิสูจน์ผลงานคลัง

ปฏิรูปภาษี-รัฐวิสาหกิจ พิสูจน์ผลงานคลัง

23 เมษายน 2558

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

สมหมาย ภาษี รมว.คลัง นำทีมผู้บริหารกระทรวงการคลังเต็มคณะ แถลงผลงานของกระทรวงในรอบ 6 เดือน การบริหารงานของรัฐบาล หลังจากที่สัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลได้แถลงผลงานในภาพใหญ่ให้ประชาชนทั้งประเทศรับทราบกันไปแล้ว

สำหรับผลงานของกระทรวงการคลังในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา คือการเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจจนทำให้ภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวชัดเจนแม้จะยังเปราะบาง โดยอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง 2557 ขยายตัว 1.4% จากที่ช่วงครึ่งปีแรก 2557 ขยายตัวติดลบ 0.02% ทำให้ทั้งปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจยังขยายตัวได้เป็นบวก แม้ว่าจะอยู่ระดับต่ำ คือ 0.7% ต่อปี

การใช้นโยบายการคลังจนเศรษฐกิจฟื้นตัวตั้งแต่ครึ่งปีที่ผ่านมา ทำให้ รมว.คลังมั่นใจว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 3% ต่อปี เพราะการใช้จ่าย การบริโภคเอกชน และการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวได้ดีขึ้น แม้ว่าการส่งออกจะขยายตัวไม่ดี ก็ได้การท่องเที่ยวมาเป็นตัวช่วยได้อีกแรงหนึ่ง

สมหมาย ได้สรุปภาพรวมผลงานที่ผ่านมามีทั้งระยะสั้นและยาว ในส่วนของผลงานระยะสั้นที่ได้ทำมา เช่น การเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินค้างชำระในโครงการรับจำนำข้าว เร่งรัดการทำสัญญาจ้างรายจ่ายลงทุนปีงบ 2557-2558 เร่งรัดการเบิกจ่ายงบกลาง วงเงิน 7,800 ล้านบาท เร่งเบิกจ่ายงบโครงการไทยเข้มแข็ง 1.52 หมื่นล้านบาท

ยังมีเรื่องการดำเนินโครงการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าววงเงิน 4 หมื่นล้านบาท โครงการชดเชยรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง วงเงิน 8,000  ล้านบาท โครงการเงินกู้เพื่อการพัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำ วงเงิน 3.76 หมื่นล้านบาท และระบบขนส่งทางถนนระยะเร่งด่วน วงเงิน 4.06 หมื่นล้านบาท และการเพิ่มค่าลดหย่อนทางภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและจัดอบรมสัมมนาในประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีผลงานที่เป็นมาตรการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อวางรากฐานระยะยาว ได้แก่ การปรับปรุงโครงสร้างภาษีศุลกากร กลุ่มวัตถุดิบและสินค้าทุน การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของเอสเอ็มอี การส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน อาทิ การให้ใบอนุญาตสินเชื่อประเภทนาโนไฟแนนซ์ การแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจที่ประสบปัญหา การปรับลดภาษีสรรพสามิตเพื่อส่งเสริมกิจการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงาน

ขณะเดียวกันยังมีมาตรการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและการลดภาระหนี้และค่าครองชีพของประชาชน เช่น การจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) มาตรการส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนในภูมิภาค ได้แก่ มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการจัดตั้งสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศและมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการจัดตั้งบริษัทการค้าระหว่างประเทศ การสนับสนุนการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 6 จังหวัด และมาตรการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

อย่างไรก็ตาม สมหมาย ยอมรับว่าพอใจผลงานของคลังแค่ระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะทำงานมาเพียงแค่ 6 เดือน ยังวัดผลงานได้ไม่เต็มที่ หลังจากนี้ยังมีงานต้องทำอีกมาก โดยกระทรวงการคลังจะไม่เน้นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกแล้ว เพราะถือว่าได้ทำมามากแล้วและอยู่ระหว่างรอผล สิ่งที่ต้องทำจากนี้คือเรื่องการปฏิรูปทางการคลัง ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปภาษี หรือการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ รวมถึงการปฏิรูปงานด้านอื่นของกระทรวงการคลัง หากทำได้สำเร็จก็สามารถพูดได้เต็มปากว่ามีผลงานได้คะแนนเต็ม

สิ่งที่สมหมาย ระบุออกมาถือว่าชัดเจนตรงไปตรงมา การบริหารแก้ปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้าได้สำเร็จระดับหนึ่ง ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องดำเนินการอยู่แล้ว จึงพูดได้ไม่เต็มปากเต็มคำว่าเป็นผลงานชิ้นโบแดงของกระทรวงการคลัง

แต่สำหรับเรื่องการปฏิรูปถือเป็นการบริหารวางโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวให้เติมโตได้อย่างยั่งยืน มั่งคั่ง มั่นคง เป็นเรื่องที่รัฐบาลที่ผ่านๆ มาไม่ดำเนินการ เพราะต้องใช้เวลานานและไม่ได้คะแนนนิยม และหลายเรื่องทำให้เสียคะแนนนิยมทางการเมืองอีกด้วย ทำให้เศรษฐกิจของไทยมีปัญหาเพราะมีโครงสร้างที่อ่อนแอและไม่ได้รับการปฏิรูปแก้ไข

ในส่วนของกระทรวงการคลังนั้น ภารกิจที่เห็นได้ชัด คือ การปฏิรูปภาษีทั้งระบบ ที่ผ่านมาทำได้แค่เสนอร่าง พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดกเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพียงตัวเดียวเท่านั้น ส่วนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่จะทำให้เก็บรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 2 แสนล้านบาท การแก้ไขกฎหมายของกรมสรรพสามิต ทำให้เก็บภาษีเพิ่มขึ้นปีละ 1 แสนล้านบาท การแก้ไขกฎหมายภาษีศุลกากรและการปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ทำให้รายได้รัฐบาลเพิ่มขึ้นปีละ 2-3 แสนล้านบาท ทั้งหมดถูกดองเอาไว้ ซึ่งหากทำไม่ได้ตามโรดแมปที่วางไว้ ก็ถือว่ากระทรวงการคลังสอบตก

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ที่สำคัญการปฏิรูปธนาคารของรัฐที่กระทรวงการคลังมีอำนาจเข้าไปดูโดยตรง ให้สามารถบริการประชาชนให้เข้าถึงแหล่งทุนในรูปแบบต่างๆ ได้มากขึ้น โดยที่ธนาคารเข้มแข็ง ไม่มีความเสียหายจนเป็นภาระงบประมาณ ที่สำคัญต้องมีระบบการเอาผิดทุจริตอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้นักการเมืองส่งคนเข้ามาหาผลประโยชน์จนเกิดความเสียหายจำนวนมหาศาลนับแสนล้านบาทอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ หากกระทรวงการคลังทำไม่สำเร็จก็ถือว่าผลงานสอบตกเช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกันยังมีการปฏิรูปกระทรวงการคลังด้านอื่น เช่น การพัฒนาที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การบริหารจัดการการคลังภาคท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การหารายได้ให้เพียงพอกับรายจ่าย ซึ่งท้ายที่สุดก็หนีไม่พ้นการปฏิรูปภาษี และรัฐวิสาหกิจ ที่ถือเป็นหัวใจขับเคลื่อนที่สำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต

ไม่ว่าอย่างไรก็ตามก็ถือว่า สมหมาย ภาษี ในฐานะที่เป็นหัวเรือใหญ่ของกระทรวงการคลัง ให้คะแนนผลงานของกระทรวงการคลังอย่างตรงไปตรงมา คือ 6 เดือน ให้คะแนนผลงานอยู่แค่ระดับ “พอใจ” หรือเข้าใจง่ายๆ คือ แค่พอสอบผ่านไปได้เท่านั้น

แต่ผลงานของกระทรวงการคลังหลังจากนี้ ต้องอยู่ที่การปฏิรูปภาษีและรัฐวิสาหกิจโดยเฉพาะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (ธนาคารรัฐ) ซึ่งสมหมายเองก็รู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ได้ง่าย ที่ผ่านมาจึงยอมเปิดหน้าชกเดิมพันกันด้วยตำแหน่งกับพวกที่ไม่เห็นด้วย และคอยจ้องล้มการปฏิรูปภาษีและรัฐวิสาหกิจ จนแผนการปฏิรูปภาษีถูกเบรกและแผนการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจเดินหน้าได้ล่าช้า

แต่หากไม่สามารถฝ่าแรงต้านวางโครงสร้างระยะยาวให้ประเทศได้ ก็ต้องถือว่าผลงานของกระทรวงการคลัง “สอบตก” อย่างไม่ต้องสงสัย

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน