posttoday
เปิดคดีถอดถอน "บุญทรง" โต้แหลกยันระบายข้าวถูกต้อง

เปิดคดีถอดถอน "บุญทรง" โต้แหลกยันระบายข้าวถูกต้อง

23 เมษายน 2558

แถลงเปิดคดีถอดถอนข้าวจีทูจี "วิชา" ชี้มีการเวียนข้าวขายในประเทศ ไม่มีการส่งออก ด้าน "บุญทรง" แย้งปปช.ทุกเม็ด ยันมีหลักฐานจีนใช้รัฐวิสาหกิจซื้อจริง

แถลงเปิดคดีถอดถอนข้าวจีทูจี "วิชา" ชี้มีการเวียนข้าวขายในประเทศ ไม่มีการส่งออก ด้าน "บุญทรง" แย้งปปช.ทุกเม็ด ยันมีหลักฐานจีนใช้รัฐวิสาหกิจซื้อจริง

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีวาระสำคัญ คือ การรับฟังการแถลงปิดคดีถอดถอนจากการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวกรณีการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะฝ่ายผู้กล่าวหา นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พาณิชย์ และ นายมนัส สร้อยพลอย อดีตรมช.พาณิชย์ ในฐานะฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา

นายวิชา แถลงว่า ในภาพรวมของโครงการรับจำนำข้าวเป็นวงจรของการทุจริต เพราะผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้องต่างได้รับผลประโยชน์ทุกขั้นตอน ซึ่งคณะกรรมการป.ป.ช.เห็นว่าเป็นคดีที่ร้ายแรงต่อประเทศ ต้องสูญเสียงบประมาณมหาศาล ชาวนาไม่ได้รับเงินอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้ วิธีการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ(จีทูจี)ตามยุทธศาสตร์ที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.)ได้กำหนดไว้นั้น ต้องเป็นการขายข้าวให้กับผู้แทนหน่วยงานรัฐหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลของทุกประเทศ ซึ่งสส.รวมทั้งนักวิชาการได้แสดงความคิดเห็นทักท้วงปัญหาการทุจริต และชี้ให้เห็นว่าเป็นการขายข้าวที่ไม่ได้แบบรัฐต่อรัฐ มีความผิดปกติต่างๆมากมาย เพราะไม่มีการขายข้าวให้กับผู้แทนหรือผู้ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลต่างประเทศโดยตรง ไม่มีการชำระราคาจากตัวแทนหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลต่างประเทศ และที่สำคัญไม่ได้มีการส่งออกข้าวตามสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐไปยังต่างประเทศตามประเพณีของจีทูจีจริง

นายวิชา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กระบวนการรับจำนำข้าวเปลือกก็ผิดมาตั้งแต่ต้นที่มีการจำนำข้าวเปลือกในราคาสูงกว่าท้องตลาดเป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดผลขาดทุนจำนวนมาก ประกอบกับการระบายข้าวแบบจีทูจีเป็นการกำหนดราคาข้าวให้ต่ำกว่าตลาดลงไปอีก เพราะเป็นการขายในราคามิตรภาพ หากเป็นการขายให้กับรัฐและนำส่งออกโดยตรงก็ย่อมไม่มีผลต่อการขายข้าวภายในมากนัก แต่เมื่อไม่ได้เป็นการขายแบบจีทูจีจริง เพราะเป็นขายเพื่อเวียนอยู่ในประเทศ ย่อมเพิ่มมูลค่าความเสียหายมากขึ้นไปอีก

"หากเป็นการซื้อขายแบบจีทูจีจริงจะต้องมีการส่งข้าวออกนอกประเทศ เพราะหากนำมาขายเวียนในประเทศ. จะทำให้ราคาในประเทศตกต่ำ เพราะปริมาณข้าวในประเทศมีจำนวนมากอยู่แล้ว และเงินที่นำมาชำระ จะต้องเป็นเงินของรัฐบาลต่างประเทศเท่านั้น" นายวิชา กล่าว

กรรมการป.ป.ช. กล่าวว่า ขณะเดียวกัน น.ส.กอบสุข เอี่ยมสุรีย์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ได้ให้ข้อมูลกับคณะกรรมการป.ป.ช.ว่า กาส่งออกข้าวหมายถึงสินค้าได้ตรวจปล่อยจากกรมศุลกากร ขึ้นเรือใหญ่และพ้นออกไปจากนอกราชอาณาจักรไทย แต่ที่มีการอ้างว่าส่งออกด้วยวิธีการชำระราคาหน้าคลังสินค้านั้นน.ส.กอบสุข ยืนยันว่าไม่เคยได้ยินมาก่อน และที่สำคัญก่อนส่งออกนอกราชอาณาจักรจะต้องได้รับใบอนุญาตจากกรมการค้าต่างประเทศและผ่านวิธีการกรมศุลกากร ดังนั้น กรมการค้าต่างประเทศต้องรับทราบทุกขั้นตอน

"ผมได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการไต่สวนได้ไปตรวจสอบเรื่องการส่งออกในรูปแบบการชำระราคาหน้าคลังสินค้าแล้ว โดยพบว่าตามข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ มีการดำเนินการเพียงครั้งเดียว คือ เมื่อปี 2544 โดยขายให้กับเกาหลีเหนือ แต่ปรากฏว่าการค้าขายครั้งนั้นล้มเหลว เพราะไม่ได้มีการชำระราคาตามที่ตกลงกัน ก็เป็นอันว่ากรณีนั้นจะมากล่าวอ้างว่าเป็นกระบวนการโดยปกติไม่ได้" นายวิชา กล่าว

นายวิชา ระบุว่า เมื่อป.ป.ช.ได้ไต่สวนและรับฟังคำแก้ข้อกล่าวหาทั้งแล้วสรุปได้ความว่า นายภูมิ ได้ร่วมกับนายบุญทรง นายมนัส  นายฑิฆัมพร นาทวรทัต เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักบริหารการค้าข้าว นายอัครพงษ์ ทีปวัชระเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขานุการกรมการค้าต่างประเทศ ได้มีเจตนาร่วมกันกระทำความผิดโดยเอาบริษัท Guangdong stationery sporting goods (จีเอสเอสจี) และ Hainan grain and oil industrial trading company ให้เข้ามาทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบจีทูจีกับกรมการค้าต่างประเทศ ทั้งๆที่สองบริษัทนี้ได้ไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายข้าวของจีนเหมือนกับบริษัทคอฟโก ซึ่งจีนยืนยันว่าถ้าไม่ใช่คอฟโกจะไม่สามารถไปทำข้อตกลงใดๆกับรัฐบาลต่างประเทศได้

"จากการกระทำดังกล่าวพบว่าแทนที่จะเป็นการส่งออกนอกประเทศแต่เป็นการนำข้าวมาขายให้กับผู้ประกอบการค้าข้าวในประเทศไทย 4 บริษัท โดยบริษัทได้ถูกบีบบังคับจากผู้มีอำนาจให้เป็นผู้ชำระราคาและมอบข้าวจากคลังสินค้าของรัฐบาล มีการจ่ายเงินให้กับกรมการค้าต่างประเทศเป็นเช็คเงินสดจำนวนเงิน 29,984,699,365.84 บาท และข้าวตามสัญญาบางส่วนบริษัทสยามอินดิก้า จำกัด บริษัทสิราลัย จำกัด เป็นผู้ชำระคาและรับมอบข้าวดังกล่าวจากคลังสินค้าของรัฐบาลไปเช่นเดียวกัน โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงใดๆว่าเงินที่มาชำระหนี้ค่าข้าวเป็นเงินที่มาจากบริษัทจีเอสเอสจีและบริษัท Hainanแต่อย่างใด และจากการไต่สวนก็ได้พบว่ากรมศุลการยืนยันว่าทั้งสองบริษัทดังกล่าวได้มีการส่งข้าวออกนอกราชอาณาจักรแต่อย่างใด " นายวิชา กล่าว

นายวิชา กล่าวว่า จากการไต่สวนพบว่าแคชเชียร์เช็คที่มาชำระหนี้ค่าข้าวตามสัญญาซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ ส่วนหนึ่งเป็นแคชเชียร์ของผู้ค้ามันสำปะหลังประมาณ 3 พันล้านบาท และผู้ประกอบการค้ามันสำปะหลังเหล่านี้เมื่อได้ส่งมอบแคชเชียร์ให้กับกรมการค้าต่างประเทศแล้ว ก็ได้มีการเบิกมันสำปะหลังจากคลังสินค้าของรัฐบาล ซึ่งคณะกรรมการป.ป.ช.ได้มีมติให้สำนักงานป.ป.ช.แสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานว่าในช่วงรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มีการทำสัญญาซื้อขายมันสำปะหลังแบบรัฐต่อรัฐจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ได้พบว่าได้มีบริษัทจีนจำนวน 4 บริษัทได้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

นายวิชา กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการสร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างร้ายแรง ป.ป.ช.จึงมีมติเอกฉันท์ 7 เสียงว่ามีความผิดทางอาญาตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐพ.ศ.2542 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และ 157 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 พร้อมกับส่งรายงานให้สนช.ดำเนินการถอดถอนออกจากตำแหน่งต่อไป

"ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามท่านเป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ในขณะที่ดำรงตำแหน่งทุกท่านได้รับความเชื่อถือและความไว้วางใจในการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ท่านได้กระทำการที่เห็นได้ว่าทำให้บ้านเมืองเสียหายอย่างที่ไม่อาจประเมินเป็นราคาได้ กระบวนการทั้งหมดนี้พวกท่านไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้" นายวิชา กล่าว

กรรมการป.ป.ช.กล่าวสรุปว่า แม้ว่าจะมีการปฏิรูปประเทศแต่ถ้าจิตสำนึกของคนในชาติไม่ได้ยืนหยัดที่จะต่อสู่กับการทุจริต ก็ยากที่จะทำให้การปฏิรูปประเทศประสบความสำเร็จ จึงหวังว่าพระสยามเทวาธิราชจะปกป้องประเทศให้รอดพ้นจากการทุจริตตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ดังนั้น กระบวนการไต่สวนของป.ป.ช.ยืนยันว่ามีพยานหลักฐานครบถ้วนเพียงพอที่สนช.จะลงมติถอดถอนได้

เปิดคดีถอดถอน "บุญทรง" โต้แหลกยันระบายข้าวถูกต้อง

ขณะที่ นายบุญทรง แถลงเปิดคดีคัดค้านผลการตรวจสอบของป.ป.ช.ว่า คดีนี้เป็นคดีการเมือง เพราะมีการยื่นเรื่องสมัยมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประกอบกับการไต่สวนคดีนี้มีความรวดเร็วผิดปกติเมื่อเทียบกับคดีการระบายข้าวในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่ใช้เวลาการไต่สวนประมาณ 5 ปีแต่ยังไม่เสร็จสิ้น และที่สำคัญกรรมการป.ป.ช.มีการพูดชี้นำในลักษณะที่ว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิด ทั้งที่ยังอยู่ในระหว่างการไต่สวน

นายบุญทรง กล่าวว่า เพื่อประโยชน์สูงสุดของสาธารณะ ข้อมูลการระบายข้าวต้องปิดเป็นความลับไม่เปิดเผยต่อสาธารณะเพราะจะส่งผลให้เกิดความผัวผวนภายในประเทศ และการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ เพราะสามารถระบายข้าวในปริมาณที่มาก และส่งผลในเชิงจิตวิทยากระตุ้นให้ตลาดมีการเคลื่อนไหวและราคาข้าวมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น สำหรับการทำสัญญาซื้อขายและการชำระราคาหน้าคลังสินค้านั้นผู้ขายไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายกับการปรับปรุงคุณภาพข้าว ไม่ต้องเสียค่าเช่าเรือและอุปกรณ์เพื่อการขนส่ง โดยผู้ซื้อจะเป็นผู้รับผิดชอบและรับความเสียงเอง ซึ่งวิธีการนี้เป็นประโยชน์แก่ผู้ขายมากที่สุด หากตนเองในฐานะรมว.พาณิชย์ไม่เห็นชอบแนวทางนี้ก็อาจถูกกล่าวหาว่าไม่ปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ

"การเจรจาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐระหว่างรัฐบาลไทยกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลจีนนั้นผมได้รับรายงานว่าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจจีนได้แนบหนังสือรับรองสถานะความเป็นรัฐวิสาหกิจที่เป็นหน่วยงานของรัฐบาลจีนมาด้วย ภายหลังได้รับการเสนอซื้อจากจีน กรมการค้าต่างประเทศได้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับสถานะของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ขอซื้อข้าวไทย โดยรัฐบาลประชาชนมณฑลกวางตุ้งและไหหน่านมีหนังสือยืนยันว่าบริษัทจีเอสเอสจีเป็นรัฐวิสาหกิจของจีนจริง" นายบุญทรง กล่าว

นายบุญทรง กล่าวว่า บริษัทจีเอสเอสจีไม่ได้เคยรับโอกาสจากป.ป.ช.ให้เข้ามาชี้แจง ซึ่งบริษัทจีเอสเอสจีได้มีหนังสือมายังประธานป.ป.ช.แต่ป.ป.ช.ปฏิเสธที่จะรับฟัง การดำเนินการดังกล่าวจึงเป็นกระบวนการยุติธรรมที่ฟังความเพียงฝ่ายเดียว ถือเป็นการกระทำที่เป็นไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง ไม่สมกับผู้ทำหน้าที่อำนวยความยุติธรรม ที่ต้องทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง

"การขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐได้เทียบเคียงกับธรรมเนียมปฏิบัติในกรณีการระบายมันสำปะหลังสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ภายใต้เงื่อนไขการชำระราคาหน้าคลังสินค้าให้กับผู้ซื้อที่มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจเช่นเดียวกัน" นายบุญทรง กล่าว

นายบุญทรง กล่าวว่า สำหรับการรับชำระเงินด้วยแคชเชียร์โดยไม่มีการเปิดแอลซีนั้นขอชี้แจงการชำระเป็นแคชเชียร์เป็นการตกลงกันระหว่างรัฐบาลไทยกับจีน ซึ่งความสำคัญอยู่ที่ว่าได้ชำระเงินครบถ้วนหรือไม่มากกว่าวิธีการชำระเงิน เพราะที่ผ่านมาเคยมีรัฐบาลประเทศผู้ซื้อได้เปิดแอลซีแต่ไม่สามารถชำระเงินได้ตามเวลาที่กำหนด

"ภายหลังการส่งมอบข้าวตามสัญญา กรมการค้าต่างประเทศในฐานะคู่สัญญาได้มีการตรวจสอบตลอดเวลา แม้ว่าภาระหน้าที่ในฐานะผู้ขายและข้อตกลงในสัญญาซื้อขายจะไม่ได้กำหนดภาระเรื่องการรายงานหรือติดตามข้าวที่ส่งมอบให้กับผู้ซื้อก็ตาม" นายบุญทรง กล่าว

นายบุญทรง กล่าวสรุปว่า ส่วนตัวไม่ได้ถูกกล่าวหาเฉพาะการทำหน้าที่โดยมิชอบเท่านั้น แต่ถูกกล่าวหาตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐพ.ศ.2542 ซึ่งเป็นข้อหาร้ายแรง มีโทษถึงจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งการจะกล่าวหาตามพ.ร.บ.นี้จะต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนว่าใครจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง แต่การแจ้งข้อกล่าวหาในคดีนี้ ป.ป.ช.ไม่เคยแจ้งข้อหาตามความผิดของพ.ร.บ.ดังกล่าวมาก่อนแต่อย่างใด

"ผมจึงมีชีวิตเหมือนแขวนบนเส้นด้าย โทษที่ฟ้องร้ายแรงถึงขั้นจองจำตลอดชีวิต และท่านก็คงทราบด้วยว่าสำนวนหลักฐานทั้งหลายอยู่ภายใต้การไต่สวนของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งผมจะทุ่มแก้ข้อกล่าวหาเพื่อไถ่ชีวิตตัวเอง จึงเห็นว่าหากสภาแห่งนี้ดำเนินการพิจารณาถอดถอนต่อไปเท่ากับว่าท่านกำลังใช้ดุลพินิจก้าวล่วงชี้นำศาล กำลังจะประหารก่อนกระบวนการพิจารณาของศาล" นายบุญทรง กล่าว

เปิดคดีถอดถอน "บุญทรง" โต้แหลกยันระบายข้าวถูกต้อง

จากนั้นเป็นการชี้แจงของ นายภูมิ ซึ่งแถลงว่า การกล่าวหาว่าการขายข้าวไม่เป็นไปตามแบบจีทูจีแต่เป็นการกำหนดราคาหน้าคลัง  เป็นการกล่าวหาที่ไร้เหตุผลไม่มีพยานหลักฐาน ปปช​.​ไม่เคยสอบข้อเท็จจริงจากผู้ซื้อจะรู้ข้อเท็จจริงได้อย่างไร  นอกจากนี้ ที่ ป.ป.ช. กล่าวหาว่าอนุมัติขายข้าวราคาต่ำกว่าตลาด  และราคารับจำนำข้าว เป็นการกล่าวหาปราศจากเหตุผลรองรับ ซึ่งจะต้องมีพยานหลักฐานมาแสดงว่าการขายข้าวจีทูจีครั้งไหนขายสูงกว่าตลาด​บ้าง จึงเป็นการกล่าวหาที่เลื่อนลอย ไม่ให้ความเป็นธรรม

“ขอให้สนช.ยุติเรื่องการพิจารณาถอดถอนออกไปเสีย เพราะสำนวนคดี อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งมีการกำหนดวันพิจารณาคดีแล้วไม่ควรสร้างบรรทัดฐานใหม่ พิจารณาถอดถอนควบคู่หรือก่อนศาลตัดสิน”นายภูมิ กล่าว

ด้าน นายมนัส กล่าวว่า ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง ในฐานะที่เป็นข้าราชการประจำก็เป็นเหมือนเบี้ยตัวหนึ่ง ทั้งที่ไม่มีผลประโยชน์ทางการเมืองด้วย  และมีปู่ และ บิดาเป็นชาวนา เคยช่วยทำนาตั้งแต่อายุ 10 - 22 ปี ก่อนจะมารับราชการ ชีวิตช่วงน้ั้นลำบากแสนสาหัสจึงไม่ทรยศเพื่อนชาวนาแน่นอน นอกจากนี้ ที่ผ่านมาในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เคยระบายข้าว 3.4 ล้านตัน มารัฐบาลต่อมาก็ระบายข้าว   2.14 ล้านตัน ซึ่งรัฐบาลก่อนหน้านี้ใช้หลักการอย่างไรก็ใช้หลักการนั้นมาโดยตลอด

นายมนัส กล่าวอีกว่า  ในแง่กฎหมายตนเองเกษียณอายุราชการตั้งแต่ 1 ต.ค. 2555 แล้ว การถอดถอนออกจากตำแหน่งข้าราชการ รวมไปถึงข้อห้ามให้กลับมารับราชการอีกเป็นเวลา 5 ปี จึงไม่มีผล และ ไม่สามารถดำเนินการยื่นหนังสือ อีกทั้งข้อเท็จจริงต่างๆ ไปสู่ศาลหมดแล้ว และจะเป็นผู้พิจารณาความผิดเหมือนกับการถอดถอน หากศาลตัดสินว่าผิดก็จะไม่ได้รับสิทธิบำนาญที่ได้อยู่เดือนละ   4.2 หมื่นบาทและ ถูกริบคืนเครื่องราชย์ กลายเป็นคนธรรมดา เพราะไม่ได้รับจ้างเป็นที่ปรึกษาบริษัทหรือยามเฝ้าบ้านเหมือนข้าราชการผู้ใหญ่บางคนที่ได้ค่าตอบแทนเดือนละล้านสองล้าน ​

ภายหลังการแถลงคัดค้านเปิดสำนวน นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. กล่าวว่า ได้กำหนดนัดวัน แถลงปิดสำนวนด้วยวาจาในวันที่ 29 เม.ย. และ ให้ยื่นแถลงปิดสำนวนเป็นหนังสือได้ภายในวันที่ 5 พ.ค.  พร้อมกำหนดให้ยื่นญัตติกำหนดประเด็นซักถามได้จนถึงวันที่ 27 เม.ย.นี้ เวลา 12.00  น.  หลังจากนั้นคณะกรรมการซักถามจะได้เป็นผู้รวบรวมและทำหน้าที่ซักถามต่อไป  พร้อมกำหนดให้ผู้กล่าวหาและถูกกล่าวหาเข้าชี้แจงตอบข้อซักถามในวันประชุมซึ่งจะแจ้งให้ทราบต่อไปโดยคาดว่าน่าจะเป็นวันที่ 30 เม.ย. นี้

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI