posttoday
กมธ.ถอยแก้ปมนายกฯคนนอก

กมธ.ถอยแก้ปมนายกฯคนนอก

23 เมษายน 2558

คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญยอมปรับแก้ที่มานายกฯ คนนอก ระบุชัดต้องได้เสียง 2 ใน 3 เท่านั้น

คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญยอมปรับแก้ที่มานายกฯ คนนอก ระบุชัดต้องได้เสียง 2 ใน 3 เท่านั้น

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยกลางที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ว่า คณะ กมธ.ยกร่างฯ เตรียมปรับแก้ไขถ้อยคำที่เป็นรายละเอียดในร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 ที่เกี่ยวข้องกับที่มาของนายกรัฐมนตรีคนนอก โดยจะกำหนดให้ชัดเจนว่า หากเกิดกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถเลือกบุคคลมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ภายใน 30 วัน จะให้ สส.ที่ได้รับคะแนนสูงสุดเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนบุคคลที่ไม่ได้เป็น สส. จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้นั้นจะต้องได้รับคะแนนเสียง จำนวน 2 ใน 3 เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในทางปฏิบัติแล้วสภาจะเลือก สส.ที่เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะมีความเป็นไปได้ยากที่คนที่ไม่ได้ สส.จะมีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรี

“ระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ไม่ได้ทำให้พรรคการเมืองใหญ่กลายเป็นพรรคการเมืองเล็ก แต่สองพรรคการเมืองใหญ่ก็ยังใหญ่เหมือนเดิม และก็คงเป็นแกนในการจัดตั้งรัฐบาลเหมือนเดิม เมื่อพรรคใหญ่เป็นแกนนำแล้ว เขาก็ต้องเอาหัวหน้าพรรคเขานั่นแหละเป็นนายกรัฐมนตรี” นายบวรศักดิ์ กล่าว

ขณะที่ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะ กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า การปรับแก้ไขและทบทวนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญในอนาคต คงไม่สามารถปรับเปลี่ยนในเรื่องหลักการที่คณะกมธ.ยกร่างฯ ได้วางเอาไว้แล้วได้ เช่น ที่มาของนายกฯ และระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วน เพราะเป็นเรื่องที่คณะ กมธ.ยกร่างฯ ได้พิจารณามาอย่างรอบคอบแล้ว แต่อาจมีการปรับเปลี่ยนในรายละเอียดบ้าง หากเห็นว่ามีความจำเป็นและยืนยันว่าระบบเลือกตั้งที่ทำให้เป็นรัฐบาลผสมจะไม่ก่อให้เกิดวังวนของการรัฐประหารเหมือนที่ สปช.บางรายตั้งข้อสังเกต เพราะการรัฐประหารมีเหตุเกี่ยวข้องหลายประการ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ถ้าประชาชนเห็นด้วย หลงใหลได้ปลื้มกับการเป็นพลเมืองตามที่นายบวรศักดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ประกาศ แล้วไปใช้สิทธิลงประชามติสนับสนุนเสียงข้างมาก นายจตุพรจะเงียบปากไม่วิพากษ์วิจารณ์ เพราะประชาชนตัดสินใจ

“ใครลองบอกสิครับ การันตีเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ซึ่งไม่รู้ว่าชีวิตมันเพียงพอกับความเสียหายของประเทศไทยหรือไม่ ว่าเดินไปด้วยกติกาที่กำลังเขียนแบบนี้ เสถียรภาพทางการเมืองก็ไม่มี เสถียรภาพทางเศรษฐกิจก็ไม่มี แล้วใครยืนยันว่าสังคมนี้จะไม่แตกแยกบ้าง แต่สาระสำคัญที่สุดก็คือว่า ปลายทางที่นายดิเรก ถึงฝั่ง สปช.ได้พยากรณ์เอาไว้นั่นคือจุดสุดท้ายก็จะมีรัฐประหารเหมือนเดิมนั้นตรงกัน ผมขอตั้งฉายาให้กับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่า 3 ล. คือลับ ลวง โลก” นายจตุพร กล่าว

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI