
วาระแห่งชาติ
รัฐบาลยกปัญหาประมงเป็นวาระแห่งชาติ เร่งหาทางแก้ก่อนอียูแบนไทย
รัฐบาลยกปัญหาประมงเป็นวาระแห่งชาติ เร่งหาทางแก้ก่อนอียูแบนไทย
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมขับเคลื่อนและเร่งรัดการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลได้ยกการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และการประมงเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งจากนี้เชื่อว่าภายใน 6 เดือนนี้ จะสามารถแก้ปัญหาตามที่สหภาพยุโรป (อียู) ได้ให้ใบเหลืองไทยในธุรกิจประมงได้ทัน และเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับไทยเท่านั้น เพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ก็เคยโดนใบเหลืองแต่ก็แก้ไขจนได้ใบเขียว
“กระทรวงเกษตรฯ ยืนยันว่า ขณะนี้ศักยภาพของกองเรือไทยยังอยู่ในอันดับต้นๆ ของภูมิภาค โดยหากรัฐและเอกชนร่วมแก้ไขปัญหาศักยภาพการแข่งขันก็ยังอยู่ ไม่เช่นนั้นก็เดือดร้อนหมด” นายสุวพันธุ์ ชี้แจง
ด้าน นายปีติพงศ์ พึ่งบุญณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ไทยมีเวลา 6 เดือนในการปรับปรุง คาดว่าไทยจะถูกปลดใบเหลืองอย่างแน่นอน และเชื่อว่าอียูจะไม่ให้ใบแดงจนมีผลกระทบต่อสินค้าประมงไทยที่ส่งออกไปอียูปีละ 3.2 หมื่นล้านบาทแน่นอน เพราะรัฐบาลได้เร่งดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้อย่างเข้มข้น
นายปีติพงศ์ กล่าวว่า ได้หารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยเสนอให้ออกพระราชกำหนด หรือใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อให้อำนาจให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานที่จำเป็นในการจัดการในท่าเทียบเรือหรือศูนย์ควบคุมประมง ที่จะมีสิทธิไม่อนุญาตให้ออกเรือกรณีไม่ดำเนินการตามที่กำหนด มีอำนาจในการตรวจค้นเรือกรณีพบพิรุธเข้าดำเนินการเกี่ยวกับผู้ครอบครองเครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมาย โดยจะได้ข้อสรุปในสัปดาห์หน้า ก่อนที่คณะกรรมการอียูที่จะเดินทางมาติดตามงานในไทยต้นเดือน พ.ค.นี้
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ไม่จำเป็นที่จะใช้มาตรา 44 มาแก้ปัญหาประมงที่ไอยูยูให้ใบเหลือง เพราะนายกรัฐมนตรีมีอำนาจอยู่แล้ว สามารถออกคำสั่งได้เลย แต่จะคุยกับนายกรัฐมนตรีในการตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจไปชี้แจงการแก้ปัญหาประมงของไทยกับอียู ว่าได้ดำเนินการอย่างไร แก้ไขอย่างไรไปบ้างแล้ว ซึ่งเชื่อว่าแก้ไขได้
นายนพปฎล คุณวิบูลย์ หัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม กล่าวว่า ไทยยังมีเวลาเจรจาอีก 6 เดือน และยังไม่มีผลต่อการส่งออก แต่มีผลกระทบด้านจิตวิทยา ทำให้ประเทศผู้นำเข้าเตรียมหาแหล่งวัตถุดิบสินค้าสำรองจากประเทศอื่นแทนบ้างแล้ว







