
เฒ่าอุบลฯสารภาพฆ่าถ่วงสาวน้ำยืมเงินไม่คืน
ผู้ต้องหาสารภาพฆ่าหญิงสาววัยกลางคนถ่วงนำลำเซบาย สาเหตุยืมเงินแล้วไม่ใช้คืน
ผู้ต้องหาสารภาพฆ่าหญิงสาววัยกลางคนถ่วงนำลำเซบาย สาเหตุยืมเงินแล้วไม่ใช้คืน
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานีได้นำตัวนายชาลี สบายใจ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 134 หมู่ 3 ต.หนองขอน อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เป็นผ้ต้องหาฆ่านางบุญมา วงศ์พิจิตร อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 หมู่ 3 ต.ชีทวน อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี แล้วนำศพผูกติดกระสอบทรายนำไปทื้งลงแม่นำเซบาย บริเวณบ้านทุ่งขุนใหญ่ ต.หนองขอน เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้จับกุมได้ที่บ้านไม่มีเลขที่กลางทุ่งนาบ้านทุ่งขุนใหญ่ ต.หนองขอน อ.เมือง หลังสามีผ้ตายได้ไปดูศพของผ้ตายและให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทางผ้ตายได้เดินทางมาหานายชาลีฯ แล้วหายตัวไป
จากการสอบสวน นายชาลี ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนกับผู้ตายได้แอบคบกันแบบลับ ๆ มา 5 ปี แล้ว โดยเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาผู้ตาย ได้ขอยืมเงินตนไปจำนวน 15,000 บาท ได้ทวงเงินคืนตลอด แต่นางบุญมาไม่ยอมคืนให้ และเมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 14.00 น. ตนได้นัดพบกับผู้ตายบริเวณเกิดเหตุ เพื่อตกลงกันและได้ทวงเงินที่ผู้ตายยืมไป
อย่างไรก็ตามผู้ตายไม่ยอมจ่ายคืนให้ จึงทำให้โมโหและมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ตนจึงใช้ผ้าขาวม้าที่วางอยู่บริเวณดังกล่าวรัดคอนางบุญมาจนเสียชีวิต และนำศพไปถ่วงน้ำดังกล่าวสำหรับผู้ตายที่ไม่สวมกางกาง นายชาลี อ้างว่า ตนไม่ได้ข่มขืนผู้ตาย แต่ถอดกางเกงออก เพื่อสะดวกในการนำศพ ไปถ่วงน้ำ
พ.ต.อ.อภิศักดิ์ เดชะคำภู ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำตัว นาย ชาลี ทำแผนสารภาพผู้ต้องหาฆ่านางบุญมา แล้วนำศพผูกติดกระสอบทรายนำไปทิ้งลงแม่นำลำเซบาย บริเวณบ้านทุ่งขุนใหญ่ ต.หนองขอน เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดย มีชาวบ้านมามุงดูจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และปิดปัง ซ่อนเร้น อำพรางศพ







