posttoday
ละครเวทีเรื่อง แรด เกิดอะไรในวิปัสสนา?

ละครเวทีเรื่อง แรด เกิดอะไรในวิปัสสนา?

22 เมษายน 2558

เรามักมองว่าการทำสมาธิและวิปัสสนาเป็นของศาสนาพุทธ แต่สิ่งเหล่านี้มีการปฏิบัติกันมาตั้งแต่ในอินเดียโบราณ สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้เป็นการ “ค้นพบอีกครั้ง” และเป็นสิ่งสากลไม่จำกัดว่าต้องเป็นผู้ที่ “นับถือศาสนาพุทธ” เท่านั้นจึงจะปฏิบัติได้ผล

เรามักมองว่าการทำสมาธิและวิปัสสนาเป็นของศาสนาพุทธ แต่สิ่งเหล่านี้มีการปฏิบัติกันมาตั้งแต่ในอินเดียโบราณ สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้เป็นการ “ค้นพบอีกครั้ง” และเป็นสิ่งสากลไม่จำกัดว่าต้องเป็นผู้ที่ “นับถือศาสนาพุทธ” เท่านั้นจึงจะปฏิบัติได้ผล

ความเป็นมนุษย์เป็นเรื่องสากล ความทุกข์ ปัญหาชีวิตหรือปัญหาสังคมต่างๆ ก็เป็นเรื่องสากล ธรรมะหรือวิธีแก้ปัญหาจึงเป็นของสากล พระพุทธเจ้าสอนศิลปะของการดำเนินชีวิต ไม่ได้ตั้งลัทธิขึ้นใหม่ “ท่านไม่เคยบอกให้สาวกทำพิธีกรรมใดๆ”

ดังนั้น ในการฝึกวิปัสสนาแนวทางของอาจารย์อูบาขิ่นที่สอนโดยอาจารย์โกเอ็นก้า ผู้เข้าอบรมจึงต้องตกลงที่จะปล่อยวางเว้นจากการปฏิบัติศาสนกิจและพิธีกรรมต่างๆ ตลอด 10 วัน

วิปัสสนา หมายถึง การมองดูสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง เป็นกระบวนการในการทำจิตให้บริสุทธิ์โดยการเฝ้าดูตนเอง แนวทางที่อูบาขิ่น-โกเอ็นก้าสอนเป็นการเฝ้าสังเกตความรู้สึกต่างๆ ในร่างกาย (เวทนานุปัสสนา) ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด

ปรากฏการณ์ทางจิตและกายเปรียบเสมือน “ด้านทั้งสองของเหรียญอันเดียวกัน” ด้านหนึ่งคือความคิดหรืออารมณ์ที่เกิดขึ้นกับจิต อีกด้านหนึ่งคือลมหายใจหรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ความคิดหรืออารมณ์จะมีการแสดงออกทางลมหายใจและความรู้สึกทางกายในขณะนั้นด้วย ดังนั้นการสังเกตลมหายใจหรือความรู้สึกทางกาย ก็คือการสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นกับจิต

แล้วกายกับจิตเชื่อมโยงกันอย่างไร? มีผลต่อเนื่องอะไร? คำตอบเบื้องแรกอยู่ใน “ขันธ์ห้า” : เมื่อมีสิ่งภายนอกเข้ามากระทบร่างกาย (“รูป”) ทางใดทางหนึ่ง จะทำให้เกิด “วิญญาณ” หรือการรับรู้ขึ้น แล้ว “สัญญา” (ความจำได้หมายรู้) จะเป็นผู้ประเมินผลของสิ่งนั้น อาจถึงขั้นว่า “ดี” หรือ “ไม่ดี” จากนั้น “เวทนา” หรือความรู้สึกทางกายจะเกิดขึ้น ตามมาด้วย “สังขาร” คือการปรุงแต่งว่าชอบหรือไม่ชอบ อยากได้หรืออยากเลี่ยง ความคิดที่เข้ามากระทบ “ใจ” ก็จะเป็นทำนองเดียวกัน สังขารเป็นบ่อเกิดของกิเลส เป็นเมล็ดพันธุ์ที่จะมีอิทธิพลต่อการกระทำในอนาคตมากที่สุด

ท่านโกเอ็นก้าอธิบายด้วยว่า เมื่อเกิดกิเลสขึ้นในจิตจะมีปรากฏการณ์ทางกายเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน 2 อย่าง คือ (1) ลมหายใจจะผิดปกติ เราจะหายใจแรงเมื่อมีกิเลสเกิดขึ้นในใจ (2) จะมีปฏิกิริยาทางชีวเคมีบางอย่างเกิดขึ้นกับร่างกาย ซึ่งปรากฏออกมาเป็นความรู้สึก กิเลสทุกอย่างจะทำให้เกิดความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นในส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย

คนทั่วไปอาจไม่สังเกตกิเลสซึ่งเป็นนามธรรม เช่น ความโกรธ ความกลัว ความใคร่ แต่สามารถสังเกตลมหายใจหรือความรู้สึกทางกายได้หากได้ฝึกปฏิบัติอย่างถูกต้อง

จุดสำคัญในการฝึกสังเกตคือ ความสงบนิ่ง (Equanimity) หรือการวางเฉย (อุเบกขา) ของจิต ไม่ว่าจะพบกับความรู้สึกใดๆ ไม่ตกใจกลัวหรือผละหนีความรู้สึก “ไม่ดี” ที่ไม่ชอบ และก็ไม่ยึดติดหรือใฝ่หาความรู้สึก “ดีๆ” ที่ชอบ เพราะมีความเข้าใจในธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง (อนิจจัง) การรักษาความสมดุลเช่นนี้เป็นทางสายกลาง ไม่ใช่การหนีปัญหาแต่เป็นการเผชิญกับความจริงที่กำลังเกิดขึ้น ส่วนตัวผู้เขียนนึกถึงคำของท่านพุทธทาส “มันเป็นเช่นนั้นเอง” แต่ไม่ว่าคำไหนก็ต้องคอยระวังไม่ให้เป็นการบริกรรม

ถ้าเราสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ ไม่ปรุงแต่ง ก็จะพบว่ากิเลสนั้นอ่อนกำลังลงจนไม่สามารถครอบงำเราได้เหมือนก่อน และถ้าเราสังเกตไปเรื่อยๆ มันก็จะสลายตัวไปในที่สุด

วิปัสสนาช่วยสลายกิเลสในระดับ “จิตไร้สำนึก” (Unconscious) คลายปมแห่งสังขารหรือการปรุงแต่งที่เราสะสมมาแต่อดีต ซึ่งทำให้เราตอบโต้ต่อสิ่งเร้าภายนอกด้วยปฏิกิริยาที่มักปราศจากการกลั่นกรอง ดังเช่น มือที่ตบยุงเมื่อมากัดแขนขณะที่เราพูดคุยโดยไม่รู้ตัวว่ายุงกัดด้วยซ้ำ

การปฏิบัติวิปัสสนามี 3 ขั้นตอน ขั้นแรก คือ การรักษาศีล งดเว้นจากการกระทำทางกายที่ทำลายความสงบสุขของผู้อื่น อันจะช่วยไม่ให้กิเลสเพิ่มพูนและทำให้จิตใจสงบลง ผู้เข้าฝึกวิปัสสนาโกเอ็นก้าครั้งแรกจะถือศีล 5 ระหว่างการอบรม (เพิ่มเป็นศีล 8 ในครั้งต่อๆ ไป) ขั้นต่อมา คือ สมาธิ เป็นการพัฒนาความสามารถในการควบคุมจิตด้วยการเพ่งความสนใจไปที่วัตถุอย่างเดียว คือลมหายใจตามธรรมชาติ ทำให้จิตสงบยิ่งขึ้น พร้อมที่จะสำรวจความจริงในตัวเอง

ทั้งสองขั้นตอนนี้ปฏิบัติการที่จิตสำนึกหรือจิตใต้สำนึก (Subconscious) และจะนำไปสู่ความเก็บกดถ้าไม่ปฏิบัติขั้นตอนที่ 3 คือการชำระจิตให้บริสุทธิ์จากกิเลสในระดับจิตไร้สำนึก โดยการพัฒนาปัญญาให้เห็นธรรมชาติของตนเอง เข้าไปสังเกตปรากฏการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของกระบวนการนามรูปซึ่งแสดงตัวออกมาเป็นความรู้สึกทางกาย และไปปลงอุเบกขาในการลดหรือสลายการปรุงแต่งที่เป็นสาเหตุแห่งความไม่สงบสุขในชีวิต

หลังจากฝึกวิปัสสนา 10 วันแรกซึ่งไม่ใช่ของง่ายแม้สำหรับท่านโกเอ็นก้าที่สามารถชำระจิตได้มากพอที่จะทำให้โรคไมเกรนหายไป ท่านยังต้องฝึกต่อทุกวันๆ และเข้าอบรมอีกเป็นแรมปี

อีกหลายๆ คนรวมทั้งผู้เขียนอาจไม่ได้ผลสัมฤทธิ์ขนาดนั้น แต่ก็ได้เริ่มเรียนรู้ธรรมชาติกาย-จิต รู้จัก “ตัวเอง” มากขึ้น และเห็นแนวทางสู่ความสงบสุขในชีวิตปัจจุบัน ซึ่งจะเล่าประสบการณ์ส่วนตัวในบทความต่อไป

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน