
น้ำเค็มหนุนทะเลสาบสงขลาประมงรายได้พุ่ง
“แล้งหนัก” น้ำเค็มหนุนทะลสาบสงขลา ประมงมีรายได้จาก 5,000 บาท ทะยานขึ้น 30,000 บาท
“แล้งหนัก” น้ำเค็มหนุนทะลสาบสงขลา ประมงมีรายได้จาก 5,000 บาท ทะยานขึ้น 30,000 บาท
นายยงยุทธ ปรีดาลัมพะบุตร นักวิชาการ 8 สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง กล่าวว่า วิกฤตแล้งที่ยาวนาน ทำให้ทะเลสาบสงขลา น้ำทะเลเกิดความเค็มถึง 20 – 25 พีพีที. ทั้งพื้นที่ฝั่ง จ.พัทลุง และ จ.สงขลา กลับส่งผลดีทำให้ชาวประมงมีรายได้จากจับกุ้งกุลาดำเพิ่มขึ้น 20,000 – 30,000 บาท จากที่มีรายได้ประมาณ 5,000 บาทต่อราย
ทั้งนี้ โดยเฉพาะในระยะเพียง 3 เดือนที่ผ่านมา ชาวประมงสามารถจับกุ้งกุลาดำได้แล้วถึง 20 ตัน และตลอดทั้งปีคาดว่าจะสามารถจับได้สูงงถึง 50 ล้านตัน ซึ่งยังไม่นับถึงกุ้งก้ามกราม กุ้งแช่บ๊วย ขณะนี้ราคากุ้งกุลาดำ ราคาเคลื่อนไหวเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300 บาทต่อกก.
"ที่ผ่านมาทางสถาบันวิจัยฯ ได้ทำการปล่อยพันธุ์สัตว์ลงทะเลสาบสงขลา ตามโครงการฟาร์มทะเล โดยเฉพาะกุ้งกุลาดำ 12 ล้านตัว และกุ้งก้ามกราม 12 ล้าน และสัตว์อื่น ๆ อีก รวมแล้วประมาณ 60 ล้านตัว"นักวิชาการ 8 ฯ กล่าว
นายยงยุทธ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนที่ทะเลสาบจะเกิดภาวะน้ำเสียจากการปล่อยทิ้งน้ำเสียลงมานั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อฟาร์มทะเลชุมชนทะเลสาบสงขลามากนัก เพราะสัตว์น้ำเหล่านี้ก็จะหลบหนีไปที่น้ำดี จึงไม่มีผลกระทบต่อการเลี้ยงกุ้งฟาร์มทะเลแต่อย่างใด ไม่เหมือนกับการเลี้ยงปลาในกะชัง เมื่อถูกน้ำเสียก็จะเสียชีวิต เพราะไม่สามารถหลบหนีได้







