
เครื่องชี้เศรษฐกิจโงหัว
ปรเมธี วิมลศิริ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
ปรเมธี วิมลศิริ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจได้ปรับตัวดีขึ้นจากช่วงก่อนที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะเข้ามา ที่เศรษฐกิจไทยถูกกระทบจากทั้งสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในประเทศ ที่ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจลดลงต่ำสุดในรอบ 8 ปี และ 5 ปี ในเดือนเม.ย. 2557
ตอนนั้นการท่องเที่ยวกระทบหนัก ขาดความต่อเนื่องในการบริหารราชการ การอนุมัติส่งเสริมการลงทุนค้างอยู่เกือบ 4 แสนล้านบาท ถูกกระทบจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ทั้งการลดลงของปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ หนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้นจาก 70.3% เป็น 85% ในปี 2557 และถูกกระทบจากปัจจัยภายนอกประเทศคือการชะลอตัวของประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะการชะลอตัวลงของญี่ปุ่น จีน ยูโรโซน
อย่างไรก็ตาม ผลจากการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ทำให้เศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากที่หดตัว 0.5% ในไตรมาสแรกปี 2557 มาขยายตัว 0.4% 0.6% และ 2.3% ในไตรมาส 2-4 องค์ประกอบสำคัญที่อยู่ในภาวะหดตัวทั้งการใช้จ่ายภาคครัวเรือน การลงทุนภาคเอกชนการ ท่องเที่ยว และการผลิตของภาคอุตสาหกรรมเริ่มกลับมาขยายตัว
เป็นวงกว้างมากขึ้นตามความคืบหน้า ในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจของรัฐบาล
ไตรมาส 2/2557 การใช้จ่ายภาคครัวเรือนกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ไตรมาส ในไตรมาส 3/2557 การลงทุนภาคเอกชนเริ่มกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส และในไตรมาสสุดท้าย การท่องเที่ยวเริ่มกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ไตรมาส ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมเริ่มกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส
ขณะที่เครื่องชี้เศรษฐกิจล่าสุดในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2558 ชี้ให้เศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2558 จะสามารถขยายตัวได้ดีขึ้นจากไตรมาส 4/2557 ที่ขยายตัว 2.3% โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจสำคัญๆ ที่ปรับตัวดีขึ้นนั้น ด้านการผลิต ผลผลิตอุตสาหกรรมหดตัวช้าลง และกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 23 เดือน ขยายตัว 3.8% ในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา
ด้านนักท่องเที่ยวขยายตัวสูงและเร่งขึ้นเป็นเดือนที่ 5 ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวในช่วง 2 เดือนแรกขยายตัว 22.5% การลงทุนภาครัฐปรับตัวดีขึ้นตามความคืบหน้าของการเร่งรัดเบิกจ่ายงบลงทุน
ทั้งของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเพิ่มขึ้น 123.2% และ 104.8% ตามลำดับ ในช่วงไตรมาส 1/2558 ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนยังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวต่อเนื่อง
“เสถียรภาพทางเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี ด้วยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐาน 2 เดือนเฉลี่ยอยู่ที่ -0.5% และ 1.6% ตามลำดับ ว่างงาน 2 เดือนแรกอยู่ที่ 0.9% ดุลบัญชีเดินสะพัดยังคงเกินดุล 6,015 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่หนี้ครัวเรือนก็คาดว่าจะเริ่มทรงตัวไม่สร้างปัญหาในระยะต่อไป” ปรเมธี ให้เหตุผล
อย่างไรก็ตาม ดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.อยู่ระหว่างการพิจารณาตัวเลขเศรษฐกิจทั้งปี 2558 โดยจะปรับประมาณการอีกครั้งในเดือน มิ.ย.นี้ จากที่คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจจะขยายตัว 3.8%
ดอน กล่าวว่า ธปท.ค่อนข้างมั่นใจว่าในระยะต่อไป โดยเฉพาะไตรมาส 2 เศรษฐกิจน่าจะฟื้นตัวดีขึ้นและกลับมาเป็นบวกได้ เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกอย่างแน่นอน เนื่องจากรัฐบาลเร่งรัดการลงทุนมากขึ้น และภาคการส่งออกน่าจะฟื้นตัวดีขึ้น ดังนั้น เศรษฐกิจไทยจึงยังไม่เผชิญกับภาวะถดถอยทางเทคนิคอย่างแน่นอน
แต่ยอมรับว่าภาคส่งออกมีความเสี่ยงที่จะโตได้ต่ำกว่าที่คาดไว้ 0.8% เพราะมีความกังวลเพิ่มเติมจากสหภาพยุโรปขีดเส้นตายให้รัฐบาลไทยเร่งแก้ปัญหาเรื่องของการค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมประมงภายใน 6 เดือน ถ้าไทยทำไม่ได้ก็จะตัดการนำเข้าสินค้าประมงจากไทย ทำให้ส่งออกขยายตัวได้น้อยลงไปอีก
สำหรับเงินบาทเคลื่อนไหวแข็งค่าขึ้น 1% ใกล้เคียงกับเงินหยวนของจีน ส่วนเงินอินโดนีเซียแข็งค่าขึ้น 1.2% มาเลเซียแข็งค่าขึ้น 1.6% และสิงคโปร์แข็งค่าขึ้น 2.8%







