posttoday
คัดสรรผู้ว่าการ ธปท. ระวังการเมืองแทรก

คัดสรรผู้ว่าการ ธปท. ระวังการเมืองแทรก

21 เมษายน 2558

โดย...เสาวรส รณเกียรติ

โดย...เสาวรส รณเกียรติ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ถือว่าเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจไทยเสาหลักหนึ่ง ในการนำพาเศรษฐกิจไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ ได้ หน้าที่หลักของ ธปท. คือการดูแลอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

โดยเครื่องมือสำคัญของ ธปท.ในการดูแลอัตราเงินเฟ้อ คือ อัตราดอกเบี้ยที่มักจะถูกรัฐบาล ถูกฝ่ายการเมือง บีบคั้นกดดันให้ต้องลดดอกเบี้ย หรือมิฉะนั้นก็ไม่ให้ขึ้นดอกเบี้ยมาโดยตลอด รวมทั้งอัตราแลกเปลี่ยน หรือค่าเงินบาทที่แม้จะ ธปท.จะใช้นโยบายปล่อยให้ลอยตัวอย่างมีการบริหารจัดการมานานแล้ว แต่ก็ไม่วายถูกบีบคั้นให้กดค่าเงินบาทให้อ่อน เพื่อสนองความต้องการของพ่อค้า
ผู้ส่งออก

ด้วยเหตุนี้การดำรงความเป็นกลางและความอิสระในการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง และเป็นหลักการสากลที่ทุกประเทศทั่วโลกยึดถือ เพราะหาก ธปท. หรือธนาคารกลางต้อง“ลดดอกเบี้ย” หรือ “ไม่ขึ้นดอกเบี้ย” ตามแรงกดดันของฝ่ายการเมืองของพ่อค้าเอกชน ก็อาจเกิดผลเสียหายที่ไม่อาจคาดคิดได้ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเงินเฟ้อ หรือเงินฝืดจนประชาชนเดือดร้อน

เมื่อปี 2551 จึงมีการแก้ไข พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อกำหนดการได้มาของผู้ว่าการ ธปท. และคณะกรรมการ ธปท. และภาระหน้าที่ที่ป้องกันการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้ ในปี 2558 นี้ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท.จะครบวาระการดำรงตำแหน่ง ขณะเดียวกันก็มีคณะกรรมการ ธปท. 3 รายที่ครบวาระและต้องสรรหาใหม่

ในส่วนของผู้ว่าการ ธปท.นั้น ได้มีการตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการ ธปท. โดยมี สมพล เกียรติไพบูลย์ เป็นประธาน ซึ่งจะมีการประชุมครั้งแรกในวันที่ 21 เม.ย. 2558 เพื่อตกลงและกำหนดคุณสมบัติผู้เข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้ว่าการ ธปท. จากนั้นเปิดรับสมัครตามกฎหมายภายใน 90 วัน และคาดว่าจะได้ผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ในเดือน มิ.ย.นี้ เพื่อเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 1 ต.ค. 2558

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าขณะนี้จะไม่ใช่เป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้ง แต่แปลกที่ว่า ความกริ่งเกรงว่าการคัดสรรผู้ว่าการ ธปท.จะถูกแทรกแซงก็ไม่ได้สร่างซาลง โดยเฉพาะระยะหลังที่ ธปท. โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ไม่ยอมลดดอกเบี้ย หรือกดค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลง ได้สร้างความไม่พอใจให้กับคนในรัฐบาล และเอกชนที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลหลายคน

ณ เวลานี้ จึงมีชื่อที่ถูกปล่อยให้สะพัดออกมาว่า ฝ่ายการเมืองต้องการให้มาเป็นผู้ว่าการ ธปท. เพื่อให้การทำงานของ ธปท.สามารถสนองนโยบายของรัฐบาลได้ รายชื่อดังกล่าวมีทั้งอธิบดีกรมใหญ่ในกระทรวงการคลัง ที่ถูกอ้างว่าเรียน วปอ.รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หรืออีกรายที่ถูกโยกมาจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นต้น

นอกเหนือจากผู้ว่าการ ธปท. แล้ว คณะกรรมการคัดสรรชุดเดียวกัน ยังต้องคัดสรรกรรมการ ธปท.ทดแทนที่ครบวาระอีกด้วย

ที่ผ่านมาหลายฝ่ายเริ่มตื่นตัวกับการเข้าแทรกแซง ธปท.ของรัฐบาลในอดีต เป็นการแทรกแซงผ่านคณะกรรมการ ธปท. ที่ดูเหมือนไม่มีอำนาจในการดำเนินนโยบายการเงิน แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว ตามกฎหมาย คณะกรรมการ ธปท.มีอำนาจในการคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน กนง. จนสามารถตั้งคนของตัวเองเข้าเป็น กนง.ได้ คณะกรรมการ ธปท.ยังมีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ในการบริหารทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ ทำให้รัฐบาลในอดีตคิดจะนำทุนสำรองฯ ไปลงทุนด้านพลังงาน รวมทั้งลงทุนในสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานจนถูกต่อต้าน

นอกจากนี้ กรรมการ ธปท.ที่ครบวาระครั้งนี้ มี เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ปัจจุบัน อำพน กิตติอำพน ดำรงตำแหน่งอยู่ และตามกฎหมายมีสิทธิที่จะได้เป็นกรรมการ ธปท.อีกวาระหนึ่งนั้น เรื่องนี้ทั้งรัฐบาล ในฐานะที่เลขาธิการ ครม.เป็นผู้สนองงานราชการ และทั้งคณะกรรมการคัดสรรต้องคำนึงให้รอบคอบอย่างยิ่ง เพราะเลขาธิการ ครม.นั้น มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงโดยตรงกับรัฐบาล หากได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ ธปท.อีกครั้ง และเข้ายุครัฐบาลจากการเลือกตั้ง การแทรกแซง ธปท.ผ่านเลขาธิการ ครม.ย่อมทำได้โดยง่ายดาย

พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณะกรรมการ กนง. เห็นด้วยกับจุดนี้ เพราะแม้กฎหมาย ธปท.จะไม่ห้ามให้เลขาธิการ ครม. เป็นกรรมการ ธปท. แต่โดยหลักการแล้ว ไม่ควรให้เลขาธิการ ครม.เป็นกรรมการ ธปท.เพราะขัดกับหลักความเป็นอิสระ และธรรมาภิบาลที่ดีของการทำงาน ธปท. เนื่องจากตำแหน่งเลขาธิการ ครม.นั้นทำให้รัฐบาลเข้ามาแทรกแซง ธปท.ได้ง่าย ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าเสี่ยงที่จะเอาคนใกล้ชิดรัฐบาลเข้ามาจะดีกว่า

สำหรับผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ พรายพล เห็นว่าควรมีคุณสมบัติอย่างน้อย 2-3 ประการ

ประการแรกคือ ต้องได้ผู้ว่าการ ธปท.ที่สันทัดด้านเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับนโยบายการเงิน เครื่องมือทางการเงิน เช่น อัตราดอกเบี้ย เป้าหมายเงินเฟ้อ ต้องเข้าใจวิธีการทำงานของเครื่องมือด้านนโยบายการเงิน และการทำงานในการดูและเศรษฐกิจในภาพรวม รวมทั้งต้องสันทัดการทำงานด้านสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นบทบาทในฐานะธนาคารกลาง ธนาคารพาณิชย์

ประการที่สอง ผู้ว่าการ ธปท.จะต้องเป็นผู้ที่เข้าใจหลักการทำงานของธนาคารกลาง ที่จะต้องมีความอิสระในการตัดสินใจทั้งเรื่องนโยบายการเงินและสถาบันการเงิน เป็นอิสระจากทุกฝ่าย เพราะการตัดสินใจทางด้านการเงินนั้น ธปท.จะต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศในระยะยาว แต่ที่ผ่านมามักจะถูกกดดันให้ดำเนินนโยบายที่คำนึงถึงแต่ประโยชน์ในระยะสั้น หากไม่มีความเป็นอิสระก็จะเกิดความผิดพลาดได้

ส่วนที่เกรงว่า ธปท.จะเป็นอิสระจนสุดโต่ง ไม่บริหารภายใต้การดูแลชีวิตความเป็นอยู่และความเดือดร้อนของประชาชนนั้น พรายพล เห็นว่า กฎหมาย ธปท.มีกำหนดไว้ว่า ทุกปี ธปท.จะต้องตกลงกับรัฐบาล โดยเฉพาะกับ รมว.คลัง ในการวางกรอบแนวนโยบายต่างๆ เช่น เป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เป้าหมายเงินเฟ้อ และรวมถึงอัตราแลกเปลี่ยน ก็ต้องตกลงกับรัฐบาลล่วงหน้าก่อนว่ามีเป้าหมายอย่างไร และเป้าหมายนั้นจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก ครม. ซึ่งทำให้เกิดการยึดโยงระหว่าง ธปท.กับรัฐบาล แต่ขณะเดียวกัน ธปท.มีความเป็นอิสระในดำเนินการตามเป้าหมายที่ตกลงกันไว้ เช่น ระยะเวลาในการขึ้นดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยที่จะขยับขึ้นหรือขยับลง เป็นต้น

ประการสุดท้าย คือ ต้องเป็นกลางด้านการเมือง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และต้องเป็นผู้นำองค์กรที่ดี เป็นแบบอย่างที่ดีต่อพนักงานของ ธปท. และสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล

หลักการที่ พรายพล คุ้มทรัพย์ กล่าวมาทั้งหมดนี้ แม้ว่าเป็นหลักการพื้นฐานทั่วไป แต่ก็เป็นหลักการที่คณะกรรมการคัดสรรหลีกเลี่ยงหรือไม่ใส่ใจไม่ได้ เพราะการให้ได้มาซึ่งผู้ว่าการ ธปท. และคณะกรรมการ ธปท. ที่มีความรู้ความชำนาญด้านเศรษฐกิจมหภาค มีความเข้าใจหลักการทำงานของธนาคารกลาง และมีความเป็นกลางทางด้านการเมืองเท่านั้น จึงจะเป็นหลักประกันได้ว่า เสาหลักเศรษฐกิจของประเทศจะสามารถทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศอย่างยั่งยืนได้

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI