
สปช.ชื่นชมร่าง รธน.เจ๋ง
การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อให้ความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญวันแรกเมื่อวันที่ 20 เม.ย.
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อให้ความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญวันแรกเมื่อวันที่ 20 เม.ย. ยังไม่ได้มีการอภิปรายแบบดุเดือดอย่างที่คาดการณ์เอาไว้ตั้งแต่แรกเท่าไหร่นัก เนื่องจากเป็นการอภิปรายให้ความเห็นต่อเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญในบททั่วไป และภาค 1 ว่าด้วยพระมหากษัตริย์และประชาชน
ทันทีที่การประชุม สปช.เริ่มขึ้น “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้นำเสนอภาพรวมในการทำงานของคณะ กมธ.ยกร่างฯ และสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรก โดยเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีด้วยกัน 4 ประการ ได้แก่ 1.สร้างพลเมืองเป็นใหญ่ 2.การเมืองใสสะอาดและสมดุล 3.หนุนสังคมคุณธรรม และ 4.นำชาติสู่สันติสุข
“การเลือกตั้งทุกรูปแบบในปี 2540 และ 2550 เอาแบบมาจากฝรั่งทั้งสิ้น เรานำมาใช้เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับรัฐบาล แต่ผลแห่งการนั้น คือ การเกิดขึ้นของเผด็จการเสียงข้างมากเด็ดขาดของรัฐบาลที่สยายปีกไปแทรกแซงองค์กรตรวจสอบ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงเป็นที่มาของระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ซึ่งประเทศเยอรมนีเคยใช้หลังสงครามโลกครั้งที่สองเพื่อไม่ให้เกิดเผด็จการแบบฮิตเลอร์ขึ้นมาอีก” ประธาน กมธ.ยกร่างฯ กล่าว
ส่วนแนวทางการสร้างความปรองดอง “เอนก เหล่าธรรมทัศน์” กมธ.ยกร่างฯ อธิบายว่า ต้องเริ่มจากการสร้างความเข้าใจของ 3 ฝ่าย คือ แดง เหลือง และฝ่ายที่สาม เพื่อให้เกิดความรู้รักสามัคคี นอกจากนั้นระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมจะทำให้เกิดพรรคการเมืองเสียงข้างมากได้ยาก จึงอยากขอให้ สปช.สนับสนุนให้เกิดรัฐบาลผสม เพื่อสร้างความปรองดองระหว่างพรรคการเมืองและความปรองดองระหว่างสี
“ภาคใต้จะไม่เป็นของประชาธิปัตย์ ภาคเหนือ อีสานจะไม่เป็นของเพื่อไทย ระบบนี้จะสร้างความปรองดองระหว่างกัน” เอนก กล่าว
สำหรับการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญในส่วนนี้ของสมาชิก สปช.ส่วนใหญ่ได้อภิปรายสนับสนุนหลักการของร่างรัฐธรรมนูญตามที่คณะ กมธ.ยกร่างฯ ได้วางเอาไว้ แต่ก็ได้วิพากษ์วิจารณ์ว่ายังมีช่องโหว่อยู่ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาพอสมควร
คุรุจิต นาครทรรพ รองประธานคณะ กมธ.ปฏิรูปพลังงาน สปช. ระบุว่า กระบวนการทำประชามติที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญอาจนำไปสู่ความขัดแย้ง เช่น หากเกิดมีจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งอยากขอทำประชามติแบ่งแยกไปปกครองตนเองเหมือนกับที่สกอตแลนด์ขอทำประชามติจากประชาชนว่าจะรวมอยู่กับสหราชอาณาจักรต่อไปหรือไม่จะทำอย่างไร
“คณะ กมธ.ยกร่างฯ อาจตอบว่าการทำประชามติจะทำในเรื่องที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญไม่ได้ แต่อย่าลืมนะว่าวิธีการชงเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องการแบ่งแยกไปปกครองตนเอง แต่จะไปเขียนในทำนองเพื่อให้มีผลเสมือนกัน เช่น การขอมีอำนาจจัดเก็บภาษีเอง การขอมีกองกำลังตำรวจท้องถิ่นเอง เป็นต้น” คุรุจิต กล่าว
ประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานคณะ กมธ.ปฏิรูปการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและการประพฤติมิชอบ อภิปรายว่า ยังไม่พบว่าในรัฐธรรมนูญได้มีมาตรการรองรับเรื่องการให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลการใช้จ่ายเงินแผ่นดินและการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐ จึงอยากให้มีการออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างกลไกป้องกันการบริหารราชการแผ่นดินที่มุ่งนโยบายประชานิยม หลังจากที่ผ่านมามีการใช้เงินแผ่นดินในทางที่ไม่ถูกต้อง แต่ไม่สามารถตรวจสอบได้ตามกฎหมาย
ขณะที่การอภิปรายของ สปช.ในวันนี้ จะเข้าสู่เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญในภาค 2 ว่าด้วยผู้นำการเมืองที่ดีและระบบผู้แทนที่ดี ซึ่งมีสมาชิก สปช.เตรียมอภิปรายเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี สส.และ สว.







