posttoday
"นพ.ชูชัย" ร่ายปมปฏิรูปสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญ

"นพ.ชูชัย" ร่ายปมปฏิรูปสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญ

20 เมษายน 2558

นพ.ชูชัย แจงหมวดปฏิรูปมีผลบังคับสภาฯ ครม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง "กอบศักดิ์" ขมวดหลักปฏิรูปเศรษฐกิจ มุ่งลดผูกขาด

นพ.ชูชัย แจงหมวดปฏิรูปมีผลบังคับสภาฯ ครม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง "กอบศักดิ์"  ขมวดหลักปฏิรูปเศรษฐกิจ มุ่งลดผูกขาด

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. การอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญโดยสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คณะกรรมาธิการ(กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญได้นำเสนอหลักการสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญในแต่ละส่วน สำหรับสาระสำคัญในการปฏิรูปมี นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นผู้นำเสนอ โดยมีสาระสำคัญดังนี้

นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ กล่าวว่า การปฏิรูปที่สำคัญ ดังนี้ 1. การปฏิรูปที่ดิน รัฐธรรมนูญ 17 เขียนเรื่องที่ดินดีมาก 50 นำมาใส่ไว้ในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ 294 ให้มีการกระจายการถือครองอย่างเป็นธรรม ซึ่งเครือข่ายประชาชนปฏิรูปที่ดินได้ร่างกฎหมายไว้แล้ว เรียกว่า "กฎหมายคนจน" ว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน โฉนดที่ดิน การจัดเก็บภาษี ร่างรัฐธรรมนูญได้สนองข้อเสนอนี้แล้ว 2. การปฏิรูประบบบริหารราชการแผ่นดิน สาระสำคัญคือมาตรา 284 กำหนดให้มีองค์กรบริหารพัฒนาภาค หรือกลุ่มจังหวัด 9-12 กลุ่มจังหวัด ปฏิบัติภารกิจไม่ซ้ำกับงานของจังหวัดหรือท้องถิ่น เช่น การวางโครงข่ายคมนาคมในภาค และจัดการสิ่งแวดล้อมในอันดามัน เป็นต้น นอกจากนั้นยังขจัดระบบราชการที่รวมศูนย์ โดยบัญญัติให้องค์กรบริหารท้องถิ่นเป็นพื้นที่จังหวัด ซึ่งเร่งจัดตั้งในพื้นที่ที่มีความพร้อมและเหมาะสมโดยเร็ว สอดคล้องกับเครือข่ายจังหวัดจัดการตนเองทุกภาค

3. การปฏิรูปด้านพลังงาน มาตรา 288 บัญญัติให้มีการบริหารจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน ปิโตรเลียมเป็นสมบัติของชาติ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ ซึ่งขณะนี้มีการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียมโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช. ) ซึ่งคาดว่าจะสอดคล้องกับข้อเสนอของ สปช. 4. การปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม หลักการสำคัญคือป้องกันไม่ให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วมในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อไป

5. การปฏิรูปสาธารณสุข มีสาระสำคัญ เช่น การพัฒนาระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ มุ่งไปที่ระบบบริการที่เชื่อมต่อกับชุมชน เช่น รพ.ชุมชน รพ.อำเภอ สถานีอาณามัย อาสาสมัครสาธารณสุข และผู้นำจิตอาสา ฯลฯ รวมถึงพัฒนาระบบประกันสุขภาพที่ยังมีความเหลื่อมล้ำ จะต้องปฏิรูปการประกันสุขภาพที่ได้รับมาตรฐานใกล้เคียงกัน 6. การปฏิรูปสังคม คือการปฏิรูปสวัสดิการสังคมให้มีระบบประกันสังคมทุกกลุ่มวัย และจัดตั้งระบบการออกเพื่อรองรับผู้สูงอายุ โดยจะต้องจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปสังคมและชุมชนภายใน 1 ปี 7. การปฏิรูปแรงงาน จัดให้มีเสรีภาพตาอนุสัญญาแรงงานโลก โดยเฉพาะการสมาคม การรวมตัวกันต่อรอง การจัดตั้งธนาคารแรงงาน ฯลฯ

8. การปฏิรูปวัฒนธรรม ในมาตรา 290 บัญญัติให้มีการจัดตั้งสมัชชาวัฒนธรรมในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ที่มาจากภาคประชาสังคม รวมถึงจัดตั้ง "กองทุนทางวัฒนธรรมแห่งชาติ" เพื่อส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม 9. การปฏิรูปการศึกษา รัฐบาลได้เริ่มปฏิรูปการศึกษาแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษาด้วยตนเอง ส่วนในร่างรัฐรัฐธรรมนูญได้บัญญัติให้รัฐลดบทบาทในการเป็นผู้จัดการศึกษา แต่เปลี่ยนบทบาทเป็นผู้จัดให้มีการศึกษาแทน นอกจากนั้นยังบัญญัติให้มีการจัดสรรค่าใช้จ่ายรายหัวโดยตรงต่อผู้เรียนทุกอย่างพอเพียง อย่างไรก็ตามกำหนดให้มีการจัดตั้ง "คณะกรรมการการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ" อยู่ในกำกับสำนักนายกรัฐมนตรีภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 

10. การปฏิรูปวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บัญญัติให้มีการจัดสร้างโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบเกษตรกรรม ซึ่งจะต้องมี "คณะกรรมปฏิรูปการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ"ภายใน 1 ปี รวมทั้งสร้างมาตรการจูงใจให้นักวิทยาศาสตร์ในต่างประเทศนำความรู้เข้าสู่ประเทศ  11. การปฏิรูปสื่อมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ บัญญัติให้สื่อมวลชนมีเสรีภาพควบคู่กับความรับผิดชอบ เพื่อเป็นหลักประกันความเป็นอิสระและป้องกันการแทรกแซงอำนาจทุนและอำนาจรัฐ การกำกับดูแลสื่อมวลชนนอกจากการกำกับดูและกันเอง ประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลด้วย

นอกจากนั้นจะต้องส่งเสริมให้มีการจัดสรรทรัพยากรเกี่ยวกับสื่อสารมวลชนอย่างทั่วถึง ขณะที่มีกฎหมายที่เตรียมจะเสนอเพื่อการปฏิรูป 3 ฉบับ ซึ่งจะมีการชี้แจงในชั้นต่อไป และ 12. การปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมุ่งไปที่การปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ ซึ่งจะมีผู้รับผิดชอบที่แจงรายละเอียดต่อไปเช่นกัน

"หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปเพิกเฉยไม่ดำเนินการใดๆ ซึ่งรัฐธรรมนูญ 40 50 ได้ประสบมาจะมีมาตรการใด อยากเรียนว่าคำตอบอยู่ที่มาตรา 277 ครับ บทบัญญัติในภาคนี้ก่อให้เกิดความรับผิดชอบแก่รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงาน และพลเมืองที่จัดให้มีการปฏิรูปและสร้างความปรองดองตามหลักการและเวลาที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ถ้าไม่ดำเนินการถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 102 กำหนดไว้ชัด อะไรที่ไม่ได้บัญญัติไว้ ถ้าไม่ดำเนินการละเว้นการบัญญัติ การเสียหายย่อมฟ้องรัฐให้ชดใช้ค่าเสียหายได้"นพ. ชูชัย กล่าว

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กล่าวว่า ในการปฏิรูปเศรษฐกิจ วินัยการเงินการคลัง และการสร้างกลไกเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของประเทศ คณะกมธ.ยกร่างฯ ได้บัญญัติแนวทางเพื่อปฏิรูปมิติดังกล่าว 3 ประเด็น คือ 1. การยกเครื่องระบบการคลัง โดยเฉพาะการใช้จ่ายเงินของแผ่นดิน ปิดช่องไม่ให้เกิดการประชานิยม และนำระบบงบประมาณ 2 ขา มาปรับใช้ นอกจากนั้นแล้วยังบัญญัติการกู้ยืมของรัฐบาลเป็นเงินแผ่นดิน ตัดงบประมาณแปรญัตติ และสามารถฟ้องร้องเมื่อมีการดำเนินนโยบายที่ไม่เป็นธรรมของรัฐบาล

2. การลดความเลื่อมล้ำ บัญญัติให้มีการจัดตั้งหน่วยงานกลางที่จะเข้ามารับผิดชอบส่วนนี้ รวมถึงการปฏิรูปในประเด็นต่างๆ ที่ นพ. ชูชัย ได้นำเสนอจะเป็นส่วนช่วยให้การลดความเหลื่อมล้ำประสบความสำเร็จ และ3. การวางรากฐานไปสู่อนาคต ซึ่งได้วางกลไกที่ลดการผูกขาดทางเศรษฐกิจ ปรับรัฐวิสาหกิจจากภาระของรัฐ ให้กลายเป็นพาหะที่จะนำประเทศไปสู่การพัฒนา และผลักดันประเทศไปสู่ประเทศศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา