
หนุ่มญี่ปุ่นโวยแท็กซี่สุวรรณภูมิยังโกงผู้โดยสารเหมือนเดิม
หนุ่มญี่ปุ่นโพสต์เฟซบุ๊กแฉแท็กซี่สุวรรณภูมิยังเก็บค่าโดยสารเกินจริง-ไม่เปิดมิเตอร์ เผยมีแท็กซี่มาต่อว่า-ข่มขู่หลังโพสต์ตำหนิ
หนุ่มญี่ปุ่นโพสต์เฟซบุ๊กแฉแท็กซี่สุวรรณภูมิยังเก็บค่าโดยสารเกินจริง-ไม่เปิดมิเตอร์ เผยมีแท็กซี่มาต่อว่า-ข่มขู่หลังโพสต์ตำหนิ
เมื่อวันที่ 18 เม.ย. อากิฮิโระ โทมิคาว่า นักธุรกิจชาวญี่ปุ่นเจ้าของเฟซบุ๊ก "Koki aki" ซึ่งเคยโพสต์เฟซบุ๊กตำหนิการให้บริการขอองรถแท็กซี่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่ามีการคิดค่าบริการแบบเหมาจ่ายโดยไม่กดมิเตอร์จนทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางและนำไปสู่การจัดเรียบการให้บริการแท็กซี่
ล่าสุด Koki aki ได้โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวอีกว่า พร้อมระบุว่า เพื่อนจากญี่ปุ่นที่เดินทางมาประเทศไทยยังถูกแท็กซี่สนามบินเก็บค่าโดยสารเกินจริง และไม่ยอมเปิดมิเตอร์ ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงไปจากครั้งที่แล้วที่ออกมาโพสต์เรื่องดังกล่าว
Koki Akiระบุข้อความไว้ดังนี้
ผมขอบอกอีกครั้งนะครับว่าสนามบินสุวรรณภูมิคือความน่าอายของประเทศไทย
ครั้งนี้เพื่อนๆของผมมาจากญี่ปุ่นเพื่อมาช่วยเด็กในชุมชนประเทศไทย
พวกเขามาทำขนมญี่ปุ่นให้เด็กๆในชุมชนทาน
แต่ครั้งนี้พวกเขาก็โดนแท็กซี่สนามบินเก็บค่าโดยสารเกินจริงอีก
เพื่อนผม คุณ A มากัน 11 คน มาถึงเมื่อวันที่ 14 เมษายน เวลา 18.00 น.
พวกเขาขึ้นรถคันใหญ่ 2 คัน
แต่คนขับไม่กดมิเตอร์ และเรียกราคา 600 และ 750 บาท ไม่รวมค่าทางด่วน
ครั้งนี้คนขับก็ขอเก็บบัตรคิวแท็กซี่จากพวกเขาด้วย
และคุณ A บอกอีกว่าเจ้าหน้าที่ที่กดบัตรคิวก็มัวแต่เล่นกัน
ผมพูดเรื่องนี้ครั้งหนึ่งแล้วเมื่อเดือนมกราคม แต่ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย
กระทรวงที่รับผิดชอบและผู้ที่ดูแลสนามบินควรจะทราบว่า แท็กซี่สนามบินและเจ้าหน้าที่บางคนได้สร้างความอับอายให้ประเทศไทย
พวกเขาจะรู้ไหมว่าเรื่องนี้ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศไทยเสียหาย และทำให้ประเทศสูญเสียหลายสิ่ง
ครั้งที่แล้วที่ผมพูดเรื่องนี้ไป ก็มีคนขับแท็กซี่มาต่อว่าผม มีแม้กระทั่งข่มขู่
บางคนก็เอารูปที่ไม่ใช่รูปผมมาอ้าง
แต่ลองคิดดูนะครับ ถึงรายได้จะน้อย ถึงประสิทธิภาพจะไม่ดี แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะมาหลอกเอาเงินจากนักท่องเที่ยว
การที่คนขับบ่นต่อว่ากับผู้โดยสาร พวกเขาน่าจะไปพูดกับกระทรวง หรือผู้ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้มากกว่านักท่องเที่ยวนะครับ
ครั้งนี้กลุ่มของคุณ A มาทำจิตอาสาให้เด็กๆในชุมชนในไทย โดยไม่ได้หวังผลตอบแทนอะไรเลย
พอเกิดเรื่องครั้งก่อนก็มีเจ้าหน้าที่คอยตรวจรถแท็กซี่ ผู้บริหารสนามบินก็ขอโทษผม แต่พอผ่านมาแค่ 2 เดือนทุกอย่างก็กลับเป็นเหมือนเดิมอีก
ผมพูดหลายครั้งแล้วนะครับว่าสนามบินคือประตูสู่ประเทศ
นักท่องเที่ยวควรจะได้รับการบริการที่ปลอดภัยครับ
และสนามบิินก็คือหน้าตาของประเทศเช่นกันครับ
ผมอยากจะบอกว่า ผู้ที่รับผิดชอบควรจะยอมรับว่าความน่าอายก็คือความน่าอายครับ
ช่วยทำให้สนามบินเป็นสนามบินที่ปกติสำหรับนักท่องเที่ยวด้วยนะครับ
ผมอยากจะฝากบอกกับรัฐบาลด้วยครับ
ภาพถ่ายมาจากอินเตอร์เนต ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาครับ







