
ตีปี๊บผลงานพรึ่บ ศก.ติดเครื่อง-เอกชนแฮปปี้
รัฐบาลนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลในรอบ 6 เดือน
รัฐบาลนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลในรอบ 6 เดือน เมื่อวันที่ 17 เม.ย. โดยยืนยันประสบความสำเร็จทุกด้าน สามารถสร้างความสงบให้กับบ้านเมือง ป้องกันความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้ง และได้ดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้เป็นอย่างดี และส่งผลให้เศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้น
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ผลงานด้านเศรษฐกิจในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลได้เร่งกระตุ้นทุกด้าน ทั้งการส่งออกการลงทุนภาครัฐ ภาคเอกชน ฯลฯจนทำให้ไตรมาส 4 ของปี 2557 เริ่มดีขึ้น จาก 0.6% ขึ้นมาอยู่ที่ 2.3% ส่วนภาคการส่งออกโดยเฉพาะในส่วนของการบริการเพิ่มขึ้นประมาณ 15% เป็นอย่างน้อย เมื่อรวมทั้งหมดแม้การส่งออกหดตัวลบ 4% แต่โดยรวมแล้วไตรมาสแรกของปี 2558 เชื่อว่าจีดีพีจะขยายตัวมากกว่า 3% อย่างแน่นอน เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจไทยดี
“หากการส่งออกไม่ติดลบ หรือกลับมาเป็นบวกได้ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2558 เชื่อว่าจะส่งผลทำให้จีดีพีโตได้ 4% เนื่องจากในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. เชื่อว่าการลงทุนภาคเอกชนและการท่องเที่ยวยังสามารถเดินได้อย่างต่อเนื่อง” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ประเมิน
รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ ระบุอีกว่า การใช้จ่ายในภาคครัวเรือนขณะนี้เพิ่มมากขึ้น ส่วนการลงทุนของเอกชน 9 เดือนที่ผ่านมา มีการลงทุนด้านโรงงานมีเม็ดเงินใส่มา 4 แสนล้านบาท ซึ่งมาจากการแก้ไขปัญหาการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) จึงทำให้ภาคเอกชนสามารถก่อสร้างโรงงานและเดินเครื่องจักรการผลิตได้เป็นจำนวนมาก และเชื่อว่าจะเพิ่มขึ้นต่อไป เพราะโรงงานที่ขออนุมัติไปแล้ว 3,900 แห่ง จาก 4,500 แห่ง
อย่างไรก็ตาม ยังมีจุดอ่อนอยู่คือ เรื่องเกษตรกรชาวนาผู้ปลูกข้าวและผู้ทำสวนยางพารา ซึ่งราคาไม่ขึ้นและจะลงด้วยซ้ำ แต่รัฐบาลได้ช่วยเหลือเต็มที่
ในขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ แถลงย้ำว่า ทุกปัญหาดีขึ้นตามลำดับ แม้จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ แต่ไม่เคยย่อท้อ ใช้อำนาจที่มีอยู่เพื่อประเทศ ถ้ารัฐธรรมนูญผ่านก็จะได้เลือกตั้ง เพราะไม่ต้องการอยู่นานๆ และงานที่ทำไม่ต้องการให้เป็นภาระของรัฐบาลชุดต่อๆ ไป โดยด้านเศรษฐกิจจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เร่งการใช้จ่ายงบประมาณ ดัชนีผู้บริโภคก็เพิ่มสูงขึ้น ภาคอุตสาหกรรมก็มีการขยายตัว สิ่งเหล่านี้เอกชนโดยหอการค้าไทยเป็นคนพูด และต่างประเทศก็เข้าใจสถานการณ์ในไทยมากขึ้น
สำหรับความเห็นของภาคเอกชนหลังรัฐบาลแถลงผลงาน 6 เดือนนั้น “อิสระ ว่องกุศลกิจ” ประธานกรรมการหอการค้าไทย บอกว่า พอใจกับผลงานรัฐบาลที่ผ่านมา ถือว่าสอบผ่าน
“ผมพอใจการทำงานของรัฐบาล ให้คะแนนมากกว่า 70% สอบผ่าน เพราะการทำงานของรัฐบาลเปิดใจรับฟังปัญหา ทั้งจากประชาชน ภาคเอกชน นักธุรกิจต่างๆ และพยายามที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ได้ แม้จะมีปัญหาติดขัดบ้าง แต่เท่าที่รับฟังจากสมาชิกหอการค้าฯ ส่วนใหญ่ก็พอใจกับการทำงานของรัฐบาล”อิสระ ระบุ
เช่นเดียวกับฟากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดย“สุพันธุ์ มงคลสุธี” ประธาน ส.อ.ท. ประเมินรัฐบาลสอบผ่านด้านเศรษฐกิจ และรัฐบาลชุดนี้ให้โอกาสภาคเอกชนทุกองค์กรไปร่วมเป็นคณะทำงานในหลายๆ คณะ เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
ขณะที่ “บุญชัย โชควัฒนา” ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนพิบูล มองว่ารัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ และเข้าใจถึงการทำงาน เพราะปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นส่งผลให้เกิดหนี้ครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นรถคันแรก หรือการรับจำนำข้าว ล้วนมาจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งหากรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาตามแนวทางดังกล่าวได้เชื่อว่าจะช่วยสร้างให้บรรยากาศของประเทศดีขึ้น
ผลงานรัฐบาลครั้งนี้ ประชาชนเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสินว่าเป็นจริงหรือแค่เพียงลมปากของท่านผู้นำเท่านั้น







