
บิ๊กตู่ตั้งทีมงานพีอาร์ร่างรธน.
คสช.ตั้งคณะทำงานประสานทุกฝ่ายสร้างความเข้าใจร่าง รธน.-ปฏิรูป มอบสถาบันพระปกเกล้าหัวเรือใหญ่
คสช.ตั้งคณะทำงานประสานทุกฝ่ายสร้างความเข้าใจร่าง รธน.-ปฏิรูป มอบสถาบันพระปกเกล้าหัวเรือใหญ่
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีคำสั่งตั้งคณะทำงานประสานฝ่ายต่างๆ ในการจัดทำรัฐธรรมนูญและปฏิรูป เพื่อสร้างความรับรู้ความเข้าใจแก่ผู้เกี่ยวข้องและประชาชน และป้องกันการสร้างความเข้าใจผิดในประเด็นต่างๆ โดยให้สถาบันพระปกเกล้าเป็นหน่วยธุรการและให้ดําเนินการเร่งด่วน
คำสั่งดังกล่าวได้ระบุให้คณะทํางานทําหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐตามที่เห็นสมควร สถาบันพระปกเกล้า และกลุ่มแม่น้ำ 5 สาย เพื่อพิจารณาเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากต่างประเทศด้านการเมืองการปกครอง มาให้ประสบการณ์และความเข้าใจในการพัฒนาประเทศไปสู่ระบอบประชาธิปไตยและการปฏิรูปประเทศ โดยจะต้องไม่วิพากษ์หรือวิจารณ์ หรือทำให้กระทบต่อความคืบหน้าในการร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจัดทำขึ้น
ขณะเดียวกัน ให้คณะทํางานจัดให้มีการศึกษาวิจัยเปรียบเทียบและระบุปัญหาที่เกิดจากการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และ 2550 ซึ่งเคยมีข้อท้วงติงว่าเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการเมืองของไทย หรือไม่ตอบสนองต่อการแก้วิกฤตการณ์ของประเทศ พร้อมทั้งให้จัดทําข้อเสนอแนะให้ประชาชนทราบด้วย
ด้าน นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงการประชุม สปช. เพื่ออภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ ระหว่างวันที่ 20-26 เม.ย.นี้ ว่า เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่จะถูกอภิปรายมาก คงเป็นเรื่องที่มานายกรัฐมนตรี ที่มา สว. และระบบเลือกตั้ง ส่วนข้อเสนอให้ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญนั้น นายเทียนฉาย กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะพูด เพราะวันนี้เรื่องการประชามติยังไม่ใช่พระเอก แต่ควรให้ความสำคัญเรื่องเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญก่อน
นายวันชัย สอนศิริ โฆษกวิป สปช. กล่าวว่า รูปแบบการอภิปรายนั้น เบื้องต้นกำหนดให้เวลากรรมาธิการ 18 คณะ คณะละ 2 ชั่วโมง โดยเป้าใหญ่อยู่ที่เรื่องการเมือง ยุติธรรม ปรองดอง องค์กรอิสระ สภาขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การปฏิรูป “บรรยากาศดุเดือดกว่าทุกครั้งแน่ แต่จะเป็นแบบไมตรีวิวาทะ ไม่ใช่การเล่นสำนวน หรือวิวาทะแบบแตกหัก เป็นเรื่องการเชือดเฉือนทางวิชาการและเหตุผลที่จะห้ำหั่นกัน” นายวันชัย กล่าว
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องการทำประชามติรัฐธรรมนูญนั้น นายกรัฐมนตรีตอบไปแล้วว่าต้องดูเหตุการณ์และสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา แล้ว คสช.จะเป็นผู้ตกลงใจ
“อยากเตือนสติสังคมว่า ที่ผ่านมาเวลาจะขอความเห็นชอบจากประชาชนในเรื่องใหญ่ๆ ที่ไร้การเผชิญหน้ามันเป็นเรื่องยาก เช่น เรื่องการปฏิรูปก่อนหรือหลังการเลือกตั้ง เป็นชนวนทำให้เกิดความขัดแย้งจนมีเรื่องลุกลามบานปลาย จนในที่สุด คสช.ต้องเข้ามา ซึ่งรัฐบาลไม่หวังให้เหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีก จึงอยากให้สติสังคมว่า การให้ความคิดเห็นเรื่องต่างๆ หรือการทำประชามติเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ต้องมองผลดีผลเสียให้รอบด้าน” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว







