
วอนทบทวนรื้อสถานีตากสิน
8 โรงแรมริมแม่น้ำดอดส่งหนังสือถึง กทม. ร้องทบทวนแผนรื้อสถานีสะพานตากสิน หวั่นกระทบการท่องเที่ยว
8 โรงแรมริมแม่น้ำดอดส่งหนังสือถึง กทม. ร้องทบทวนแผนรื้อสถานีสะพานตากสิน หวั่นกระทบการท่องเที่ยว
แหล่งข่าวจากกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า 8 ผู้ประกอบการโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่โซนยอดพิมาน (ปากคลองตลาด)-โรงแรมแม่น้ำ ซึ่งอยู่ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอสสะพานตากสินและท่าเรือสาทร ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้ทบทวนเรื่องการรื้อสถานีบีทีเอสสะพานตากสิน เพราะกังวลว่าหากมีการรื้อจริงสถานีดังกล่าวจะกระทบกับการท่องเที่ยว
ทั้งนี้ กทม.ก็อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์กับภาพรวม ซึ่งเบื้องต้นสัญญาการเดินรถไฟฟ้าระหว่างกรุงเทพธนาคม (บีทีเอส) และกรมทางหลวงชนบท ได้ระบุไว้ตั้งแต่เริ่มก่อสร้างว่า สถานีสะพานตากสินจะเป็นสถานีชั่วคราว และต้องรื้อออกเมื่อรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายตั้งแต่สถานีกรุงธนบุรีเปิดให้บริการ ซึ่งปัจจุบันสถานีส่วนต่อขยายเปิดให้บริการถึงสถานีบางหว้าแล้ว ดังนั้นตามสัญญาก็ต้องรื้อสถานีสะพานตากสิน
อย่างไรก็ตาม กทม.ทราบดีว่าประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติคุ้นเคยกับการลงสถานีสะพานตากสินไปเชื่อมต่อจุดต่างๆ รวมถึงเชื่อมต่อการเดินทางด้วยเรือเพื่อท่องเที่ยวทางน้ำ โดยสถานีสะพานตากสินเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2542 และปัจจุบันได้ถูกระบุอยู่ในหนังสือและเว็บไซต์แนะนำการท่องเที่ยว กทม. ในส่วนของการท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางน้ำของเกือบทุกประเทศ
นอกจากนี้ หลายสถานที่ท่องเที่ยวริมแม่น้ำที่เชื่อมต่อได้ด้วยรถไฟฟ้าสถานีสะพานตากสินยังได้รับการระบุเป็นตารางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งหากต้องรื้อสถานีนี้จริง ก็เข้าใจดีว่าจะกระทบกับการท่องเที่ยว แต่หากไม่รื้อก็จะผิดสัญญา ซึ่งเกี่ยวเนื่องไปถึงกรมทางหลวงชนบท และอาจกระทบกับผู้โดยสารที่ใช้รถไฟฟ้าสายสีลมที่ปัจจุบันต้องใช้เวลารอเปลี่ยนขบวนรถไฟฟ้านานถึง 4 นาที/ขบวน เพราะสถานีนี้มีเพียงรางเดียว ซึ่งเมื่อเทียบกับฝั่งสายสุขุมวิท ใช้เวลารอเพียง 2.5 นาที/ขบวน
ก่อนหน้านี้ กทม.เคยประกาศแผนว่า หากต้องรื้อสถานีสะพานตากสิน เพื่อขยายรางจากรางเดียวเป็นรางคู่ ให้รถไฟฟ้า 2 ขบวนสวนทางกันได้ จะมีแผนก่อสร้างวอล์กเวย์ หรือทางเดินอัตโนมัติจากสถานีสุรศักดิ์มาบริเวณท่าเรือสาทร แต่ยังไม่มีความคืบหน้า เพราะหากสรุปว่าไม่ต้องรื้อสถานี ก็อาจไม่ต้องสร้างวอล์กเวย์ ซึ่งประเด็นนี้คงต้องให้เวลาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือแนวทางแก้ปัญหาโดยรวมทั้งหมดที่จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย







