
กู้เพิ่ม4หมื่นล.
รัฐบาลดิ้นพยุงเศรษฐกิจ จ่อกู้เพิ่มซ่อมถนนอีก 4 หมื่นล้าน ไตรมาส 3 เงินลงเพียบ
รัฐบาลดิ้นพยุงเศรษฐกิจ จ่อกู้เพิ่มซ่อมถนนอีก 4 หมื่นล้าน ไตรมาส 3 เงินลงเพียบ
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการให้เร่งรัดการดำเนินการโครงการขนาดใหญ่ ทั้งโครงการด้านการคมนาคมขนส่งทางถนนและทางราง และโครงการบริหารจัดการน้ำ โดยให้รายงานความคืบหน้าให้ ครม.เศรษฐกิจรับทราบทุกสัปดาห์ เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจเดินหน้า
นายอาคม กล่าวว่า ในส่วนของโครงการสร้างและปรับปรุงถนน ทาง ครม.จะมีการพิจารณาอนุมัติเงินกู้เพิ่มเติมอีก 4 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาใช้สำหรับซ่อมถนนในเส้นทางถนนสายรองและถนนสายหลักที่ทรุดโทรมทั่วประเทศ โดยคาดว่าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมถนนกว่า 55% จะทำสัญญาได้ภายในเดือน พ.ค.นี้ และจะดำเนินการเสร็จภายใน 12 เดือน
“โครงการเกี่ยวกับถนนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้รวดเร็วที่สุด เพราะมีการจัดซื้อ มีการจ้างงานที่เร็วสุด” รมช.คมนาคม กล่าว
ด้าน นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า ขณะนี้มีความมั่นใจว่าการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อการลงทุนในไตรมาส 3 ของปีงบประมาณ จะทำตามเป้าหมายที่ 76% หรือประมาณ 3.42 แสนล้านบาท โดยตั้งแต่เดือน ต.ค. 2557-มี.ค. 2558 ได้เบิกจ่ายไปแล้ว 1.39 แสนล้านบาท หรือ 31% ของงบประมาณลงทุนที่มีทั้งหมด 4.5 แสนล้านบาท
ขณะที่งบประจำเบิกจ่ายไปแล้ว 1.18 ล้านล้านบาท หรือ 55.72% ทำให้การเบิกจ่ายรวมในสิ้นไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2558 อยู่ที่ 1.32 ล้านล้านบาท ของงบประมาณรวม 2.57 ล้านล้านบาท
“ขณะนี้มีส่วนที่ทำสัญญารอเบิกจ่ายอยู่ 22% อยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้างอีก 19% ซึ่งจะทำสัญญาและเริ่มเบิกจ่ายในไตรมาส 3 ขณะที่งบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งก่อนหน้านี้เบิกได้ช้า หลังจากนี้ 3-4 เดือน จะเบิกจ่ายได้เกือบทั้งหมด งบที่เข้าสู่ภาคก่อสร้างจะส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจได้ในไตรมาส 3” นายสมศักดิ์ กล่าว
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ได้ปรับลดอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ลงเหลือ 3.2% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 4% เนื่องจากการบริโภคหดหาย การส่งออกลดลง ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การเบิกจ่ายเงินของภาครัฐยังไม่ส่งผลถึงภาคเศรษฐกิจ ภาคเอกชนยังคงไม่เชื่อมั่นในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทำให้หัวรถจักรที่
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจทุกตัวหยุดชะงักลง ถือเป็นภาวะเลวร้ายที่ไม่เคยพบมาตลอด 40 ปี
ด้านการส่งออกทั้งปีคาดว่าจะขยายตัว 0.4% ลดจาก 4.1%







