
กอ.รมน.เผยบึ้มสมุยไม่ใช่การก่อเหตุขยายพื้นที่จากชายแดนใต้
โฆษกกอ.รมน. ยันเหตุระเบิดที่สมุยไม่ใช่การขยายพื้นที่ก่อเหตุรุนแรงจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และไม่เชื่อมโยงกับเหตุเพลิงไหม้ โค-ออป
โฆษกกอ.รมน. ยันเหตุระเบิดที่สมุยไม่ใช่การขยายพื้นที่ก่อเหตุรุนแรงจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และไม่เชื่อมโยงกับเหตุเพลิงไหม้ โค-ออป
เมื่อวันที่ 15 เม.ย. พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กห. และ ผบ.ทบ. ในฐานะ รอง ผอ.รมน. แสดงความห่วงใยสถานการณ์ความมั่นคง และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในห้วงเทศกาลสงกรานต์ จึงได้มอบหมายให้ทุกหน่วยขึ้นตรง และหน่วยงานในการกำกับดูแล ให้ปฏิบัติในทุกมาตรการเพื่อให้สังคมสงบเรียบร้อยเป็นปกติสุข ตามบัญชาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนครีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
"พล.อ.อุดมเดช ขอบคุณเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และทุกภาคส่วนที่ได้เสียสละร่วมกันดูแลความสงบ และอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับภูมิลำเนาทุกพื้นที่ และขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ช่วยกันดูแลชุมชน และให้ความร่วมมือกับทางราชการ รวมทั้งสื่อมวลชนที่ช่วยสอดส่องเหตุผิดปกติในบ้านเมือง อันเป็นผลให้ภาพรวมสถานการณ์ด้านความมั่นคงภายในราชอาณาจักรห้วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย"พ.อ.บรรพต กล่าว
พ.อ.บรรพต กล่าวอีกว่า คดีระเบิดที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าบนเกาะสมุยนั้นอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของคณะเจ้าหน้าที่ที่ได้บูรณาการร่วมกันระหว่างตำรวจและทหาร โดยข้อมูลล่าสุดสามารถประเมินได้ว่า มูลเหตุจูงใจหลักของผู้ก่อเหตุนั้น ไม่ใช่การขยายพื้นที่ก่อเหตุรุนแรงให้เกินกว่าพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และไม่พบความเชื่อมโยงกับเหตุเพลิงไหม้คลังสินค้าสหกรณ์สุราษฎร์ธานี (โค-ออป) อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี
"ขณะนี้ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องไว้สอบสวนขยายผลแล้ว โดยเจ้าหน้าที่จะร่วมกันคลี่คลายคดีอย่างต่อเนื่องและไม่ละทิ้งประเด็นต่างๆ พร้อมกับจัดแถลงความคืบหน้าให้ทราบเป็นระยะๆ"พ.อ.บรรพตกล่าว
พ.อ.บรรพตกล่าวอีกว่า ขณะที่ลักษณะการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทำและมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง ที่พบในถังขยะและเกิดการระเบิด เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ภายในหมู่บ้าน ซ.สุขุมวิท 101/1 ทำให้พนักงานเก็บขยะ กทม. ได้รับบาดเจ็บ แม้ว่าสาเหตุจะเป็นการนำระเบิดปิงปอง มาทิ้งไว้ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัดต่อไป
ส่วนสถานการณ์ด้านยาเสพติดในห้วงเทศกาลสงกรานต์ เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจต่างๆ ตั้งแต่ด่านตามพื้นที่ชายแดนจนถึงพื้นที่ตอนในของประเทศได้ร่วมกันสกัดกั้นการฉวยโอกาสลักลอบลำเลียงยาเสพติด ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกในการสัญจรของประชาชน สามารถตรวจจับกุมผู้ลักลอบพร้อมของกลางได้หลายราย โดยมีคดีสำคัญในพื้นที่ กทม. ที่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติด ได้ผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ยาบ้า 1,153 มัด รวมประมาณ 2,306,000 เม็ด และไอซ์ 14.8 กก.
นอกจากนี้สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในห้วงเวลาพบว่า มีคดีต่อเนื่องเกี่ยวกับการทำร้ายประชาชนด้วยพฤติกรรมทารุณโหดร้าย ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดกับหลักศาสนาอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ พล.อ.อุดมเดช ได้สั่งการให้ พล.ท. ปราการ ชลยุทธ์ แม่ทัพภาค 4 และ ผอ.รมน.ภาค 4 ร่วมกับทุกภาคส่วนพยายามแก้ไขสถานการณ์ และเข้มงวดมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้นแล้ว







