
คอมมูนิตี้มอลล์ถึงทางตันวัดใจมือใหม่โดดเล่นไฟ
ยังคงตบเท้าให้บริการกันอย่างคึกคักสำหรับธุรกิจค้าปลีกประเภทคอมมูนิตี้มอลล์
โดย...ทีมข่าวธุรกิจ-ตลาดโพสต์ทูเดย์
ยังคงตบเท้าให้บริการกันอย่างคึกคักสำหรับธุรกิจค้าปลีกประเภทคอมมูนิตี้มอลล์ แม้ว่าที่ผ่านมาจะเห็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้น้อยมาก แต่ก็ยังมีคนใจถึงขอทุ่มงบพิสูจน์ฝีมือ
ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า จากผลการศึกษาคอมมูนิตี้ มอลล์ 129 แห่ง แบ่งเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ รายเดิม 103 แห่ง และที่จะเปิดใหม่ปีนี้อีก 26 แห่ง พบว่ามีคอมมูนิตี้มอลล์ ที่จัดอยู่ในเกณฑ์ “ดี” เพียง 9% หรือเพียง 12 แห่งเท่านั้น ส่วนอีก 31 แห่ง จัดอยู่ในเกณฑ์ “ปานกลาง” และที่เหลืออีก 60 แห่ง อยู่ในเกณฑ์ “ลำบากถึงขั้นวิกฤต”
ยิ่งไปกว่านั้น ในจำนวนคอมมูนิตี้มอลล์ ที่มีแผนจะเปิดภายในปีนี้อีก 26 แห่ง ก็ไม่มีรายใดที่พิจารณาอยู่ในเกณฑ์ “ดี” ได้แม้แต่แห่งเดียว จึงอยากให้ผู้ประกอบการที่จะเข้ามาทำคอมมูนิตี้ มอลล์ ทำการศึกษาธุรกิจอย่างรอบคอบ
ขณะที่นิยามในการศึกษาคอมมูนิตี้มอลล์ ครั้งนี้ ตั้งนิยามไว้ว่าต้องเป็นศูนย์การค้าขนาดย่อมมีพื้นที่น้อยกว่า 1 หมื่น ตร.ม. มีลักษณะเป็นไลฟ์สไตล์มอลล์, คอนเซ็ปต์ให้บริการกลางแจ้ง หรือโอเพ่นแอร์ และมีซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นแม่เหล็กขนาดไม่เกิน 2,000 ตร.ม.
ด้วยขนาดพื้นที่ที่ใช้ไม่มากนัก จึงทำให้ผู้ประกอบการที่มีที่ดินอยู่ในมือเล็งเห็นโอกาสในการโดดเข้ามาทำคอมมูนิตี้มอลล์ ที่คนส่วนใหญ่พูดกันว่าเป็นธุรกิจที่น่าลงทุนและเป็นเทรนด์สำหรับคนรุ่นใหม่ แต่การที่มีคอมมูนิตี้มอลล์ ประสบความสำเร็จไม่ถึง 10% ถือเป็นสิ่งที่น่ากลัว
ปัจจัยที่จะส่งเสริมให้ธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ ประสบความสำเร็จต้องมี 3 องค์ประกอบ คือ 1.คอนเซ็ปต์ต้องชัดเจนและแตกต่างจากคู่แข่ง 2.ทำเลที่ตั้ง ต้องมีความหนาแน่นทั้งด้านที่อยู่อาศัยและประชากรมากพอ และ 3.การบริหารจัดการแบบอาชีพและต่อเนื่อง
จากข้อมูลวิจัยตลาดพื้นที่ค้าปลีกของ บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ระบุว่า คอมมูนิตี้มอลล์ มีสัดส่วนพื้นที่ค้าปลีกเป็นที่สองรองจากศูนย์การค้า ซึ่งไตรมาส 3 ปี 2557 มีพื้นที่รวมถึง 905,980 ตร.ม. และสิ้นปี 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 1,088,880 ตร.ม. แสดงให้เห็นว่า หากมีคอมมูนิตี้มอลล์ ประสบความสำเร็จเพียง 10% ก็จะมีพื้นที่ค้าปลีกในรูปแบบคอมมูนิตี้มอลล์ ที่รกร้างมากกว่า 9 แสน ตร.ม.
จนถึงปัจจุบันก็ยังมีผู้ประกอบการรายใหม่กระโดดเข้ามาเปิดตัวคอมมูนิตี้มอลล์ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา คือ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป ที่ผุดโครงการลอนดอน สตรีท เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและต่อยอดธุรกิจร้านอาหาร โดยวางคอนเซ็ปต์เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ ฟู้ดมอลล์ นำร้านอาหาร ในเครือมาเปิดในโครงการ ได้แก่ เอ็มเคสุกี้ ร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ มิยาซากิ เทปปันยากิ ร้านอาหารไทยเลอ สยาม และร้านเลอ เพอทิท คาเฟ่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ลอนดอนชิก
ฤทธิ์ ธีระโกเมน ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป กล่าวว่า หากภายใน 4 เดือนโครงการลอนดอน สตรีท ได้ผลตอบรับดี จะเริ่มโครงการต่อไปในย่านบางนา ซึ่งมีที่ดินแล้ว 6 ไร่ โดยเป็นโครงการมิกซ์ยูส ทั้งคอมมูนิตี้ มอลล์ ซูเปอร์มาร์เก็ต คอนโดมิเนียม แต่ยังคงยึดคอนเซ็ปต์ก่อสร้างเป็นเมืองสัญลักษณ์สำคัญ อาทิ หอเอนปิซา เมืองปิซา อิตาลี และหอไอเฟล กรุงปารีส ฝรั่งเศส เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง
ก่อนหน้านี้ กลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ อย่างบริษัท ภิรัชบุรี ก็ออกมาเปิดตัวคอมมูนิตี้ มอลล์ “วันอุดมสุข” บนพื้นที่ 2 ไร่ ริมถนนสุขุมวิท ติดสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอุดมสุข โดย ปิติภัทร บุรี กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ภิรัชบุรี กล่าวว่า ใช้งบ 90 ล้านบาท รีโนเวตอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ พื้นที่ค้าปลีก 8,000 ตร.ม.
“หลังเปิดให้บริการมากว่า 1 ปี ลูกค้าให้ผลการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ เพราะต่างจากคอมมูนิตี้มอลล์ อื่นๆ ตรงการคัดเลือกร้านค้าและบริการภายในโครงการที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย ที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตชุมชน” ปิติภัทร กล่าว
ความแตกต่างที่ผู้ประกอบการนำเสนอ เพื่อให้คอมมูนิตี้ มอลล์ติดตลาดจะสำเร็จหรือไม่ต้องวัดกันที่ฝีมือการทำตลาด และการบริการ เพราะปัจจุบันค้าปลีกขนาดใหญ่ที่ครบวงจรก็เริ่มคืบคลานเข้าไปใกล้แหล่งชุมชนหนาแน่นทุกขณะแล้ว







