posttoday
ความร่วมมือด้านกฎระเบียบของอาเซียน (ตอนจบ)

ความร่วมมือด้านกฎระเบียบของอาเซียน (ตอนจบ)

14 เมษายน 2558

โดย...ปกรณ์ นิลประพันธ์

โดย...ปกรณ์ นิลประพันธ์

การประชุมในวันที่ 10 มี.ค. 2558 มาเลเซียและ OECD ได้ร่วมกันเปิดตัวผลการศึกษาเรื่อง “Implementing Good Regulatory Practice in Malaysia” ประเทศในกลุ่ม OECD ล้วนแต่เป็น “ประเทศผู้ลงทุนที่มีคุณภาพ” การจ้าง OECD ให้ศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะ เป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศแก่นักลงทุนไปในตัวว่าบัดนี้มาเลเซียได้ยกระดับด้านกฎระเบียบเพื่อเข้าสู่มาตรฐานสากลแล้ว

ประเทศในอาเซียน สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนามและฟิลิปปินส์ เพิ่งเริ่มนำหลัก GRP ไปใช้โดยความสนับสนุนของ ADB ซึ่งมีผู้แทนจาก ADB มาเป็น panelist ร่วม “ประชาสัมพันธ์ผลงาน” และพัฒนาการของทั้งสี่ประเทศ ส่วนอินโดนีเซียพัฒนา RIA ขึ้นซึ่งสอดคล้องกับ GRP โดยได้รับความสนับสนุนทางวิชาการจากรัฐบาลฮอลแลนด์ พม่า ไม่มีการวิเคราะห์ GRP เนื่องจากสถานการณ์ในสิงคโปร์ดำเนินการตามหลักการนี้มานานแล้วจากการเป็นสมาชิก OECD ส่วนบรูไนและติมอร์-เลสเตไม่ได้ส่งผู้แทนเป็น panelist

ผู้เขียนได้ร่วมแสดงประสบการณ์ของประเทศไทยในฐานะ panelist โดยกล่าวถึงความเป็นมาและพัฒนาการ ในการตรวจสอบความจำเป็นในการตรากฎหมายก่อนการเสนอกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อประกอบการตัดสินใจในทางนโยบาย (ex ante assessment) และได้กล่าวถึงความก้าวหน้าในการประเมินผลกระทบที่เกิดจากกฎหมายที่ใช้บังคับ (ex post evaluation of legislation) ตามร่างกฎหมายว่าด้วยการทบทวนความจำเป็นในการตรากฎหมาย การนำพัฒนาระบบการอนุมัติอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการอำนวยความสะดวก ในการอนุมัติอนุญาตของทางราชการ รวมทั้งการใช้ ICT ในการอนุมัติ

ไทยเป็นประเทศเดียวที่พัฒนา RIA ขึ้นด้วยตนเองโดยไม่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรอื่นใดและได้พัฒนา Sunset law เป็น expost evaluation of legislation ขึ้นเป็นรูปธรรมจนมีการเสนอต่อ ครม.เพื่อพิจารณาแล้วเป็นประเทศแรกในอาเซียน โดย Sunset law ของไทยกำหนดให้รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบกฎหมายแต่ละฉบับต้องจัดให้มีการทบทวนความเหมาะสมของกฎหมายทุกรอบ 5 ปี นับแต่วันที่กฎหมายนั้นมีผลใช้บังคับเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งต้องเปิดเผยผลการพิจารณาทบทวนดังกล่าวต่อสาธารณะและต้องเสนอ ครม.และรัฐสภาเพื่อทราบด้วย

3.การประชุม First official meeting of ASEAN-OECD Good Regulatory Practice Network การประชุมนี้จัดขึ้นระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 12 มี.ค. 2558 เพื่อให้ผู้ทำงานด้าน GRP และ RIA ระดับสูงของอาเซียน และ OECD ได้มีโอกาสหารือเพื่อประสานความร่วมมือระหว่างกันในอนาคต โดยเครือข่ายนี้จะทำงานร่วมกับ SEOM และสำนักเลขาธิการอาเซียน และในเบื้องต้นกำหนดจะจัดให้มีการประชุมเป็นประจำทุกปี ส่วนค่าใช้จ่ายในการประชุมนั้นจะมีการหารือกันต่อไประหว่าง OECD, SEOM และสำนักเลขาธิการอาเซียน

4.ความเห็นและข้อเสนอแนะ

4.1 ประเทศไทยมีระบบการตรวจสอบความจำเป็นในการตรากฎหมายก่อนการเสนอกฎหมายต่อ ครม.เพื่อประกอบการตัดสินใจในทางนโยบาย (ex ante assessment) มาตั้งแต่ปี 2548 แต่ก็เป็นเพียงการกรอกแบบฟอร์ม โดยปราศจากการวิเคราะห์ผลกระทบด้านต่างๆ ของหน่วยงานผู้เสนอกฎหมาย ทำให้ ครม.อนุมัติกฎหมายต่างๆ บนข้อมูลที่ไม่รอบด้าน ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว กฎหมายจึงไม่สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของสังคม และก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในภาพรวม อันเป็นผลทำให้ประชาชนจำนวนมากละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และทำให้การบังคับใช้กฎหมายกระทำได้ด้วยความยากลำบาก

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบร่างกฎหมายที่เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้เขียนพบว่าหน่วยงานผู้ยกร่างกฎหมายยังเสนอให้ตรากฎหมายเพื่อควบคุมการประกอบกิจการต่างๆ ผ่านระบบการอนุมัติอนุญาต รวมทั้งการเสนอให้ตรากฎหมายเพื่อขยายอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ หรือจัดตั้งหน่วยงานของรัฐใหม่ๆ อันเป็นภาระต่องบประมาณ เป็นต้น

4.2 จากการศึกษารายงานของ OECD ผู้เขียนพบว่า ex ante assessment นั้นสามารถนำมาใช้กับการประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจากนโยบายสาธารณะอื่นๆ ได้ด้วย มิได้จำกัดเฉพาะกฎหมายเท่านั้น และการประเมินผลกระทบดังกล่าวจะช่วยให้การพิจารณาอนุมัตินโยบายสาธารณะต่างๆ เป็นการพิจารณาแบบ Evidence based หรือเป็นการพิจารณาบนข้อมูลที่เพียงพอและรอบด้านว่าการนโยบายสาธารณะนั้นอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างไร และมีการวิเคราะห์ความคุ้มค่าของนโยบายสาธารณะ (Cost-Benefit Analysis) นั้นอย่างจริงจังและเป็นระบบด้วย

4.3 นอกจากการประเมินผลกระทบและความคุ้มค่าแล้ว หลักสำคัญของ ex ante assessment อีก 2 ประการ ได้แก่ Stakeholders consultation และ Openness ช่วยให้การพิจารณาอนุมัตินโยบายสาธารณะมีความโปร่งใสและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายอย่างรวดเร็วผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ

4.4 ข้อเสนอแนะเพื่อนำหลักการ ex ante assessment มาประยุกต์ใช้ให้ได้ผลอย่างแท้จริงนั้น ผู้เขียนเห็นว่าหากองค์กรที่เป็นแกนหลักของรัฐบาล (Centres of Government) ปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจังจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ข้อพิจารณาอีกประการหนึ่งนั้น คณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอต่อ ครม.นั้น เป็นคณะกรรมการในทางบริหาร และมีหน้าที่เสนอความเห็นต่อฝ่ายบริหารเพื่อประกอบการตัดสินใจเท่านั้น จึงไม่มีความรับผิดชอบตามกฎหมายและอาจเป็นช่องทางที่ทำให้เกิดการทุจริตทางนโยบายขึ้นได้อีกด้วย

4.5 ผู้เขียนเห็นว่าไทยมี “คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ” (สศช.) องค์กรที่จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. 2521 ซึ่งมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆ แต่กลับไม่มีบทบาทในการพิจารณาและให้ข้อเสนอแนะต่อนโยบายสาธารณะ “ก่อน” เสนอต่อ ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบ คณะกรรมการดังกล่าวควรทำหน้าที่เป็น Quality Control Unit ของ RIA เพราะผู้เขียนเห็นว่าเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบายสาธารณะต่างๆ ควรต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการดังกล่าวก่อนทุกเรื่อง แทนที่จะใช้วิธีการสอบถามความเห็นจาก สศช.ซ่ึ่งเป็นฝ่ายเลขานุการฯ ของคณะกรรมการดังกล่าวเท่านั้น

4.6 เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการบุคลากรภาครัฐหรือกฎหมาย สมควรจะต้องผ่านการพิจารณาของ “คณะกรรมการ ก.พ.” หรือ “คณะกรรมการพัฒนากฎหมาย” ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในฐานะที่เป็น Quality Control Unit ของ RIA ด้านการบริหารจัดการบุคลากรภาครัฐและกฎหมาย

4.7 หากต้องเสนอเรื่องที่เป็นนโยบายสาธารณะต่อคณะกรรมการ สศช. คณะกรรมการ ก.พ. หรือคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย แล้วกังวลว่าจะทำให้การดำเนินงานล่าช้า ผู้เขียนเห็นว่าเป็นปัญหาในการบริหารจัดการเพื่อให้มีการประชุมของคณะกรรมการต่างๆ ซึ่งสามารถแก้ไขและใช้มาตรการทางบริหารได้

4.8 การจ้าง OECD ให้ศึกษาเรื่อง “Implementing Good Regulatory Practice in Thailand” เป็นเรื่องน่าสนใจเพราะเป็นการวิเคราะห์แบบ Outside-in หรือในแง่มุมที่ต่างประเทศให้ความสำคัญหากจะเข้ามาลงทุนในไทย โดยจะทำให้การศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะได้ผลงานที่เป็นรูปธรรม และเป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศแก่นักลงทุนไปในตัว ว่าไทยพยายามที่จะยกระดับด้านกฎระเบียบเพื่อเข้าสู่มาตรฐานสากล ซึ่งคุ้มค่ากว่าการไปซื้อโฆษณาตามสื่อ ท่านผู้อ่านมีความเห็นอย่างไรบ้างครับ?

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา