
ไขปริศนา มวลมหาพายุฤดูร้อน?
ความถี่และความรุนแรงของพายุที่เกิดขึ้นนั้น ได้รับอิทธิพลจากภาวะโลกร้อนหรือภาวะเรือนกระจก
โดย...จักรวาล สาเหล่ทู
ทุกปีที่ผ่านมา ท่ามกลางความร้อนระอุของเดือน เม.ย. ช่วงคาบเกี่ยวกับเทศกาลสงกรานต์ มักจะเกิดพายุฤดูร้อนหอบลมฝนเติมความชุ่มฉ่ำแก่ผู้คนเสมอมา ทว่าสถานการณ์พายุฤดูร้อนปีนี้กลับดูรุนแรงกว่าปกติ หลายพื้นที่ เช่น จ.นครปฐม บึงกาฬ จันทบุรี ต้องเจอปัญหาน้ำท่วมขัง พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย บางพื้นที่ เช่น จ.ลำปาง เชียงราย ก็เจอพายุลูกเห็บตกกระหน่ำหนักจนที่อยู่อาศัยเกิดความเสียหาย แม้แต่กรุงเทพมหานคร ก็โดนพายุฝนกระหน่ำจนบางพื้นที่มีน้ำท่วมขังอย่างรุนแรง
ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ระบุว่า ตั้งแต่ตั้งแต่วันที่ 6-12 เม.ย. มีจังหวัดได้รับความเสียหายจากพายุฤดูร้อนไปแล้ว 36 จังหวัด รวมกว่า 960 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 7,903 หลัง แยกเป็น ภาคเหนือ 10 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 จังหวัด ภาคกลาง 3 จังหวัด ภาคตะวันออก 5 จังหวัด และภาคใต้ 2 จังหวัด
ปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นอย่างถูกต้องตามฤดูกาลหรือไม่ และทำไมพายุฤดูร้อนในช่วงหลายปีหลังมานี้ ถึงมีอานุภาพรุนแรงนัก?
ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า พายุที่เกิดขึ้นในช่วงนี้มีความผิดปกติกว่าที่ผ่านมา เพราะไม่น่าจะให้ปริมาณน้ำฝนเยอะถึงขั้นก่อให้เกิดน้ำท่วมได้ขนาดนี้ โดยปัจจัยที่ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวมาจากลมเย็นทางตะวันออกเฉียงเหนือปะทะกับลมทางทิศตะวันตกในช่วงที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนมากๆ ทำให้มีความชื้นสูงแล้วก่อให้เกิดเป็นพายุฤดูร้อนที่มีฝนตกหนัก
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีพายุฝนกระหน่ำแรงและบ่อย แต่ก็ไม่ได้เป็นหลักประกันว่า อากาศจะร้อนน้อยลง หรือฤดูร้อนมีระยะลดลงจากปกติ เพราะถ้าหากพิจารณาจากฤดูร้อนในอดีตจะพบว่าพายุจะพาฝนมาในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ แต่คราวนี้มีพายุมาก่อน ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้อากาศร้อนนั้นมาเร็วมากกว่าปกติ ทำให้เกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ผิดเพี้ยนไป และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดพายุฤดูร้อนอีกในช่วงปลายเดือน เม.ย หรือต้น พ.ค. ซึ่งอาจจะแรงกว่าที่เคยเกิดขึ้น แต่ก็ยังรับประกันไม่ได้ว่า จะเกิดขึ้นแน่นอนหรือไม่
อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ กล่าวว่า พายุฝนที่ผ่านมามีขนาดใหญ่กว่าปกติ ถือว่าพื้นที่เกิดพายุฝนและมรสุมมีขนาดเป็นวงกว้างมาก สิ่งที่น่าเป็นห่วงในช่วงนี้คือเรื่องของลมกระโชกแรงซึ่งเกิดขึ้นได้ในหลายพื้นที่ ส่วนเรื่องของฝนในช่วงนี้ก็คงจะไม่ตกหนักมาก บางทีก็อาจจะก่อให้เกิดเมฆครึ้มพร้อมกับลมกระโชกแรงแต่ไม่มีฝน ซึ่งสามารถลดความร้อนลงได้
ด้าน จิรพล สินธุนาวา อาจารย์คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า นอกจากพายุฤดูร้อนแล้ว ยังมีเรื่องของพายุลูกเห็บที่เกิดจากการระเหยของไอน้ำที่ถูกพาลอยขึ้นสูง เนื่องจากอากาศบนภาคพื้นมีความร้อนมาก ปะทะกับความเย็นข้างบน ทำให้มีเกล็ดน้ำแข็งบนก้อนเมฆ และเป็นที่มาของพายุลูกเห็บ ซึ่งจะมีมากในช่วงฤดูร้อน แต่ความถี่และความรุนแรงของพายุที่เกิดขึ้นนั้น ได้รับอิทธิพลจากภาวะโลกร้อนหรือภาวะเรือนกระจกที่กำลังเป็นปัญหาจากการสะสมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเอง
จิรพล กล่าวอีกว่า พายุที่เกิดขึ้นมาเพียงเพื่อขัดจังหวะอากาศแล้ง แต่หลังจากช่วงเทศกาลสงกรานต์ไปจะพบกับฤดูร้อนของจริง โดยก่อให้เกิดความแล้ง อาจจะทำให้มีอากาศร้อนถึง 40-42 องศาเซลเซียส จากนั้นปลายเดือน พ.ค. จึงจะเป็นฤดูฝนของจริง







