
"บิ๊กต๊อก"ร่วมวงถก"ยุติธรรมโลก"
"บิ๊กต๊อก"กล่าวใน เวที"ยุติธรรมโลก ไทยหนุนหลักนิติธรรม - สิทธิมุนษยชน
"บิ๊กต๊อก"กล่าวใน เวที"ยุติธรรมโลก ไทยหนุนหลักนิติธรรม - สิทธิมุนษยชน
เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่กรุงโดฮา ประเทศการ์ตาร์ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ร่วมการประชุมผู้นำระดับสูงหัวข้อ ในหัวข้อ แนวทางการพัฒนาหลักนิติธรรมและสิทธิมนุษยชน ปี 2015 (Rule of law, Human rights and the post 2015 development agenda) ในการประชุมว่าด้วยการป้องกันอาชาญากรรมการและยุติธรรมทางอาญา ครั้งที่ 13 โดยมีผู้อำนวยการบริหารสำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรม เป็นประธานการประชุม ซึ่งในที่ประชุมประกอบด้วยผู้นำระดับสูงอาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมประเทศอิตาลี ผู้บริหารจากองค์กรระหว่างประเทศ OHCHR, UNDP รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ทั้งนี้ที่ประชุมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้แลกเปลี่ยนแนวคิดในการเสริมสร้างและพัฒนาหลักนิติธรรม หลักสิทธิมนุษยชน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประชาคมโลก รวมทั้งได้อภิปรายความสำเร็จหรือความท้าทายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการดังกล่าว ทั้งนี้ที่ประชุมได้เน้นย้ำให้เกิดความร่วมมือและกลไกในระหว่างประเทศเพื่อผลักดันและพัฒนาในเรื่องหลักนิติธรรม และการเคารพในสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน
โดยพล.อ.ไพบูลย์ ได้กล่าวถึงสถานการณ์หลักนิติธรรมและสิทธิมุษยชนของประเทศไทย ณ เวลานี้ บนเวทีการประชุมครั้งนี้ว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มากล่าวถ้อยแถลงในการประชุมคู่ขนานระดับสูงในทีประชุมวันนี้ ตนเห็นว่าในการพัฒนาที่ยั่งยืน เราต้องนำหลักนิติธรรมและสิทธิขั้นพื้นฐานของกระบวนการยุติธรรมและระบบยุติธรรม มาเป็นตัวกำหนดความสำเร็จในด้านเศรษฐกิจและประเทศด้วยเช่นกัน และเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่าในวาระการพัฒนาภายหลัง ค.ศ.2015 ของสหประชาชาติ ควรถือเป็นประเด็นที่สำคัญยิ่ง ประเทศไทยได้ให้การสนับสนุนเป้าหมายที่ 16 ของสหประชาชาติ อย่างเต็มที่ ทั้งนี้เป้าหมายดังกล่าวมีจุดประสงค์ที่จะเสริมสร้างสันติสุขและสร้างสังคมเพื่อคนทั้งมวล รวมถึงดำเนินการให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงความยุติธรรม และพัฒนาสถาบันที่เกี่ยวข้องในทุกระดับให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
พล.อ.ไพบูลย์ ยังกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ เห็นควรให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิมนุษยชนในวาระการพัฒนาดังกล่าวด้วย และด้วยสังคมโดยทั่วไปย่อมมีช่องว่างระหว่างคนจนและคนรวย ซึ่งส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำและการเลือกปฏิบัติขึ้น นั้นควรกำหนดให้มีการดูแลให้ความช่วยเหลือกลุ่มคนชายขอบ เพื่อให้เขาเหล่านั้นสามารถเข้าถึงความยุติธรรมและได้รับความคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน ซึ่งหมายถึงสิทธิในการได้รับการพัฒนาด้วย ทั้งนี้ในส่วนประเทศไทยเรื่องการส่งเสริมหลักนิติธรรมสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้น
ได้ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรม โดยมีการเสนอร่างกฏหมายว่าด้วยกองทุนยุติธรรมเพื่อพัฒนาระบบช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายในคดีอาญาการช่วยเหลือทางการเงินในระบบให้ทำทางอาญา
ที้งนี้ประเทศไทยเชื่อมั่นว่ามาตรฐานและแนวทางสหประชาชาติจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่ง ในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของประเทศ ทำนองเดียวกันประเทศไทยยังมีส่วนร่วมที่สำคัญในการพัฒนามาตรฐานและแนวทางดังกล่าวของสหประชาชาติ ไม่ว่าจะเป็นข้อกำหนดกรุงเทพฯ ยุทธศาสตร์ต้นแบบและมาตรฐานในการปฏิบัติเพื่อการจำกัดความรุนแรงต่อเด็กและแนวทางสำหรับการพัฒนาทางเลือก
พล.อ.ไพบูลย์ ยังกล่าวด้วยว่า ประเทศไทยยังมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการทบทวนกฎมาตรฐานขั้นต่ำในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง และให้เสนอให้แก้กฎหมายราชทัณฑ์เพื่อเป็นไปตามข้อกำหนดของสหประชาชาติ ทั้งนี้เรามั่นใจว่ามาตรฐานของสหประชาชาติจะมีการปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เดียวกันประเทศไทยมีความพร้อมในการแบ่งปันประสบการณ์และการปฏิบัติที่ดีที่สุด ในการพัฒนาศักยภาพผู้ต้องขังหญิงตามแนวทางข้อกำหนดกรุงเทพฯ ลดจำนวนผู้ กระทำผิดหญิงและส่งเสริมให้เขาเหล่านั้นได้กลับคืนสู่สังคม
ในประเด็นของการจำกัดความรุนแรงต่อเด็กและเยาวชนประเทศไทยสนับสนุนโครงการระดับโลกเพื่อการจำกัดความรุนแรงต่อเด็กและเยาวชน ในมิติของการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญาซึ่งเป็นโครงการร่วมกันของ ยูเอ็นโอดีซี และยูนิเชฟ ในการนี้ประเทศไทยได้ริเริ่มโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของประเทศต่างๆในภูมิภาคเพื่อเผยแพร่แนวทางการปฏิบัติตามโครงการนี้ให้กระจายไปได้มากที่สุด ในประเด็นการติดตามและมาตรการประเมินความก้าวหน้าของการพัฒนานั้นประเทศไทยเห็นว่าการจัดทำฐานข้อมูลต่างๆและการเข้าถึงฐานข้อมูลและสถิติต่างๆจะเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนา โดยประเทศไทย ตระหนักดีว่าแต่ละประเทศมีความแตกต่างในความสามารถของการพัฒนาตัวชี้วัดของประเทศดังนั้นการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคและการพัฒนาศักยภาพบุคลากรจึงเป็นสิ่งที่ทุกประเทศต้องกระทำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลักจากนั้นพล.อ.ไพบูลย์ ได้เข้าหารือแบบทวิภาคีกับนายมาติน ครอยต์ คณบดีและเจ้าหน้าที่บริหาร องค์กรด้านการต่อต้านการทุจริต หรือ IACA (International Anti-Corruption Academy) และการมีการสอบถามเรื่องการป้องกันและแก้ปัญหาทุจริตของประทศไทย อย่างไร พล.อ.ไพบูลย์ ได้กล่าวว่า ประเทศไทศไทย มีมาตราการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น โดยงรัฐบาลกำลังนำเอามาตราการทางปกครอง และทางวินัย มาใช้ดำเนินการร่วมกับมาตรการทางอาญา กับข้าราชการที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริต และนี่เป็นมาตรการหนึ่งของหน่วยงานปราบปรามการทุจริตของฝ่ายบริหาร อย่างไรก็ตามหน่วยงานการปราบปรามการทุจริตของประเทศไทย ได้แยกส่วนออกจากัน และมีความเป็นอิสระหน่วยอยู่หน่วยงเหนือการควบคุมดุแลของฝ่ายบริหาร รัฐบาลไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายการทำงาน หรือมีอำนาจเหนือหน่วยงานเหล่านั้นได้ แต่สิ่งสำคัญคือรัฐต้องการให้มีการทำงานแบบต่อเนื่องประสานงานอย่างมีระบบ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ
พล.อ.ไพบูลย์ ยังกลาวด้วยว่า ตอนนี้ประเทศไทยยังขาดผู้เชี่ยวชาญ ความรู้และประสบการณ์ ด้านการตรวจสอบเส้นทางเงิน จึงต้องการได้รับการสนุนบุคคลากรและงบประมาณ เพื่อพัฒนาทักษะและเพิ่มศักยภาพในการปราบปรามการทุจริตในเข้มแข็งกว่านี้ เนื่องจากการทุจิรตรูปแบบได้พัฒนาไปในทิศทางของอาชญกรรมทางเศรษฐกิจ.







