
กฎอัยการศึกกับมาตรา 44
โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง
กฎอัยการศึกที่ฝรั่งเรียกว่า Martial Law เป็นกฎหมายที่แสลงหูแสลงตาของนักประชาธิปไตยจอมปลอมอย่างเช่น สหรัฐอเมริกา ที่หน้าฉากคือนักประชาธิปไตย แต่แท้ที่จริงคืออันธพาลโลก
ชื่อของกฎหมายอาจฟังดูเป็นเรื่องรุนแรง และที่ผ่านมากฎอัยการศึกจะใช้ในภาวะสงครามหรือในการปฏิวัติรัฐประหาร การประกาศกฎอัยการศึกจึงดูเหมือนว่าประเทศไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ ยังมีความรุนแรงที่เป็นอันตรายต่อผู้คนในประเทศ บริษัทประกันภัยก็บ้าจี้ อยู่ภายใต้อำนาจของอเมริกา โดยไม่ดูว่าในความเป็นจริงแล้ว ประเทศไทยมีความสงบเรียบร้อยมากกว่าอเมริกา
เจ้าหน้าที่ตำรวจของไทยไม่ได้ใช้ปืนยิงคนที่วิ่งหนีถึง 8 นัด จนตายคาที่ ในขณะที่ตำรวจอเมริกาเพิ่งจะยิงคนข้างหลังที่วิ่งหนี และหากไม่มีคนถ่ายคลิปเป็นหลักฐานไว้ คนดำที่ถูกยิงก็คงตายฟรี
ผู้คนที่อยู่ประเทศไทยภายใต้กฎอัยการศึก จึงมีความปลอดภัยมากกว่าอเมริกา
กฎอัยการศึกที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เป็นการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึกปี 2457 ซึ่งตราขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6
แม้ พ.ร.บ.กฎอัยการศึกจะตราขึ้นตั้งแต่รัชกาลที่ 6 แต่ก็มีการปรับปรุงให้ทันสมัย การแก้ไขครั้งสุดท้ายคือ ปี 2515 แต่จะว่าไปแล้ว ถ้าไม่ใช่การปฏิวัติรัฐประหาร ทหารไม่เคยประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศเลย ยกเว้นการประกาศใช้กฎอัยการศึกในสถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้เท่านั้น
การประกาศใช้กฎอัยการศึกจะต้องมีเหตุที่กำหนดไว้ คือ
มาตรา 2 เมื่อเวลามีเหตุอันจําเป็นเพื่อรักษาความเรียบรอย ปราศจากภัยซึ่งจะมาจากภายนอกหรือภายในราชอาณาจักรแลว จะไดมีประกาศพระบรมราชโองการใหใชกฎอัยการศึกทุกมาตราหรือแตบางมาตรา หรือขอความสวนใดสวนหนึ่งของมาตรา ตลอดจนการกําหนดเงื่อนไขแหงการใชบทบัญญัตินั้นบังคับในสวนหนึ่งสวนใดของราชอาณาจักรหรือตลอดทั่วราชอาณาจักรและถาได
ประกาศใชเมื่อใด หรือ ณ ที่ใดแลว บรรดา
ขอความในพระราชบัญญัติ หรือบทกฎหมายใดๆ ซึ่งขัใหใชบังคับ ตองระงับและใชบทบัญญัติของกฎอัยการศึกที่ใหใชบังคับนั้นแทน
มาตรา 4 เมื่อมีสงครามหรือจลาจลขึ้น ณ แหงใดใหผูบังคับบัญชาทหาร ณ ที่นั้น ซึ่งมีกําลังอยูใตบังคับ ไมนอยกวาหนึ่งกองพัน หรือเปนผูบังคับบัญชาในปอมหรือที่มั่นอยางใดๆ ของทหารมีอํานาจประกาศใชกฎอัยการศึก เฉพาะในเขตอํานาจหนาที่ของกองทหารนั้นได แตจะตองรีบรายงานใหรัฐบาลทราบโดยเร็วที่สุด
กฎอัยการศึกจึงเป็นกรณีที่ใช้ในภาวะสงครามหรือเกิดความวุ่นวายจลาจลในบ้านเมือง ถึงขั้นที่รัฐบาลไม่สามารถจัดการให้สงบได้โดยวิธีปฏิบัติปกติจำเป็นต้องใช้อำนาจพิเศษ การประกาศกฎอัยการศึกในครั้งนี้เมื่อ 20 พ.ค. 2557 เพื่อระงับยับยั้งความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น ซึ่งข้อเท็จจริงที่ทราบกันดีอยู่แล้วก็คือ มีการชุมนุมทางการเมืองและมีการใช้อาวุธสงคราม ใช้ระเบิดเข้าทำร้ายฆ่าฟันกัน ซึ่งรัฐบาลในขณะนั้นไม่สามารถแก้ปัญหาได้ (หรือไม่ยอมแก้ปัญหา)
ทหารจึงจำเป็นต้องใช้อำนาจเข้ามาคืนความสุขให้กับประชาชน
เมื่อประกาศใช้กฎอัยการศึกแล้ว เจ้าหน้าที่ทหารจะมีอำนาจเหนือพลเรือนทหารตามมาตรา 6 ในเขตที่ประกาศใชกฎอัยการศึกใหเจาหนาที่ฝายทหารมีอํานาจเหนือเจาหนาที่ฝายพลเรือนในสวนที่เกี่ยวกับการยุทธการระงับปราบปรามหรือการรักษาความสงบเรียบรอยและเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนต้องปฏิบัติตามความต้องการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร
กฎอัยการศึกถือเป็นยาแรงที่สุดเท่าที่สามารถใช้ได้ ภายใต้การปกครองปกติเป็นเครื่องมือที่จะใช้เมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้แม้จะประกาศใช้กฎอัยการศึกแล้ว ก็ยังไม่สามารถทำให้สถานการณ์บ้านเมืองสงบลงได้ ยังคงมีการเผชิญหน้ากัน รัฐบาลในขณะนั้นไม่สามารถดำเนินการใดๆ ที่จะระงับยับยั้งความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นได้ ยาแรงขนานแรกคือกฎอัยการศึก จึงยังไม่อาจแก้ไขปัญหาบ้านเมืองให้กลับสู่ภาวะกลับสู่ความสงบได้ ทหารจึงต้องใช้ยาที่แรงที่สุดเท่าที่มี คือการรัฐประหารเข้าคุมอำนาจการปกครองทั้งหมด เมื่อ 22 พ.ค. 2557
การรัฐประหาร จึงเป็นความจำเป็นที่ทหารในฐานะผู้มีหน้าที่ดูแลความสงบสุขของบ้านเมือง มีหน้าที่รักษาประเทศชาติ จะต้องทำ ซึ่งผลที่เกิดทันทีคือ สถานการณ์บ้านเมืองกลับสู่ความสงบสามารถระงับยับยั้งความรุนแรงที่เห็นอยู่ว่า กำลังจะเกิดขึ้นได้ การรัฐประหารภายใต้การควบคุมด้วยกฎอัยการศึก ทำให้บ้านเมืองกลับสู่ความสงบสุข ไม่มีการชุมนุม ไม่มีการใช้อาวุธสงคราม ไม่มีการใช้ระเบิดเข้าทำร้ายกัน บ้านเมืองสามารถเดินหน้าไปได้ตามปกติ
ภายใต้กฎอัยการศึกที่ คสช.ใช้เป็นเครื่องมือในการคืนความสุขให้ประชาชนนั้น เห็นได้ชัดว่าบ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติ ประชาชนผู้สุจริตไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากกฎอัยการศึก เพราะการใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกมุ่งประสงค์ใช้กับคนชั่วคนเลว
การข่าวของ คสช.น่าจะรู้ดีว่า ยังมีคลื่นใต้น้ำ มีความพยายามที่จะสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง การจับกุมคนวางระเบิดศาลอาญาได้ทันควันนั้น แสดงให้เห็นถึงการข่าวที่แน่นอนของ คสช.
เมื่อถูกกดดันให้ยกเลิกกฎอัยการศึก จึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ คือ มาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มีอำนาจมากกว่ากฎอัยการศึกเสียอีก
การใช้มาตรา 44 จึงเป็นการแก้ลำพวกดัดจริต พวกนักประชาธิปไตยจอมปลอม พวกที่ชอบอ้างสิทธิมนุษยชน เพราะการใช้มาตรา 44 วันนี้ทหารก็ยังคงมีอำนาจเต็มอยู่ดี และน่าจะมีอำนาจมากกว่าด้วย ถ้าจะใช้จริงๆ







