posttoday
เจรจาการค้าในประเทศกัมพูชา (1)

เจรจาการค้าในประเทศกัมพูชา (1)

13 เมษายน 2558

ขณะที่การรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือที่เรียกย่อกันจนติดปากว่า “เออีซี” อย่างสมบูรณ์จะเริ่มขึ้นในปี 2559 หรือช่วงต้นปีหน้าที่กำลังใกล้เข้ามาถึงทุกขณะ การติดตามความเคลื่อนไหวและการพัฒนาของประเทศในกลุ่มสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งมีสมาชิกด้วยกันทั้งหมด 10 ประเทศ จึงกลายเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นและความสำคัญอย่างมาก

ขณะที่การรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือที่เรียกย่อกันจนติดปากว่า “เออีซี” อย่างสมบูรณ์จะเริ่มขึ้นในปี 2559 หรือช่วงต้นปีหน้าที่กำลังใกล้เข้ามาถึงทุกขณะ การติดตามความเคลื่อนไหวและการพัฒนาของประเทศในกลุ่มสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งมีสมาชิกด้วยกันทั้งหมด 10 ประเทศ จึงกลายเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นและความสำคัญอย่างมาก

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจด้านการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในภูมิภาคอาเซียน สัปดาห์นี้ผู้เขียนจึงขอพูดถึงประเด็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเจรจาธุรกิจการค้าของประเทศที่มีชายแดนติดกับประเทศไทยอย่างประเทศกัมพูชา เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจจะไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงของเรา

ก่อนที่ผู้เขียนจะเข้าสู่ประเด็นเรื่องเทคนิคการเจรจาธุรกิจการค้าในกัมพูชา เราจำเป็นต้องทราบข้อมูลพื้นฐานของประเทศกัมพูชากันให้ดีเสียก่อน

เหตุผลเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจในเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับกัมพูชา หรือที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จักกันดีในนามประเทศเขมร

เขมร หรือกัมพูชา มีประชากรทั่วประเทศในปัจจุบันทั้งสิ้นประมาณ 15 ล้านคน โดยประชากรส่วนใหญ่ยังจัดอยู่ในฐานะยากจน และมักมีที่อยู่อาศัยตามชานเมืองในแถบชนบท

ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 นี้ ตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของกัมพูชา (จีดีพี) จะสูงถึงร้อยละ 7 และมีมูลค่าจีดีพีทั้งประเทศอยู่ที่ประมาณ 1.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.76 แสนล้านบาท) และจะมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปีของประชากรอยู่ที่ประมาณ 1,181 เหรียญสหรัฐ (ราว 37,984 บาท)

สำหรับในรอบ 5 ปีย้อนหลังที่ผ่านมา พบว่ากัมพูชามีอัตราการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจอยู่ที่ประมาณร้อยละ 7 เศษๆ และมีการคาดการณ์กันออกมาแล้วว่าตัวเลขการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของกัมพูชาในปีนี้ก็จะยังคงอยู่ที่ประมาณร้อยละ 7 หรืออาจจะสูงกว่า ขณะที่ข้อมูลจากนิตยสารโกลบอล ไฟแนนซ์ รายงานล่าสุดว่าอุตสาหกรรมที่ทำรายได้เข้าประเทศกัมพูชามากที่สุด ได้แก่ อุตสาหกรรมการบริการที่มีสัดส่วนกว่าร้อยละ 40 โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวที่กำลังมาแรง รองลงมา ได้แก่ ภาคการเกษตรที่สัดส่วนอยู่ที่ประมาณร้อยละ 34 และตามด้วยการลงทุนในภาคการผลิตที่มีอยู่ประมาณร้อยละ 24

เมื่อดูจากข้อมูลด้านบนแล้วก็คงจะเห็นได้ว่าธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการบริการจะยังคงเป็นอุตสาหกรรมดาวรุ่งที่บรรดานักลงทุนต่างชาติทั่วโลกต่างให้ความสนใจเข้าไปบุกตลาดกันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งบรรดานักลงทุนจากประเทศไทย

(สัปดาห์หน้าติดตามต่อกับหลักเกณฑ์สำคัญในการทำการค้าในกัมพูชา)

บรรยายภาพ : บรรยากาศตลาดสดที่พบเห็นได้ทั่วไปในกัมพูชา (เอเอฟพี)

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI