
ประเทศไทยในฝัน และวิถีทำให้ฝันเป็นจริง (ตอน 1)
เทศกาลสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีไทย
โดย...พิษณุ พรหมจรรยา
เทศกาลสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีไทย ซึ่งนอกจากเราจะได้มีโอกาสรดน้ำขอพรผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือเพื่อความเป็นสิริมงคลตามธรรมเนียม และใช้เวลาวันหยุดยาวเพื่อพักผ่อนกับครอบครัวและญาติมิตรเพื่อนฝูงแล้ว ก็ยังถือเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้หันมาทบทวนถึงสิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในช่วงปีที่ผ่านมา รวมถึงพิจารณาถึงวิถีที่กำลังดำเนินอยู่และเป้าหมายในอนาคตว่าเรากำลังพัฒนาตัวเองและสังคมรอบตัวเพื่อสร้างสรรค์ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า หรือกำลังพายเรือวนอยู่ในอ่างหรือว่ากำลังถอยหลังเข้าคลองอยู่กันแน่
ในรอบปีที่ผ่านมาประเทศไทยของเราผ่านสถานการณ์ที่พลิกผันเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็ส่งผล
กระทบทั้งด้านบวกและลบต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระดับที่แตกต่างกันไปในแต่ละเรื่องแต่ละราว ในโอกาสนี้ทางสถาบันกรรมการบริษัท ไทย (IOD) ได้ทำการสอบถามและประมวลความคิดเห็นจากกรรมการบริษัทในภาคเอกชนที่เป็นสมาชิกของทางสถาบันเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศไทย ผลลัพธ์ที่อยากเห็นและสิ่งที่ควรดำเนินการต่อไปในอนาคต ซึ่งมีสมาชิกของสถาบันร่วมแสดงความเห็นในประเด็นต่างๆ อย่างกว้างขวางและมีแง่มุมที่น่าสนใจ ซึ่งผมอยากนำมาแบ่งปันกับท่านผู้อ่านในวันนี้
โจทย์ที่ถามกรรมการบริษัทภาคเอกชนแบ่งเป็นสี่ข้อหลักๆ ด้วยกัน ซึ่งจะไล่เรียงคำถามและคำตอบไปทีละข้อดังนี้
1.อยากเห็นประเทศไทยเป็นอย่างไรใน 20 ปีข้างหน้า
คำตอบสามารถแบ่งออกได้เป็นสามด้าน ดังนี้
ด้านการเมือง
- มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นระบบการปกครองที่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ให้ความเคารพ ยอมรับ ภาคภูมิใจ และพร้อมร่วมกันปกปักรักษา เช่นเดียวกับระบอบประชาธิปไตยในต่างประเทศอย่างเช่น อังกฤษหรือญี่ปุ่น
- มีรัฐธรรมนูญเป็นพื้นฐานที่ให้ความสำคัญกับสิทธิ เสรีภาพ ความยุติธรรม การมีส่วนร่วมของประชาชน มีระบบตรวจสอบซึ่งสามารถคานอำนาจของนักการเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงกลไกในการเอาผิดและปลดผู้บริหารประเทศระดับสูงสุดออกจากตำแหน่งได้ในกรณีที่กระทำผิดกฎหมาย อยู่บนพื้นฐานกฎหมายที่ทันสมัย
- มีระบบศาลที่ให้ความยุติธรรมต่อคนทุกคนและระบบการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ สามารถดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่กระทำความผิดทุกชนชั้นภายใต้กฎหมายที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
- มีระบบการเลือกผู้นำและบุคคลผู้ทำหน้าที่สาธารณะที่โปร่งใสตรวจสอบได้ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสามารถและความซื่อตรง ปราศจากระบบเส้นสายและการเลือกปฏิบัติ สนับสนุนโดยการทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งของสถาบันประชาธิปไตยที่ให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการตรวจสอบและคานอำนาจการทำหน้าที่ของนักการเมืองและข้าราชการประจำ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม
- มีสัมพันธภาพที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านและในเวทีโลก
ด้านเศรษฐกิจ
- เศรษฐกิจไทยพัฒนาจนเจริญเติบโตในระดับที่ใกล้เคียงกับประเทศที่พัฒนาแล้ว และมาตรฐานความเป็นอยู่ของคนไทยในประเทศปรับสูงขึ้นอย่างมาก ในขณะที่ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจลดลง ซึ่งสะท้อนความสำเร็จของการประยุกต์และผสมผสานทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงและระบบทุนนิยมเข้าหากันได้อย่างสมดุล
- เป็นประเทศที่มีสถานะทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับแนวหน้าของเอเชีย ดำรงตนอยู่ในระบบเศรษฐกิจโลกแบบ Interdependent ได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีเป็นที่ภาคภูมิใจของทั้งคนไทยเองและเพื่อนบ้าน เป็นประเทศที่มีความสามารถทางการแข่งขันสูง ซึ่งเกิดจากการทำงานร่วมกันของภาคธุรกิจและการสนับสนุนของภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ จนประเทศไทยกลายเป็นประเทศผู้นำทางด้านนวัตกรรมในหลายกลุ่มสินค้า พัฒนาเป็นประเทศเกษตรอุตสาหกรรมชั้นนำ เป็นศูนย์กลางของโลกในการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ อาหารและสมุนไพร การรักษาพยาบาลและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรม นำมาสู่การสร้างรายได้ให้กับประเทศและประชาชน
- เศรษฐกิจไทยตั้งอยู่บนฐานของระบบทุนนิยมที่ให้ความสำคัญกับการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรมโดยปราศจากการผูกขาด นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้คนในประเทศสามารถเข้าถึงบริการทางเศรษฐกิจ อย่างเช่น บริการทางการเงินและการมีงานทำอย่างเท่าเทียมกันบนพื้นฐานของความสามารถและการแข่งขัน ไม่มีการใช้เส้นสาย วิ่งเต้น หรือการติดสินบน
- มีระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคที่ทันสมัยเพียบพร้อมด้วยระบบคมนาคมขนส่งและคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเอื้อต่อการร่วมลงทุน ร่วมค้าและใช้จุดแข็งทางยุทธศาสตร์ที่ตั้งของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดจนเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของอาเซียนและประเทศในกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง
- มีระบบราชการและการปฏิบัติงานของภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ปลอดจากคอร์รัปชั่นและการแทรกแซงทางการเมือง ข้าราชการมีความซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อการทำหน้าที่ตามนโยบายและกฎระเบียบที่กำหนด รวมถึงมี
ธรรมาภิบาลที่ดีเหมือนอย่างฮ่องกงและสิงคโปร์ที่คนทั้งประเทศให้ความไว้วางใจ
สัปดาห์หน้าต่อด้วยสิ่งที่เอกชนอยากเห็นในด้านสังคม







