
ใครเขมือบน้ำตาล
ปัญหาน้ำตาลขาดแคลน ราคาแพง ยังคงปะทุขึ้นมาเป็นระยะๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด ร้านขนมหวานรายเล็กรายน้อย ค้าปลีกรายย่อย พ่อบ้าน แม่บ้าน ต่างบ่นมาตลอด หาซื้อน้ำตาลยาก ราคาก็แล้วแต่คนขายจะโขกสับ
แต่ถึงจะถูกเอาเปรียบจนเดือดร้อนอย่างไร ก็ไม่ค่อยได้รับการเหลียวแลอย่างจริงจังจากภาครัฐที่กำกับดูแลมากนัก ปล่อยให้ปัญหาคาราคาซังมานานข้ามปี ทั้งๆ ที่มีการสั่งผลิตน้ำตาลทรายเพิ่มจากปกติถึง 1 ล้านกระสอบ ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหา หรือแม้กระทั่งคลี่คลายสถานการณ์ให้ดีขึ้นมาได้อย่างที่ควรจะเป็น
กระทั่งล่าสุด เสียงจากผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่อย่างโลตัสดังขึ้น เพราะขาดแคลนไม่มีน้ำตาลวางขายให้ลูกค้า ถึงได้เห็นกระทรวงอุตสาหกรรมโดดลงมาดูแล ประกาศจะสอบสวนหาสาเหตุจากโรงงานผลิตที่ป้อนน้ำตาลให้
คำตอบจะได้ผลสรุปเมื่อไหร่ยังไร้ความชัดเจน แต่คำถามคาใจคือ ปริมาณน้ำตาลที่สั่งผลิตเพิ่มถึง 1 ล้านกระสอบล่องหนไปกระจุกอยู่กับใคร
เท่าที่รู้มีการกระจายน้ำตาลออกไปสู่ตลาดแล้ว 5 แสนกระสอบ ยังเหลืออีก 5 แสนกระสอบที่กำลังรอคิวกระจายต่อ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า จะใช้เวลาเดินทางตามขั้นตอนต่างๆ ไม่เกิน 2 สัปดาห์ ซึ่งก็คงยากจะการันตีได้ว่า น้ำตาลในงวดนี้จะกระจายได้ทั่วถึงกลุ่มคนใช้อีกหรือไม่ เฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ใช้รายย่อย
หากการจัดสรรน้ำตาลยังคงตกหล่นอยู่เฉพาะกลุ่มที่ให้ผลประโยชน์ตอบแทนใต้โต๊ะ ต่อให้ผลิตน้ำตาลป้อนตลาดในประเทศเพิ่มอีกกี่รอบก็คงไม่พอขายอยู่ดี เพราะราคาตลาดโลกเวลานี้จูงใจอย่างยิ่งให้ลอบส่งออก และเปิดทางให้ผู้ผลิตถือไพ่เหนือกว่าในการสร้างอำนาจต่อรองราคานอกกฎระเบียบที่เป็นได้แค่กระดาษบันทึกข้อความ หากแต่ในความเป็นจริง ไม่มีผู้ค้ารายใดยอมขายน้ำตาลในราคาควบคุม แถมยังท้าทายให้เปิดนำเข้าอีกต่างหาก
สถานการณ์เวลานี้ ทั้งกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรมคงต้องเอาความจริงมาถกกันให้กระจ่าง ดีกว่าลากไส้กันมาแฉวันต่อวัน
หากยังมัวคำนึงถึงแต่ผลประโยชน์กลุ่มใครเป็นกลุ่มใคร ไม่เฉพาะแต่ผู้ใช้น้ำตาลรายย่อยเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ หากแต่อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้น้ำตาลทั้งระบบจะเดือดร้อนทวีคูณไปเรื่อยๆ จากต้นทุนที่สูงเกินจำเป็น ทั้งๆ ที่เป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำตาล







