
บิ๊กตู่คือของจริง หมดยุคแดงภาคเหนือ
4 เม.ย.ที่ผ่านมา วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ พาบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
4 เม.ย.ที่ผ่านมา วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ พาบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเปิดพุทธมณฑลล้านนา และเปิดงาน “ฮีดฮอย...ป๋าเวณี 100 ปี๋ เมืองเจียงใหม่” ณ ข่วงพระเจ้าล้านนา ที่ห้วยตึงเฒ่า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยเป็นโครงการที่วารินทร์ภูมิใจนำเสนอ เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งใหม่ในภาคเหนือ
วารินทร์เป็นคนเชียงใหม่โดยกำเนิด ในวัย 54 ปี เขายังมีไฟในการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ต่อยอดจากการเป็นโหรทำนายดวงชะตา ภายใต้บทบาทของการเป็น “ประธานมูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนา”
“ผมตั้งใจค้นคว้าประเพณี ขนบธรรมเนียม ภาษา รวมถึงเรื่องราววิถีชีวิต ของคนล้านนาใน 8 จังหวัดภาคเหนือ ที่มีความใกล้เคียงกัน ย้อนหลังไป 50 กว่าปีก่อน มารวบรวมไว้ในสถานที่แห่งนี้ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ๆ ได้เข้ามาค้นคว้า ไม่ให้วัฒนธรรมล้านนาเราหายไป” วารินทร์ ระบุ
พุทธมณฑลล้านนา ตั้งอยู่ในพื้นที่ 30 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ของกองทัพบกทั้งหมด โดยวารินทร์เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2551 ในขณะที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ซึ่งมี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นผู้นำ ยังคงครองอำนาจ และ พล.อ.ประยุทธ์ ยังดำรงตำแหน่งเป็นแม่ทัพภาคที่ 1
“ผมเริ่มสร้างข่วงพระเจ้าล้านนาครั้งแรกเมื่อปี 2551 ตอนที่บนเมืองกำลังคุกรุ่นพอดี ครั้งนั้นผมก็อธิษฐานว่าขอให้บ้านเมืองจะสงบ พอเดือน เม.ย. 2556 เราสร้างข่วงพระเจ้าล้านนาเสร็จ หลวงปู่ฤาษี
เกวาลัน ท่านบอกเลยว่าอีก 1 ปี 1 เดือน บ้านเมืองจะสงบ แล้วเดือน พ.ค. 2557 บ้านเมืองก็สงบ ไม่มีการประหัตประหารเกิดขึ้นอีกเลย” โหรวารินทร์ เล่าให้ฟัง
ที่น่าสนใจก็คือ ผู้ที่เป็นตัวแทนรับมอบข่วงพระเจ้าล้านนาเมื่อเดือน เม.ย. 2556 ก็คือคนที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
วารินทร์ บอกอีกว่า การจัดสร้างพุทธมณฑลล้านนาและข่วงพระเจ้าล้านนานั้นใช้เวลานาน 7 ปี โดยใช้งบประมาณทั้งหมดรวม 300 ล้านบาท แบ่งเป็นพุทธมณฑลล้านนา 200 กว่าล้านบาท เรือนฮีดฮอย อีกประมาณ 100 ล้านบาท โดยไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินแม้แต่บาทเดียว
“พุทธมณฑลล้านนาจะเป็นศูนย์รวมในการเชิดชูวัฒนธรรม และปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งผมมั่นใจว่า คนที่เข้ามาดูแต่ละคนจะรู้สึกภูมิใจในความเป็นคนไทยของตัวเอง” วารินทร์ บอกกับเรา
วารินทร์ บอกอีกว่า เขาได้รวมเอาความเป็นอยู่แบบพอเพียงเข้ามาผนวก มีทั้งทุ่งนา แปลงพืชผัก การเลี้ยงสัตว์ รวมถึงมีพ่อครู แม่ครู มาเล่าวิถีชีวิตล้านนาแบบดั้งเดิมให้ฟัง แต่เขาปฏิเสธว่าทั้งหมดไม่เกี่ยวกับการสืบชะตา หรือต่อดวงให้กับบิ๊กตู่อย่างที่หลายคนคิด
“ที่ผมเชิญท่านมา ผมเชิญตามขั้นตอน ซึ่งผมก็คิดว่าที่ท่านยอมมาเปิดให้ ก็เพราะท่านก็ผูกพันกับสถานที่นี้ไม่น้อย เนื่องจากท่านเองก็อยู่ตั้งแต่เราเพิ่งเริ่มโครงการ และพื้นที่นี้ก็ตรงกับนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีไทย”
“จะเห็นได้ว่าเราไม่ได้พาท่านทำพิธีอะไรเลย ผมก็เชิญท่านนั่งเกวียนชมพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งคนอื่นที่เข้ามาก็จะได้นั่งเกวียนเหมือนกับท่านนายกฯ เพื่อดูว่าวิถีชีวิตชาวล้านนาเราเป็นอย่างไร ยิ่งเด็กเข้ามาเรียนรู้ ยิ่งได้ประโยชน์”
ถามถึงบรรยากาศการเป็นเมืองหลวงของ “คนเสื้อแดง” ในภาคเหนือ วารินทร์บอกว่า ขณะนี้หมดยุคไปแล้ว และในสายตาคนล้านนาแท้ๆ วารินทร์เห็นว่า คนเหนือเกือบทุกจังหวัดสนับสนุนการทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และของบิ๊กตู่
“วันที่เราเปิดพุทธมณฑลล้านนา มีทั้งคนลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน มาชื่นชมท่าน มาแสดงความยินดีกับท่าน และขอบคุณที่ท่านทำหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมืองให้สงบร่มเย็น ส่วนแกนนำของกลุ่มต้านไม่มีเลยสักคน ผมคิดว่านี่คือชาวบ้านที่แท้จริง ส่วนแกนนำอื่นๆ หรือชาวบ้านที่เป็นแนวร่วม เขาเห็นกันหมดแล้วว่า อันไหนจริง อันไหนหลอก ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าที่ผ่านมา ทั้งแกนนำ ทั้งชาวบ้านส่วนหนึ่งโดนเขาหลอก และ พล.อ.ประยุทธ์ คือของจริง” วารินทร์ตอบคำถาม
“ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไปแจกที่ดินที่ อ.แม่ออน เราก็เห็นคนเฒ่าคนแก่ออกมาเขาบอกอีกว่าในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ขณะนี้พร้อมที่จะเดินหน้าร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในการปฏิรูปประเทศ สังเกตได้จากคนเฒ่าคนแก่ที่ร้องไห้เข้ามากอดท่าน แล้วก็ยังมีอีกหลายคนที่มาต้อนรับไม่ได้เพราะอายุเยอะ ก็บอกผ่านผมว่าฝากกราบท่านนายกฯ ด้วย”
วารินทร์ ยืนยันว่า หลังจากนี้สถานการณ์ในพื้นที่จะยิ่งดีขึ้น รวมถึงย้ำอีกครั้งว่ายุคที่เชียงใหม่เคยเป็นพื้นที่แบ่งสี-แบ่งข้างนั้น หลังจากนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว







