ป.ป.ท.ส่ง100รายชื่อขรก.เอี่ยวโกงให้นายกฯแล้ว
เลขาฯป.ป.ท.นำ100รายชื่อข้าราชการเอี่ยวโกงให้“นายกฯ”แล้วเผยรมว.ยุติธรรม สั่งเช็กบิลทุกเดือน
เลขาฯป.ป.ท.นำ100รายชื่อข้าราชการเอี่ยวโกงให้“นายกฯ”แล้วเผยรมว.ยุติธรรม สั่งเช็กบิลทุกเดือน
เมื่อวันที่10เม.ย.58 นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขาธิการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เดินทางมายังตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อนำเอกสารและรายชื่อข้าราชการที่พัวพันการทุจริตจำนวน 100 คน ส่งมอบให้พล.อ.ประจันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ตามที่พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานศอตช.มอบหมาย โดยใช้เวลาประมาณ15 นาที
ต่อมา นายประยงค์ กล่าวภายหลังว่า ได้นำเอกสารและรายชื่อข้าราชการที่พัวพันเกี่ยวกับการทุจริตประมาณ 100 รายชื่อของพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานศอตช. มาส่งให้นายกฯเพื่อพิจารณา ขั้นตอนหลังจากนี้เป็นเรื่องของนายกฯที่จะดำเนินการต่อไป และหากมีข้อสั่งการหรือบัญชาอย่างใดตนจะรับไปดำเนินการหรือนายกฯจะดำเนินการเองก็ได้ เพราะกฎหมายกำหนดไว้อยู่แล้ว ซึ่งรายชื่อที่ส่งให้นายกฯทั้งหมดนี้จะเป็นการดำเนินการทางปกครอง ส่วนการดำเนินการคดีทางอาญาจะเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม ขออนุญาตไม่ลงลึกรายละเอียด รมว.ยุติธรรมสั่งห้ามเอาไว้ โดยท่านจะเป็นผู้ให้ข้อมูลเอง ผู้สี่อข่าวถามว่า บอกได้หรือไม่ว่าเป็นข้าราชการสังกัดใด นายประยงค์ กล่าวว่า ไม่สามารถให้รายละเอียดได้ เมื่อถามย้ำว่า ที่ผ่านมามักเกี่ยวพันตำรวจและกระทรวงมหาดไทย นายประยงค์ กล่าวว่า หากเป็นเรื่องของการร้องเรียนตามสถิติของป.ป.ท.จะเป็นอย่างนั้น
เลขาธิการป.ป.ท. กล่าวว่า นโยบายของรมว.ยุติธรรมจะพิจารณาลักษณะนี้ต่อเนื่องทุกเดือน วัตถุประสงค์เพื่ออยากให้มีการดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ซึ่งปกติเรื่องการลงโทษที่ผ่านมาเราจะเน้นแต่เรื่องอาญา แต่ว่าการดำเนินคดีอาญาใช้เวลานาน นายกฯจึงเอามาตรการทางวินัยทางปกครองเข้ามา ซึ่งมีพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 โดยการใช้มาตรการทางปกครองเป็นเรื่องของหัวหน้าส่วนราชการทำอยู่แล้ว ส่วนอาญายังให้ดำเนินการต่อไปเหมือนเดิม
เมื่อถามว่า การดำเนินการครั้งนี้จะเป็นเหมือนการแหย่รังแตนหรือไม่ เพราะข้าราชการเปรียบเหมือนพรรคใหญ่ที่สุด นายประยงค์ กล่าวว่า ประเทศเราข้าราชการจะมีบทบาทมากในแง่การรักษาความสงบและการพัฒนา หากมีข้าราชการไปทุจริตแล้วไม่ดำเนินการจะเกิดผลเสียหายมากกว่า ดังนั้น เมื่อภาครัฐเอาจริงเอาจังจะสามารถไปหยุดยั้งตรงนั้นได้ จากที่มากจะเหลือน้อยลง พอน้อยลงจะสามารถควบคุมปัญหาได้ แต่หากปล่อยไม่ทำอะไรเลยคนที่ทำจะได้ใจ ถึงที่สุดจะคุมปัญหาไม่ได้ ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของศอตช.ที่รับนโยบายจากนายกฯ จะทำตรงนี้ให้บรรลุผลให้ได้ และหากมีการตีรวนและไม่ทำงานจะมีกฎหมายกำกับอยู่ หัวหน้าส่วนราชการจะต้องดำเนินการ ข้าราชการทุกคนมีหน้าที่ต้องทำงาน หากไม่ทำถือว่าผิด
ต่อข้อถามว่า ปกติการทุจริตส่วนใหญ่จะมาจากระดับสูง แต่ไม่สามารถจับตัวได้ มีแต่ระดับล่างที่เป็นเพียงฝ่ายปฏิบัติเท่านั้นที่ถูกจับกุม เลขาธิการป.ป.ท. กล่าวว่า จะพยายามทั้งหมด ปัญหาของเราบางส่วนถ้าพยานหลักฐานไปไม่ถึง ต้องเอาหน่วยงานข้างเคียงเข้ามาช่วย หากเกี่ยวข้องกับเอกชนจะดึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาประกอบกำลังกัน ซึ่งหากยอมจำนนว่าไปไม่ถึง ปัญหาจะลุกลามใหญ่โต แล้วหากถึงที่สุดไปไม่ถึงจริงๆ ต้องแก้กฎหมายเพื่อไปเชื่อมโยงกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังให้ได้ อย่างไรก็ตาม การทำงานในปัจจุบันจะทำงานร่วมกันในฐานะศอตช. ดังนั้น การสอบสวนพยายามจะลงลึกให้ถึงที่สุด พยายามจะเข้าไปถึงผู้อยู่เบื้องหลัง ถ้าเกิดไปแตะถึงผู้บังคับบัญชาต้องดำเนินการเช่นกัน ผิดคือผิด ถูกคือถูก ไม่กังวลว่าใครเป็นใคร







