posttoday
ชูสินค้าพรีเมียม ดันมูลค่าส่งออกไทย

ชูสินค้าพรีเมียม ดันมูลค่าส่งออกไทย

10 เมษายน 2558

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เชิญภาคเอกชนประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เชิญภาคเอกชนประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) มาหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ทั้งการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านให้มากขึ้น การสนับสนุนให้เกษตรกรลดพื้นที่นาข้าวไปปลูกอ้อย รวมถึงการส่งเสริมเอสเอ็มอี

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร  กล่าวว่า การหารือครั้งนี้ไม่ได้มีแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา แต่เชิญภาคเอกชนเข้ามาหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดย ส.อ.ท.เสนอให้รัฐบาลผลักดันการมีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสำหรับสินค้าพรีเมียมของไทย ในชื่อโปรดักต์ออฟไทยแลนด์ เพื่อให้สามารถส่งสินค้าไปขายในประเทศเพื่อนบ้านและขายไปประเทศนอกอาเซียนได้มากขึ้น จากปัจจุบันที่เพื่อนบ้านยอมรับคุณภาพสินค้าไทยอยู่แล้ว ซึ่ง รมว.อุตสาหกรรม รับจะไปหาแนวทางการออกมาตรฐานดังกล่าวและต้องเข้มงวดการให้มาตรฐานเพื่อให้ได้รับการยอมรับ รวมทั้งให้สำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) หาแนวทางส่งเสริมฯ ให้สิทธิประโยชน์กิจการที่เข้าข่ายเป็นโปรดักต์ออฟไทยแลนด์

นอกจากนี้ ยังหารือถึงการแก้ปัญหาของเอสเอ็มอี โดยในส่วนเอสเอ็มอีที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ 7 แสนรายเศษ มีกว่า 4.6 แสนราย ที่กู้เงินจากธนาคารพาณิชย์สูงกว่าการกู้จากธนาคารรัฐ โดยสมาคมธนาคารไทยรับที่จะไปจัดทำข้อเสนอเป็นแพ็กเกจเพื่อช่วยเหลือ เอสเอ็มอีกลุ่มนี้ ทั้งอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ค่าธรรมเนียม ที่อาจจะต้อง หารือกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ด้วย

สำหรับเอสเอ็มอีที่อยู่นอกระบบ ส.อ.ท.เสนอให้รัฐบาลนิรโทษกรรม ไม่ตรวจสอบภาษีย้อนหลังให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่ได้เสียภาษีเงินได้ก่อนหน้านี้ ซึ่งได้ชี้แจงว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนมากไม่มีบัญชีที่จะมาแสดงเป็นข้อมูลเพื่อให้กระทรวงการคลังพิจารณา จึงมอบหมายให้สภาหอการค้าฯ และ ส.อ.ท. ปรึกษากับสมาคมวิชาชีพทางบัญชีถึงวิธีการทำบัญชีของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่อยู่นอกระบบให้ถูกต้อง

สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท.  กล่าวว่า ภาคเอกชนได้เสนอปัญหาค่าเงินบาทที่เริ่มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับคู่แข่ง โดยขณะนี้เงินบาทแข็งค่าขึ้น 0.2–0.3% ขณะที่ประเทศคู่แข่งโดยเฉพาะเพื่อนบ้าน ค่าเงินอ่อนลง 6-7% หากทำให้เงินบาทอ่อนค่าในระดับที่เหมาะสม จะช่วยทั้งความสามารถในการแข่งขันด้านส่งออก การท่องเที่ยว ที่จะดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้น คนไทยก็จะไปต่างประเทศลดลง

“อยากให้รัฐดูแลเงินบาทให้อ่อนค่าลงประมาณ 3% หรืออ่อนกว่าปัจจุบันประมาณ 1 บาท อยู่ที่ 33 บาท/เหรียญสหรัฐ” สุพันธุ์ กล่าว

นพพร เทพสิทธา ประธาน สรท. กล่าวว่า ได้รับทราบจาก ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ว่า เป็นคำสั่งของนายกรัฐมนตรีที่ให้หารือกับภาคเอกชน ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่รัฐบาลมีเวทีที่จะรับฟังข้อเสนอของเอกชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และระดับรัฐบาล

โดยครั้งนี้มีการหารือในภาคปฏิบัติว่าจะนำแนวทางต่างๆ ที่เป็นนโยบายรัฐบาลมาผลักดันให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจได้อย่างไร เช่น การแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรที่จะสนับสนุนเกษตรกรปลูกพืชที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น เช่น เปลี่ยนจากข้าวไปปลูกอ้อยให้มากขึ้น

ดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการ สำนักเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่าขึ้น ราว 1% ถือว่าไม่ได้แข็งค่ามาก แต่เนื่องจากหลายประเทศในภูมิภาคมีค่าเงินอ่อนลง 2-4% เทียบกับ เงินเหรียญสหรัฐ เช่น อินโดนีเซียอ่อนค่าลง 4% มาเลเซียอ่อนค่า 3.6% สิงคโปร์อ่อนค่า 2.5% จีนอ่อนค่าลง 0.3% เวียดนามอ่อนค่า 1% เป็นต้น

“ยอมรับว่าเงินบาทแข็งค่ากระทบการส่งออกบ้างแต่ไม่ใช่ปัจจัยหลัก สาเหตุสำคัญมาจากเศรษฐกิจโลกยังชะลอตัวและตลาดหลักของไทยได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง เช่น ตะวันออกกลาง ดังนั้น จึงต้องมองหาตลาดใหม่ๆ เช่น ตลาดในกลุ่มประเทศ CLMV เช่น กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม เป็นต้น” ดอน กล่าว

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน