posttoday
คปพ.เสนอใช้ ม.44 ปฏิรูปพลังงาน

คปพ.เสนอใช้ ม.44 ปฏิรูปพลังงาน

08 เมษายน 2558

คปพ. เสนอประยุทธ์ใช้ ม.44 ปฏิรูปพลังงาน เตรียมร่างกฎหมายปิโตรเลียมทั้งฉบับให้รัฐทำประชาพิจารณ์เสนอ9แนวทางช่วงเปลี่ยนผ่าน

คปพ. เสนอประยุทธ์ใช้ ม.44  ปฏิรูปพลังงาน เตรียมร่างกฎหมายปิโตรเลียมทั้งฉบับให้รัฐทำประชาพิจารณ์เสนอ9แนวทางช่วงเปลี่ยนผ่าน
                
ม.ล.ปนัดดา ดิสกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและภาคประชาชนเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 และการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 3  ซึ่งตัวแทนจากเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย(คปพ.) ได้เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 เพื่อใช้ในการแก้ไขประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปพลังงาน 
                
น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีต รมช.ต่างประเทศและตัวแทน คปพ. กล่าวว่า ในการแก้ไขกฎหมายด้านพลังงานจะต้องลงลึกในรายละเอียดเพื่อไม่ให้เอื้อประโยชน์ให้ใคร ซึ่งการปฏิรูปพลังงานของ คสช. ได้ตั้งเป้าหมายที่จะปฏิรูปพลังงานให้เกิดความโปร่งใส จัดสรรให้แก่ภาคส่วนต่างๆ อย่างเป็นธรรม แต่ในความเป็นจริงซึ่งผ่านมาเกือบ 1 ปีกลับไม่มีความคืบหน้า จึงอยากขอให้ใช้มาตรา 44 ดำเนินการในสิ่งที่มีการสั่งการไปแล้วแต่ไม่ได้ดำเนินการ
               
นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ผู้แทนเครือข่าย คปพ. กล่าวว่า ภายในสองสัปดาห์นี้จะเสนอร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมใหม่ทั้งฉบับและขอให้รัฐบาลจัดทำประชาพิจารณ์ และหากไม่มีข้อขัดข้องก็ขอให้เสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ต่อไป อย่างไรก็ตามในช่วงของการเปลี่ยนผ่านก่อนการใช้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฉบับใหม่หรือก่อนมีพ.ร.บ. เพื่อจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติใน 9 ประเด็นคือ

1.เสนอให้รัฐบาลว่าจ้างบริษัทผู้เชี่ยวชาญที่สากลยอมรับมาประมวลผลข้อมูลที่มีอยู่ ในแปลง G4/57 และ G5/57 หากข้อมูลไม่เพียงพอที่จะใช้ประมูล ให้รัฐบาลจ้างสำรวจเพิ่มเติมอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์
               
2.ค่าใช้จ่ายในการประมวลผลและสำรวจเพิ่มเติมที่รัฐบาลได้ใช้จ่ายไป ให้เอกชนผู้ได้รับสิทธิในการผลิตปิโตรเลียมต้องจ่ายคนให้แก่รัฐบาลเมื่อได้ผลผลิตแล้ว

3. เมื่อประมวลผลข้อมูลและหลักฐานเพียงพอต่อการคาดการณ์ปริมาณปิโตรเลียมพร้อมแล้วให้เปิดประมูลแข่งขันการให้ส่วนแบ่งปิโตรเลียมแก่รัฐสูงสุดในระบบแบ่งปันผลผลิต

4.จำนวนผู้เข้าแข่งขันในการประมูลในแต่ละแปลง เฉพาะแปลง G4/57 และ G5/57) ไม่น้อยกว่า 3 รายขึ้นไป
               
5.รัฐมีสิทธิถือหุ้นในการลงทุนในการผลิตปิโตรเลียมไม่น้อยกว่า 15% โดยไม่ต้องลงเงินทุน แต่ให้หักค่าลงทุนเป็นก๊าซและน้ำมันที่ผลิตได้คืนแก่เอกชน

6.รัฐต้องออกมาตรการให้เอกชนรายใหม่มีสิทธิใช้โครงข่ายท่อก๊าซเพื่อเชื่อมต่อผลผลิตก๊าซเข้าสู่ระบบได้ เพื่อป้องกันการกีดกันของผู้รับสัมปทานรายเดิมและเจ้าของโครงข่ายท่อก๊าซ
               
7. เนื่องจากปัจจุบัน ปตท. ผูกขาดการรับซื้อก๊าซจากปากหลุมแต่เพียงผู้เดียวรัฐจึงต้องให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ได้สทิธิ์รับซื้ออก๊าซจากแปลง G4/57และ G5/57 โดยตรงเป็นลำดับแรก เพื่อให้มีหลักประกันว่าก๊าซที่ผลิตได้จะมีผู้รับซื้อแน่นอน และยังเป็นการตัดค่าใช้จ่ายคนกลางของ ปตท. ในฐานะตัวกลางออกไป และจะทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าลดลง ซึ่งเป็นการลดค่าครองชีพทางตรงให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ
               
8. เนื่องจากปัจจุบัน ปตท. ผูกขาดการรับซื้อก๊าซจากปากหลุมแต่เพียงผู้เดียว จึงทำให้ ปตท. ผูกขาดการสร้างและเป็นเจ้าของโรงแยกก๊าซทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียวไป และปตท.ยังนำก๊าซไปใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของตนเองในราคาต่ำกว่าตลาดมาก รัฐจึงควรเปิดให้เอกชนรายอื่นนอกจาก ปตท.สร้างโรงแยกก๊าซเพิ่มเติมโดยได้สิทธิ์ซื้อก๊าซในส่วนที่เหลือของแปลง G4/57 และG5/57 ได้โดยตรง และรวมถึงแปลงอื่นๆ ในอนาคต เพื่อลดการผูกขาดตัดตอนและการมีอำนาจเหนือตลาดในธุรกิจก๊าซของ ปตท. และ 9.ในระหว่างจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติให้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการปิโตรเลียมแห่งชาติประกอบด้วยภาครัฐและประชาชนที่ต้องมีสัดส่วนไม่น้อยไปกว่าภาครัฐ
               
“เพื่อให้การดำเนินการตามข้อเสนอดังกล่าวข้างต้นสามารถปฏิบัติได้จริงเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล คปพ.ขอเสนอให้รัฐบาลอาศัยอานาจตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 44 ซึ่งรัฐบาลได้แจ้งว่าจะใช้อำนาจดังกล่าวอย่างสร้างสรรค์เพื่อดำเนินการตามข้อเสนอดังกล่าวให้เป็นรูปธรรม” นายปานเทพ กล่าว
                
น.ส.รสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า อยากให้การแก้ไข พ.ร.บ.ปิโตรเลียม มีความเปิดกว้างให้ภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมเรื่องของพลังงานด้วย ขณะเดียวกันยังอยากให้รัฐบาลทบทวนแนวทางการเปิดสัมปทาน เพราะจากตัวเลขคาดการณ์ของกระทรวงพลังงานที่บอกว่า หากเปิดสัมปทานไปแล้วจะมีวงเงินจากเอกชนเข้ามาประมาณ 5,000 ล้านบาท ถือเป็นตัวเลขเพียง 1% เท่านั้นหากเทียบกับรายได้จากผลผลิตปิโตรเลียม 500,000 ล้านบาท
                
นายวิวัฒน์ชัย อัตถากร นักวิชาการจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) กล่าวว่า เครือข่ายภาคประชาชนฯเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว 2557 ในการเร่งรัดการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.ปิโตรเลียม  2514 และพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม  2514 ที่จากเดิมจำกัดวิธีการสำรวจและผลิตพลังงานในแหล่งปิโตรเลียมของประเทศโดยใช้ระบบให้สัมปทานกับภาคเอกชนเพียงอย่างเดียวมาเป็นการเปิดกว้างให้ใช้ระบบการแบ่งปันผลผลิตได้ เนื่องจากข้อมูลของกระทรวงพลังงานที่มีการเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบมีแปลงปิโตรเลียมที่มีศักยภาพอย่างน้อย 2 – 3 แปลงที่น่าจะมีปริมาณสำรองปิโตรเลียมจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีรายได้จากผลิตปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นปีละ 5 แสนล้านบาท
               
ทั้งนี้ รายได้จากการผลิตปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้นปีละ 5 แสนล้านบาทถือว่าเป็นประโยชน์กับประเทศอย่างมากในช่วงที่เศรษฐกิจอยู่ในภาวะชะลอตัวโดยรายได้ที่ภาครัฐจะได้รับเพิ่มขึ้นควรกันเงินบางส่วนประมาณ 1 แสนล้านบาทมาตั้งกองทุนจำนวน 5 กองทุนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนซึ่งถือว่าเป็นนโยบายที่รัฐบาลชุดนี้ต้องการผลักดันตั้งแต่เป็น คสช.
               
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกฯ กล่าวว่าการหารือวันนี้จะมีการส่งข้อมูลให้กับนายกรัฐมนตรีพิจารณาทุกประการ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีต้องการที่จะรับฟังข้อมูลความคิดเห็นต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการผลักดันแนวทางต่างๆที่เกี่ยวกับพลังงานต่อไปในอนาคต

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน