
ต้านก่อการร้าย
สภาผู้แทนราษฎรมาเลเซียผ่านร่างกฎหมายต่อต้านก่อการร้ายฉบับใหม่ไปแล้วเมื่อวานนี้ หลังจากที่ในวันก่อนหน้าตำรวจมาเลเซียอ้างว่าเพิ่งจะจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อการร้าย 17 คน ที่วางแผนก่อเหตุถล่มกรุงกัวลาลัมเปอร์ และในจำนวนนี้ก็มีจำนวนหนึ่งที่เคยผ่านการเข้าร่วมกับกลุ่มอิสลามิก สเตท หรือไอเอสในซีเรีย และอิรักมาแล้ว
สภาผู้แทนราษฎรมาเลเซียผ่านร่างกฎหมายต่อต้านก่อการร้ายฉบับใหม่ไปแล้วเมื่อวานนี้ หลังจากที่ในวันก่อนหน้าตำรวจมาเลเซียอ้างว่าเพิ่งจะจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อการร้าย 17 คน ที่วางแผนก่อเหตุถล่มกรุงกัวลาลัมเปอร์ และในจำนวนนี้ก็มีจำนวนหนึ่งที่เคยผ่านการเข้าร่วมกับกลุ่มอิสลามิก สเตท หรือไอเอสในซีเรีย และอิรักมาแล้ว
นอกจากนั้น ยังมีชาวมาเลเซียอีกจำนวนหนึ่งที่ได้เดินทางไปเข้าร่วมปฏิบัติการกับกลุ่มไอเอสทั้งในซีเรียและอิรัก จนมาเลเซียเห็นว่าเป็นภัยคุกคามต่อประเทศอย่างยิ่ง
ดังนั้น กฎหมายต่อต้านก่อการร้ายฉบับนี้จึงมีความเข้มงวดมาก โดยเนื้อหาใจความส่วนสำคัญก็คือสามารถจับขังผู้ต้องสงสัยได้โดยไม่ต้องมีการไต่สวนนานสูงสุด 2 ปี
ใครศึกษาประวัติศาสตร์มาเลเซียคงพอจะคุ้นเคยกับคำว่า “จับขังโดยไม่ต้องไต่สวน” ได้เป็นอย่างดีครับ
พูดง่ายๆ ก็คือ มาเลเซียนำกฎหมายเดิม คือ กฎหมายความมั่นคงภายใน (Internal Security Act) กลับมาใช้ภายใต้ชื่อใหม่ บริบทใหม่นั่นเอง
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา มาเลเซียเพิ่งจะยกเลิกกฎหมายไอเอสเอไปไม่นาน และในที่สุดก็ต้องนำกลับมาใช้ใหม่ภายใต้ชื่อว่ากฎหมายต่อต้านก่อการร้าย ซึ่งแน่นอนว่าไม่วายที่จะสร้างความสงสัยให้กับนักวิเคราะห์ต่างๆ ว่ามาเลเซียมีอะไรเบื้องลึกหรือไม่ทีี่นำกฎหมายฉบับนี้มาปัดฝุ่นใช้ใหม่
มาเลเซียมีลักษณะเป็นพหุสังคม ที่เชื้อชาติต่างๆ ไม่สามารถเข้ากันได้อย่างกลมกลืน โดยเฉพาะประชาชนเชื้อสายมาเลย์ กับประชาชนเชื้อสายจีน หนำซ้ำ นโยบายการปกครองแบบที่ให้ประโยชน์กับเชื้อสายมาเลย์ โดยเห็นว่าเป็น “บุตรของแผ่นดิน” หรือภูมิบุตรนั้น ยิ่งทำให้สังคมแตกแยกหนักกว่าเก่า
ดังนั้น กฎหมายความมั่นคงภายในดังกล่าว จึงมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อที่จะบังคับให้สังคมเป็นระเบียบ แต่ทว่าในที่สุดกฎหมายฉบับนั้นก็กลับถูกพรรคอัมโน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลหลักใช้เป็น เครื่องมือเพื่อกำจัดศัตรูทางการเมืองและฝ่ายค้าน โดยกฎเหล็กก็คือ “การจับขังโดยไม่ต้องไต่สวน” นั่นล่ะครับ
อีกทั้งการนำกฎหมายฉบับนี้กลับมาใช้ ซึ่งเปรียบเสมือนกับเหล้าเก่าในขวดใหม่ ภายใต้ชื่อกฎหมายต่อต้านก่อการร้ายนั้น ยังมีขึ้นในช่วงที่กระแสการเมืองของมาเลเซียกำลังเจอกับลมต้านมากขึ้น เมื่อพรรคฝ่ายค้านกำลังได้รับความนิยมจากประชาชนมากขึ้น โดยเห็นได้จากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดนั้น พรรคฝ่ายค้านมาเลเซียได้ที่นั่งในรัฐสภาเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจทีเดียว
หากกฎหมายต่อต้านก่อการร้ายฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันภัยก่อการร้ายก็คงไม่มีใครว่าครับ แต่เสียวน่าดูที่จะถูกใช้เป็น เครื่องมือทางการเมืองเหมือนในอดีตจริงๆ







