posttoday
บาทแข็งกดส่งออกข้าวหลุดเป้า

บาทแข็งกดส่งออกข้าวหลุดเป้า

08 เมษายน 2558

เงินบาทแข็งค่าทำข้าวไทยแพงขึ้นตันละ 5-10 เหรียญสหรัฐ ฉุดส่งออกหลุดเป้า 10 ล้านตัน

เงินบาทแข็งค่าทำข้าวไทยแพงขึ้นตันละ 5-10 เหรียญสหรัฐ ฉุดส่งออกหลุดเป้า 10 ล้านตัน

ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจนมาอยู่ที่ระดับ 32 บาท/เหรียญสหรัฐ จาก 32.50 บาท/เหรียญสหรัฐ ส่งผลให้การส่งออกข้าวของไทยได้รับผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากราคาข้าวไทยจะเพิ่มขึ้นจากปกติตันละ 5-10 เหรียญสหรัฐ ทำให้เสียเปรียบประเทศคู่แข่ง จึงอยากให้รัฐบาลเข้ามาดูแลค่าเงินบาทอย่างเร่งด่วน

“ข้าวเป็นสินค้าที่มีกำไรต่ำอยู่แล้ว ยิ่งต้องมาแข่งขันด้านราคาอีกไทยจึงเสียเปรียบมาก โดยเฉพาะจากปัญหาของค่าเงินบาทที่อยู่ดีๆ ก็แข็งค่าขึ้นมาก ทำให้เมื่อทอนราคาข้าวจากเงินบาทไปเป็นเงินเหรียญแล้ว ราคาข้าวไทยจะแพงขึ้น ส่งผลให้ประเทศผู้ซื้อตัดสินใจซื้อข้าวจากประเทศคู่แข่งแทน เนื่องจากมีส่วนต่างราคาตรงนี้” ร.ต.ท.เจริญ กล่าว

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า มีแนวโน้มว่าการส่งออกข้าวไทยปีนี้อาจไม่ถึง 10 ล้านตัน ตามเป้าหมายที่สมาคมคาดการณ์ไว้ เนื่องจากการส่งออกข้าวไทยเผชิญปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่า ทำให้ราคาข้าวไทยแพงขึ้นมา 10 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในขณะที่ค่าเงินของประเทศคู่แข่งส่งออกข้าว คือ เวียดนามไม่เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

“รัฐบาลเวียดนามยังคงรักษาระดับค่าเงินไว้ได้ในระดับเท่าเดิม แต่ค่าเงินบาทของเรากลับแข็งค่าขึ้น ทำให้ราคาข้าวไทยที่แพงอยู่แล้วจึงแพงขึ้นมาอีกเมื่อเทียบกับราคาข้าวของเวียดนาม โดยปัจจุบันราคาส่งออกข้าวไทยอยู่ที่ 395-400 เหรียญสหรัฐ/ตัน ส่วนราคาส่งออกข้าวเวียดนามอยู่ที่ 360-365 เหรียญสหรัฐ/ตัน ราคาข้าวปากีสถานอยู่ที่ 345-350 เหรียญสหรัฐ/ตัน ทำให้ราคาข้าวไทยห่างจากคู่แข่งถึง 40 เหรียญสหรัฐ/ตันแล้ว” นายชูเกียรติ ระบุ

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยลบที่มีผลต่อการส่งออกข้าวไทย คือ ตลาดผู้ซื้อข้าวที่ซบเซาต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดแอฟริกาที่เป็นตลาดส่งออกข้าวนึ่งหลักของไทยและผูกติดค่าเงินไว้กับสกุลเงินยูโร เมื่อค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงค่าเงินประเทศในกลุ่มแอฟริกาก็อ่อนค่าลงตาม ประเทศในแถบนี้หันไปซื้อข้าวที่มีราคาถูกกว่าข้าวไทย เช่น ปากีสถาน ขณะที่ไนจีเรีย รัฐบาลใหม่ประกาศนโยบายลดการนำเข้าข้าวและปลูกข้าวเองมากขึ้น

“หากไทยจะส่งออกข้าวให้ได้ถึง 10 ล้านตัน แต่ละไตรมาสต้องส่งออกข้าวให้ได้ 2.5 ล้านตันขึ้นไป แต่ไตรมาสแรกไทยเพิ่งส่งออกข้าวได้แค่ 1.8-1.9 ล้านตัน และคาดว่าแนวโน้มไตรมาส 2 น่าจะอยู่ใกล้เคียงกันจึงต้องมาลุ้นครึ่งปีหลังว่าสถานการณ์จะดีขึ้นหรือไม่” นายชูเกียรติ กล่าว &O5532;

ด้านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบจัดสรรวงเงินชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ค้าข้าวในการเก็บสต๊อกข้าวนาปรัง ปี 2558 ในอัตรา 3% ต่อปี คาดว่าจะใช้งบประมาณ 582 ล้านบาท ในระหว่างวันที่ 16 ก.พ.-31 พ.ค. 2558 ระยะเวลาเก็บข้าวในสต๊อกตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.-30 พ.ย. 2558  โดยโครงการนี้ในปี 2557 มีโรงสีเข้าร่วมแค่ 8 ราย มีปริมาณข้าวแค่ 1 แสนตันเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI