posttoday
คลังหวังปีนี้เบิกจ่ายงบลงทุนได้80%

คลังหวังปีนี้เบิกจ่ายงบลงทุนได้80%

08 เมษายน 2558

วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง เชื่อว่า การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2558 ในส่วนของงบลงทุนจะสามารถทำได้ถึง 80%

วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง เชื่อว่า การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2558 ในส่วนของงบลงทุนจะสามารถทำได้ถึง 80% ของงบลงทุนรวม 4.5 แสนล้านบาท หลังจากที่การเบิกจ่ายงบลงทุนในรอบ 6
เดือนแรกของปีงบประมาณ 2558 สามารถทำได้กว่า 30% จากงบที่มีการทำสัญญาผูกพันทั้งหมดประมาณ 43% ซึ่งการทำสัญญาผูกพันและการเบิกจ่ายงบลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังงบประมาณจะเร็วขึ้นกว่าครึ่งปีแรก

“ถือว่าเบิกจ่ายได้เร็วขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วง 3-4 เดือนแรกของปีงบประมาณ ที่เบิกจ่ายได้ไม่กี่หมื่นล้านบาท หรือ 10% ของงบลงทุนเท่านั้น แต่ช่วงเดือน มี.ค. และ เม.ย.ที่ผ่านมา การเบิกจ่ายงบลงทุนทำได้เร็วจนได้มากกว่า 30% ของงบลงทุนทั้งหมด

สำหรับการเบิกจ่ายงบประมาณในภาพรวมทำได้ 51% ของงบประมาณ 2.57 ล้านล้านบาท ขณะที่การจัดเก็บรายได้ครึ่งปีงบ ประมาณ 2558 แม้ว่าจะต่ำกว่าเป้า 1.2 หมื่นล้านบาท แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เก็บได้มากกว่า 7,400 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าการเก็บรายได้ของรัฐบาลไม่ได้มีปัญหาจนน่าวิตกกังวล ยังขยายตัวได้ แต่ไม่มากพอที่ให้ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้

สำหรับภาพรวมทางเศรษฐกิจถือว่ามีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง ภาคการท่องเที่ยวขยายตัวดี ช่วง 3 เดือนแรกปีนี้ขยายตัว 25% หากรวมในเดือน เม.ย. ที่มีเทศกาลสงกรานต์ คาดว่าท่องเที่ยวจะ
เพิ่มขึ้น 30% แต่รัฐบาลยังต้องเร่งแก้ไขการส่งออกที่ขยายตัวติดลบ ด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน เร่งเบิกจ่ายงบประมาณ และสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวให้ขยายตัวได้มากๆ

ด้าน บริษัท เจแปน เครดิต เรตติ้ง เอเยนซี หรือ JCR ของญี่ปุ่น ได้ให้เหตุผลที่คงอันดับความน่าเชื่อถือและปรับมุมมองความน่าเชื่อถือจากลบเป็นมีเสถียรภาพ ว่า เศรษฐกิจไทยได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมการส่งออก รวมถึงเสถียรภาพของระบบธนาคาร การรักษาสถานะการคลังให้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง แต่ก็มีหลายปัจจัยที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป อาทิ ประชากรวัยทำงานที่ลดลง และการเป็นประเทศที่มีรายได้ระดับปานกลาง อันเนื่องมาจากแรงงานที่ตึงตัวและการเพิ่มขึ้นของค่าแรง

ทั้งนี้ การที่รัฐบาลปัจจุบันที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือน ก.ย. 2557 ได้ดำเนินการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ เพื่อเตรียมส่งต่ออำนาจให้รัฐบาลพลเรือน JCR จะจับตามองพัฒนาการของการปฏิรูปทางการเมืองในอนาคตและการเลือกตั้งทั่วไปที่คาดว่าจะจัดขึ้นในช่วงต้นปี 2559 รวมถึงจับตามองว่ารัฐบาลจะสามารถจัดการกับปัญหาโครงสร้างประชากรและหลีกเลี่ยงจากการเป็นประเทศที่มีรายได้ระดับปานกลางอย่างไร ภายใต้ความยากลำบากด้านสถานการณ์ทางการเมือง

ในด้านเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวขึ้นในระดับหนึ่งตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2557 เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองที่มีเสถียรภาพมากขึ้น และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของรัฐบาลปัจจุบัน และจากการที่ไทยได้ถูกรวมอยู่ในเครือข่ายการผลิตและการกระจายสินค้าของอุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในเอเชียตะวันออก (อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็ก ทรอนิกส์)

อย่างไรก็ดี ในปี 2558 ภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงเกินกว่า 80% ของจีดีพี อาจเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชน นอกจากนี้ ภาคส่งออกดูเหมือนจะฟื้นตัวได้ไม่ดีนักเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจของจีนและอียูไม่เอื้ออำนวย

ด้านฐานะทางการคลังของไทยยังคงแข็งแกร่งจากการที่รัฐบาลปฏิบัติตามกรอบวินัยทางการคลังอย่างเคร่งครัด โดยคาดว่าปีงบ ประมาณ 2558 จะขาดดุลงบประมาณ 2% ของจีดีพี และแม้ว่าหนี้สาธารณะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการขาดดุลงบประมาณอย่างต่อเนื่อง แต่สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2557 ยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 47.2% นอกจากนี้ แม้รัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้วางแผนจะลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่นอกกรอบงบประมาณวงเงิน 2 ล้านล้านบาท แต่รัฐบาลปัจจุบันได้ทบทวนและมีแผนจะดำเนินโครงการต่อใน 5 สาขา ให้แล้วเสร็จ โดยใช้เงินจากการกู้ยืมของรัฐบาล รายได้และ/หรือเงินกู้ของรัฐวิสาหกิจ และการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI