
การปฏิรูปกฎหมายทำแท้ง ในอังกฤษ (6)
โดย...นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน
โดย...นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน
เลดี้ วีรา ฮูตัน (Lady Vera Houghton) เป็นผู้นำคนสำคัญอีกผู้หนึ่งในการรณรงค์เพื่อปฏิรูปกฎหมายทำแท้งของอังกฤษ ตำแหน่งสำคัญคือประธานสมาคมปฏิรูปกฎหมายทำแท้ง และประธานผู้ก่อตั้งมูลนิธิคุมกำเนิด (Founding Chair of Birth Control Trust) ของอังกฤษ
เลดี้ ฮูตัน เริ่มสนใจปัญหาการทำแท้งตั้งแต่ทำงานอยู่ในสำนักงานแห่งหนึ่ง ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยพบว่ามีเด็กผู้หญิงจำนวนหนึ่งที่ตั้งท้องต้องไปซื้อบริการทำแท้งกับหมอเถื่อน - ทั้งนี้โดยท่านพบเด็กผู้หญิงที่มีปัญหาดังกล่าวด้วยตนเอง ต่อมาท่านสนใจปัญหานี้มากขึ้น เมื่อเริ่มเข้าไปทำงานในสหพันธ์วางแผนครอบครัวนานาชาติ (International Planned Parenthood Foundation : IPPF) ช่วงนั้นท่านเองต่อต้านการทำแท้ง แต่เห็นด้วยกับการคุมกำเนิด และท่านจำเป็นต้องไม่แสดงทัศนะเหล่านี้โดยเปิดเผย
บุคคลที่ชักชวนให้เลดี้ ฮูตัน เข้าไปทำงานในสมาคมปฏิรูปกฎหมายทำแท้ง คือ อลิศ เจนกินส์ ผู้สนับสนุนเรื่องวางแผนครอบครัวคนสำคัญในสมัยนั้น เมื่อ อลิศ ทราบว่า ดักลาส ฮูตัน สามีของเลดี้ ฮูตัน ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งซ่อม เมื่อ พ.ศ. 2492
เธอเห็นว่า เลดี้ ฮูตัน จะสามารถเป็นพันธมิตรที่ทำประโยชน์ให้แก่งานรณรงค์ จึงเชิญชวนเข้าไปร่วมเป็นกรรมการของสมาคม ขณะนั้นนายกสมาคมคือ เกลนวิลส์ วิลเลียม วีรา ฮูตัน ยังอาวุโสน้อย จนกระทั่งถึงปี 2504 เธอก็ได้รับตำแหน่งเป็นนายกสมาคมวีราฮูตัน เองมิได้ตั้งใจจะขึ้นสู่ตำแหน่งดังกล่าว แต่ได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากผู้นำรณรงค์คนสำคัญในขณะนั้นคือ แมเดลีน ซิมส์ และไดแอน มันเดย์ เธอเชื่อว่าตำแหน่งดังกล่าวเหมาะสำหรับผู้ชายที่มีตำแหน่งหน้าที่ที่สำคัญในราชการมากกว่า แต่เธอก็ทำหน้าที่ได้อย่างดียิ่ง ไดลิส คอสซีย์ กล่าวถึงเลดี้ ฮูตัน ว่า “เป็นผู้มีทักษะสูงยิ่งในการบริหารองค์กร และการวางยุทธศาสตร์ เธอรู้วิธีวางคนที่เหมาะในตำแหน่งที่เหมาะ และมีกลวิธีในการจัดการให้คนทำงานได้ เธอสามารถวางคนหนุ่มสาวที่ยังอ่อนประสบการณ์ แต่ตั้งใจทุ่มเทให้ร่วมทีมกับมืออาชีพได้”
เลดี้ ฮูตัน ศึกษาถึงผลงานของคนรุ่นก่อน เช่น อลิศ เจนกินส์ ไดโรธี เธอร์เติล และสเตลลา บราวน์ หลายคนต่อสู้และสร้างผลงานมาตั้งแต่ก่อนที่พวกเธอจะลืมตาดูโลก เธอเหมือนเพื่อนร่วมงานหลายคน นั่นคือ ต่างมีสามีเลี้ยงดู และไม่ต้องมีงานอาชีพนอกบ้าน ทุกคนใช้บ้านเป็นสำนักงาน ที่บ้านของเธอมีเอกสารเต็มไปหมด แต่ละคนต่างมีหน้าที่ที่ส่งเสริมและหนุนช่วยกัน ไดลิส คอสซีย์ บริหารสำนักงาน แมเดลีน ซิมส์ เน้นเรื่องเขียนจดหมายโต้ตอบ ไดแอน มันเดย์ ออกไปปราศรัยกับสาธารณะ
เมื่อพรรคแรงงานชนะเลือกตั้ง และได้เป็นรัฐบาลเมื่อ พ.ศ. 2507 เลดี้ ฮูตัน กับแมเดลีนได้ไปที่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อดูว่ามี สส.คนใดที่จะเป็นผู้เสนอร่างกฎหมายในฐานะร่างกฎหมายที่เสนอโดย สส. (Private Member’s Bill) น่าสนใจที่ขณะนั้น สส. โดยมากไม่ทราบว่า เลดี้ ฮูตัน เป็นภริยาของ สส. ดักลาส ฮูตัน ซึ่งเวลานั้นก็ยังเป็น สส.ที่มิใช่ประเภทแถวหน้า และเธอก็ไม่พยายามแสดงตัวว่าเป็นภริยา สส.
เมื่อรู้ว่าเธอรณรงค์เพื่อปฏิรูปกฎหมายทำแท้ง สส.หลายคนเตือนเธอให้ระวังตัว บางคนถึงขั้นบอกว่า “ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะไม่ทำเรื่องนี้” เพราะฝ่ายต่อต้านนั้น “ร้าย” นัก
ในที่สุด ก็ได้ เดวิด สตีล (David Steel) สส.หน้าใหม่ ที่รับเป็นผู้เสนอร่างกฎหมายนี้ หลายคนเตือนให้เดวิด สตีล ระวังตัวขณะที่ฝ่ายรณรงค์ต้องคอยผลักดันมิให้เดวิด สตีล อ่อนข้อมากจนกฎหมายอ่อนปวกเปียก
ในส่วนของสภาขุนนางหรือวุฒิสภา แทนที่จะเป็นอุปสรรคในการปฏิรูปกฎหมายนี้ สถานการณ์กลับตรงข้าม เพราะบรรดาสมาชิกล้วนไม่ต้องห่วงคะแนนเสียงในพื้นที่ เนื่องจากไม่ต้องรับเลือกตั้งจากเขตเลือกตั้ง และไม่ต้องมีปัญหาเรื่องการให้ได้รับเลือกตั้งสมัยต่อไป สภาขุนนางกลับเป็นตัวหลักในการทำหน้าที่เป็น “องค์กรปฏิรูปใหญ่” (A great reforming chandler) โดยสภาขุนนางเพิ่งผ่านกฎหมายยกเลิกโทษประหารชีวิตไปไม่นาน และกำลังเตรียมว่าจะปฏิรูปเรื่องอะไรต่อไป
ลอร์ด ซิลคิน ประธานสภาขุนนางในการสนทนากับนางโซฟีลด์ อัลเลน (Mrs.Schofield Allen) ภริยา สส.นายหนึ่ง ได้สอบถามว่า “เราควรจะทำเรื่องอะไรต่อไป” นางโซฟีลด์ อัลเลน ตอบว่า “ปฏิรูปกฎหมายทำแท้งไงล่ะ” ซึ่งลอร์ด ซิลคิน สนองรับทันที
เลดี้ ฮูตัน เชื่อว่ากฎหมายนี้คงไม่ผ่านสภา ถ้าไม่มีองค์กรที่ช่วยรณรงค์อย่างแข็งขัน แม้เธอจะเชื่อว่าผู้มีส่วนสำคัญในเรื่องนี้คือ เดวิด สตีล ผู้แข็งแกร่งประดุจ “เหล็กกล้า” สมชื่อ
ปัจจัยสำคัญมากประการหนึ่งที่ทำให้กฎหมายผ่านสภา ก็คือ การที่สภาให้เวลาพิจารณาอย่างเต็มที่ เรื่องนี้ดักลาส ฮูตัน สามีของเลดี้ ฮูตัน มีส่วนอย่างสำคัญ เพราะดักลาสเวลานั้นได้ร่วมในคณะรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2507 และเป็นประธานวิปของพรรคแรงงานด้วย ในขณะนั้นนายกรัฐมนตรี ฮาโรลด์วิลสัน ระมัดระวังท่าทีในเรื่องนี้ เพราะกลัวฝ่ายต่อต้าน จึงไม่เคยกล่าวถ้อยคำสนับสนุนร่างกฎหมายนี้เลย เลดี้ ฮูตัน เคยกดดันนายกรัฐมนตรีวิลสัน ว่า “ดิฉันไม่เห็นท่านพูดอะไร เกี่ยวกับกฎหมายทำแท้งเลย” วิลสันตอบทันควันว่า “และคุณก็จะไม่ได้ยินผมพูดอะไร” (“And you won’t”)
แต่พรรคแรงงานก็มีมติให้ สส.ลงมติโดยอิสระ (ฟรีโหวต) โดยหลายคนในคณะรัฐมนตรีให้การสนับสนุน เช่น ริชาร์ดกรอสแมน รอย เจนกินส์ เคนเนธ โรบินสัน แม้กระนั้นการต่อสู้เพื่อให้กฎหมายผ่านสภาก็ไม่ใช่ง่ายๆ ต้องต่อสู้กันข้ามคืนติดต่อกันสองคืน







