posttoday
ปรับที่มานายกฯคนนอก ลดกระแสต้านรธน.

ปรับที่มานายกฯคนนอก ลดกระแสต้านรธน.

07 เมษายน 2558

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

การเมืองว่าด้วยเรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญในเวลานี้มาถึงจุดหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกกำลังจะถูกส่งจากคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างฯ ไปสู่มือของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในวันที่ 17 เม.ย.นี้

ตามขั้นตอน สปช.จะลงมืออภิปราย 6-7 วัน ในระหว่างวันที่ 20-26 เม.ย. จากนั้นเป็นคิวของการเปิดโอกาสให้ สปช.และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำเสนอถ้อยคำเพื่อแก้ไขเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญต่อคณะ กมธ.ยกร่างฯ

ตลอดการทำงานของคณะ กมธ.ยกร่างฯ กว่า 4-5 เดือนที่ผ่านมา เจอทั้งดอกไม้และก้อนอิฐ

ดอกไม้ที่ได้รับนั้นเห็นจะเป็นเรื่องสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่คณะ กมธ.ยกร่างฯ ให้เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม และยกระดับสิทธิและเสรีภาพของประชาชนมาเป็น “สิทธิพลเมือง” ส่วนก้อนอิฐที่คณะ กมธ.ยกร่างฯ ได้เจอหนีไม่พ้นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเมือง โดยเฉพาะที่มาของนายกรัฐมนตรี และกระบวนการในการได้มาซึ่ง สว.

ในส่วนของวุฒิสภานับว่าถูกจับตามองอยู่ไม่น้อย หลังจากคณะ กมธ.ยกร่างฯ ทนต่อกระแสกดดันเรื่องการไม่มี สว.จากการเลือกตั้งไม่ไหว จนต้องปรับแก้เนื้อหาด้วยการให้มี สว.จากการเลือกตั้ง เพียงแต่กำหนดเงื่อนไขให้มีคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครเลือกตั้ง สว.ก่อน

แน่นอนว่าการให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองผู้สมัคร สว.จะเป็นประเด็นที่นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ครั้งใหญ่ในอนาคตต่อไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะที่ที่มาของนายกฯ ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่มีนัยทางการเมืองพอสมควร เนื่องจากล่าสุดคณะ กมธ.ยกร่างฯ กำหนดเงื่อนไขให้กับสภาผู้แทนราษฎรว่าหากจะเอาคนนอกที่ไม่ได้เป็น สส.มาดำรงตำแหน่งนายกฯ จะต้องได้รับเสียงโหวตในสภาไม่น้อยกว่า2 ใน 3 จาก สส.เท่าที่มีอยู่ของสภา หรือประมาณ 313 คน จากจำนวน สส.ทั้งหมด 470 คน ต่างกับนายกฯ ที่เป็น สส. เพราะไม่จำเป็นต้องมาจากเสียงสภาถึง 2 ใน 3 แต่ใช้เสียงของสภาเกินกึ่งหนึ่งก็พอ หรือประมาณ 235 คนเท่านั้น

การกำหนดเงื่อนไขการได้มาซึ่งนายกฯ คนนอกไว้เป็นกรณีพิเศษ ถือว่าเป็นการกลับลำครั้งสำคัญของคณะ กมธ.ยกร่างฯ

ก่อนหน้านี้ แม้คณะ กมธ.ยกร่างฯ จะมีหลักการให้คนนอกที่ไม่ได้เป็น สส.สามารถเป็นนายกฯ ได้ โดยผ่านกระบวนการทางสภา แต่สำหรับในเรื่องรายละเอียดระหว่างนายกฯ คนนอกกับนายกฯ ที่เป็น สส.นั้นกลับเกิดการต่อสู้กันทางความคิดภายในคณะ กมธ.ยกร่างฯ กันพอสมควร

โดยการประชุมคณะ กมธ.ยกร่างฯ นอกสถานที่ ที่พัทยา จ.ชลบุรี เมื่อปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เวลานั้นมีชุดความคิดใหญ่ที่ต่อสู้กัน 2 ชุด

ชุดที่ 1 ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการกำหนดเงื่อนไขการใช้เสียงในสภา 2 ใน 3 สำหรับการเป็นนายกฯ ของบุคคลที่ไม่ได้เป็น สส. เพราะการกำหนดให้ใช้เสียงในสภาในจำนวนที่สูงเกินไป อาจไม่ทันกับการแก้ไขวิกฤตการเมืองในอนาคต จึงเห็นว่าไม่ว่า สส.หรือคนนอกจะเป็นนายกฯ ก็ควรเข้ามาในตำแหน่งด้วยเสียงในสภาเกินกึ่งหนึ่งเหมือนกันก็น่าจะเพียงพอ

ชุดที่ 2 ฝ่ายที่เห็นด้วยกับการกำหนดเงื่อนไขการใช้เสียงในสภา 2 ใน 3 สำหรับการเลือกนายกฯ จากคนนอก เนื่องจากจะเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อกับประชาชนว่าคนนอกจะมาเป็นนายกฯ ได้ก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นจริงๆ เท่านั้น และเป็นหลักประกันที่แสดงให้เห็นว่าไม่มีทางที่นายทุนหรือบุคคลที่ไม่ผ่านการตรวจสอบจากประชาชนจะเข้ามาเป็นนายกฯ ได้ง่ายๆ

สุดท้ายที่ประชุมไม่สามารถหาทางออกร่วมกันได้ และต้องตัดสินด้วยการหยั่งเสียงก่อนที่ชุดความคิดแรกจะเป็นฝ่ายชนะ

ทว่า นับจากนั้นเป็นต้นมา คณะ กมธ.ยกร่างฯ ต้องเผชิญกับแรงกดดันและเสียงวิจารณ์พอสมควร โดยเฉพาะการถูกตั้งคำถามว่าการให้คนนอกเป็นนายกฯ โดยไม่กำหนดเงื่อนไขพิเศษ คือ ช่องทางที่นำไปสู่การสืบทอดอำนาจหรือไม่

เมื่อไม่กำหนดเงื่อนไขการเข้าสู่อำนาจของนายกฯ คนนอกไว้ให้ต่างจากนายกฯ ที่เป็น สส. ย่อมไม่ต่างอะไรกับการเติมเชื้อไฟทางการเมือง และสร้างกระแสความไม่ไว้วางใจ คสช.ให้เพิ่มมากขึ้น ทั้งๆ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.จะยืนยันหนักแน่นหลายครั้งว่าไม่คิดจะเป็นนายกฯ อีกก็ตาม

ยิ่งกระแสความไม่ไว้ใจ คสช.ผ่านร่างรัฐธรรมนูญมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีผลเสียต่อรัฐบาลและ คสช.มากขึ้นเท่านั้น ความดีที่รัฐบาลทำมาอาจไม่มีความหมายเลย หากตราบใดเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญยังคงสร้างความหวาดระแวงอยู่

ไม่เพียงเท่านี้ ย่อมส่งผลต่อชะตากรรมของร่างรัฐธรรมนูญในบั้นปลายด้วย เพราะมีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่สมาชิก สปช.จะลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ บนเหตุผลเรื่องนายกฯ คนนอกที่มีข้อบกพร่องดังกล่าว

ดังนั้น คณะ กมธ.ยกร่างฯ จึงจำเป็นต้องถอยหลังมาหนึ่งก้าวอย่างการยอมสร้างเงื่อนไขเรื่องนายกฯ คนนอกเพิ่มเข้าไป ภายใต้ความหวังว่าจะช่วยลดแรงกดดัน พร้อมกับสร้างความไว้วางใจให้มากขึ้นไปในตัว

เหนืออื่นใด ยังจะเป็นการช่วยสร้างต้นทุนความชอบธรรมของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้สูงขึ้น เพื่อรองรับการทำประชามติที่อาจจะมาถึงในอีกไม่ช้า

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI