
ระวังศก.มะกัน
ดูเหมือนว่า “ผีแรงงาน” ยังคงตามหลอกหลอนเศรษฐกิจสหรัฐอยู่เนืองๆ ครับ อย่างล่าสุดนั้น
โดย...ธนพล ไชยภาษี [email protected]
ดูเหมือนว่า “ผีแรงงาน” ยังคงตามหลอกหลอนเศรษฐกิจสหรัฐอยู่เนืองๆ ครับ อย่างล่าสุดนั้น ปริมาณการจ้างงานใหม่ในสหรัฐประจำเดือน มี.ค. ซึ่งมีการเปิดเผยตัวเลขกันออกมาตั้งแต่วันศุกร์นั้นก็อยู่ที่ 1.26 แสนตำแหน่งเท่านั้น ถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2013 ส่งผลให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนตัวลงในทันที โดยอ่อนตัวลงไป 1% เมื่อเทียบกับค่าเงินยูโรและอ่อนตัวลงไป 0.7% เมื่อเทียบกับค่าเงินเยนญี่ปุ่น
ทำไมปัญหาแรงงานในสหรัฐถึงยังไม่จบไม่สิ้น และทำไมถึงเป็นปัญหาต่อเศรษฐกิจสหรัฐนัก
นั่นเป็นเพราะว่าเศรษฐกิจสหรัฐเป็นเศรษฐกิจที่พึ่งพาการบริโภคของประชาชนเป็นหลักถึง 2 ใน 3 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมดทั้งมวล นั่นหมายความว่าเมื่อไหร่ก็ตาม ที่คนไม่มีงานทำก็ไม่มีพลังซื้อ เศรษฐกิจมะกันก็จะเติบโตได้อย่างไม่เต็มที่
และเพราะอะไรปัญหาแรงงานในสหรัฐถึงยังคงเป็นปัญหาอยู่มาจนถึงทุกวันนี้นับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจที่ระเบิดขึ้นเมื่อปลายปี 2008
แน่นอนว่า เทรนด์ของการทำกำไรของเอกชนสหรัฐนั้นยังคงอยู่ที่การลดต้นทุนการดำเนินการเพื่อทำกำไร
เมื่อภาคธุรกิจยังไม่ฟื้นตัว หลายบริษัทก็ต้องปรับเปลี่ยนลดต้นทุน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการลดจำนวนพนักงาน
ยิ่งไปกว่านั้น จากข้อมูลหลายๆ อย่างบ่งชี้ได้ว่า บริษัทในสหรัฐกำลังหันมาจ้างงานในตำแหน่งพนักงานชั่วคราวกันมากขึ้น ดังนั้น แม้ว่าตัวเลขการว่างงานของสหรัฐจะดีขึ้นในปัจจุบันจากเดิมที่เกือบ 10% ในช่วงปี 2009 แต่นั่นไม่ได้เป็นการรับประกันได้เลยว่าสถานการณ์การจ้างงานในสหรัฐจะดีขึ้นจริง
อีกทั้งจากปัญหาค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งตัวในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับอุตสาหกรรมน้ำมันในสหรัฐกำลังได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่หดตัวอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้การจ้างงานใหม่ของบรรดาเอกชนและบริษัทต่างๆ จึงอยู่ในทิศทางของการชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
ดังนั้น ปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐจึงยังคงโฟกัสอยู่ที่ปัญหาแรงงานเป็นหลักไม่ต่างจากเมื่อครั้งเกิดวิกฤตเศรษฐกิจใหม่ๆ ครับ
แน่นอนว่า จากตัวเลขสถานการณ์แรงงานที่ไม่สู้ดีเช่นนี้ กำลังจะส่งผลต่อการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แน่นอน ซึ่งน่าจะทำให้เฟดต้องชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยออกไปก่อน หรือไม่เฟดก็อาจจะต้องพิจารณามากขึ้น ว่าจะเริ่มการปรับขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไหร่ อย่างไร
ที่ผ่านมา เริ่มมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดหลายคน รวมไปถึง เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการเฟด ที่ออกมาส่งสัญญาณชัดครับว่า การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดจะต้องไม่เป็นการหันกลับมาทำร้ายเศรษฐกิจของสหรัฐเองครับ







