
สุริยะใสชี้สังคมรอพิสูจน์คสช.ใช้ม.44อย่างสร้างสรรค์
สุริยะใส ชี้สังคมรอการพิสูจน์จาก คสช.จะใช้ มาตรา44 อย่างสร้างสรรค์ได้อย่างไร จึ้นำร่องประเด็น ปรองดอง ปฎิรูปตำรวจ-พลังงาน-รุกที่ป่า-สงฆ์-ขบวนการปั่นหุ้น
สุริยะใส ชี้สังคมรอการพิสูจน์จาก คสช.จะใช้ มาตรา44 อย่างสร้างสรรค์ได้อย่างไร จึ้นำร่องประเด็น ปรองดอง ปฎิรูปตำรวจ-พลังงาน-รุกที่ป่า-สงฆ์-ขบวนการปั่นหุ้น
เมื่อวันที่ 6 เม.ย. นายสุริยะใส กตะศิลา อาจารย์วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัย รังสิต และ ผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวว่า ข้อถกเถียงในประกาศ คสช.ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวเป็นประเด็นที่ท้าทายและประชาชนก็รอการพิสูจน์จาก คสช.และรัฐบาลว่าจะนำไปใช้อย่างสร้างสรรค์ได้จริงหรือไม่ ทั้งนี้ประกาศที่ออกมาล่าสุดยังเน้นเรื่องความมั่นคงทำให้ถูกวิจารณ์จากองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนทั้งในและนอกประเทศ
"ในขณะนี้เชื่อว่ามีคนจำนวนมากอยากเห็นการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของหัวหน้า คสช. ไปแก้ปัญหาที่สะสมในเรื่องใหญ่ๆ ที่ระบราชการหรือกลไกปกติแก้ไขไม่ได้ เช่น การปรองดอง เรื่องปฏิรูปตำรวจ เรื่องพลังงาน การบุกรุกที่สาธารณะของกลุ่มทุนและการเมือง ปัญหาหลุมดำในวงการสงฆ์ หรือแม้แต่ขบวนการปั่นหุ้นอินไซด์เดอร์เทรดในตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น"นายสุริยะใสกล่าว
นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า ปัญหาเหล่านี้ซับซ้อนมีทั้งอำนาจในระบบและนอกระบบเชื่อมโยงทำงานเป็นขบวนการเป็นอำนาจซ้อนอำนาจ และอยู่เหนือกลไกรัฐมานาน ถ้าปล่อยให้กลไกปกติแก้ไขนอกจากจะทำไม่ได้แล้วกลไกรัฐที่เกี่ยวบางส่วนสมรู้ร่วมคิดและทำหน้าที่ปกป้องด้วยซ้ำไป ประชาชนจึงคาดหวังไม่ได้
"สิ่งท้าทาย คสช.เรื่องมาตรา 44 ไม่ใช่ประเด็นว่าจะทำให้ต่างประเทศหรือคนคัดค้านเขายอมรับได้อย่างไร แต่อยู่ที่ว่ามาตรา 44 จะถูกใช้อย่างสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์กับส่วนรวมได้อย่างไร"นายสุริยะใสกล่าว
นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า กลุ่มคนที่ค้านมาตรา 44 มี 2 กลุ่ม คือกลุ่มอำนาจเก่าที่ตั้งธงค้าน เพราะเสียประโยชน์จึงอยากกลับไปเลือกตั้งโดยเร็ว คนกลุ่มนี้อ้างเรื่องสิทธิมนุษยชนแต่กลับเป็นกลุ่มคนที่สนับสนุนนโยบายฆ่าตัดตอนกว่า 3,000 ศพในรัฐบาลทักษิณมาแล้ว อีกกลุ่มหนึ่งเป็นองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศต้องเร่งชี้แจง ทำความเข้าใจซึ่งถ้าอำนาจตามมาตรา 44 ถูกใช้อย่างสร้างสรรค์เสียงคัดค้านของกลุ่มนี้จะเบาบางลง
ทั้งนี้วิวาทะเรื่องสิทธิมนุษยชนในระบอบประชาธิปไตยไทยที่บางคนบอกว่าเวลานี้ถอดถอยที่สุด ผมว่าเป็นการมองแบบตัดตอนเกินไปในยุครัฐบาลทักษิณที่ชนะเลือกตั้งถล่มทลาย คนไทยจำนวนมากสนับสนุนนโยบายฆ่าตัดตอนถึงขั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกฯที่มาจากการเลือกตั้งและเชื่อกันว่ามีคะแนนนิยมสูงกว่าอดีตนายกฯคนอื่นๆ ถึงกับประกาศิตว่าใครที่เกี่ยวข้องกับยาเสพย์ติดไม่นอนวัดก็อยู่คุก
ฉะนั้นเรื่องที่ต้องคิดกันยาวๆ และเป็นต้นเหตุสำคัญคือการกลับมาของอำนาจนิยมในสังคมไทยทำไมจึงเริ่มเป็นกระแสและดูเหมือนได้รับการยอมรับมากขึ้น นักสิทธิมนุษยชนจึงต้องตั้งโจทย์ และแก้ปัญหาที่ต้นเหตุให้ถูกไม่ใช่มองแค่ปลายเหตุหรือปรากฎการณ์เท่านั้น







