
ผู้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัว ไปช็อปน้อยลง เลือกหาของใกล้บ้านแทน
กำลังซื้อที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ร้านค้าเหนื่อยไปตามๆ กัน ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์ จัดโปรโมชั่นกันไม่หยุด ขณะเดียวกันผู้บริโภคก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันไปซื้อสินค้าคราวละเล็กน้อย และเลือกซื้อสินค้ากับร้านใกล้บ้าน คาดว่าในปี 2558 การแข่งขันทางธุรกิจยังจะต้องเหนื่อยอีกปี และจะต้องจับความต้องการของลูกค้าให้ถูกต้องถึงจะเป็นผู้ชนะ
กำลังซื้อที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ร้านค้าเหนื่อยไปตามๆ กัน ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์ จัดโปรโมชั่นกันไม่หยุด ขณะเดียวกันผู้บริโภคก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันไปซื้อสินค้าคราวละเล็กน้อย และเลือกซื้อสินค้ากับร้านใกล้บ้าน คาดว่าในปี 2558 การแข่งขันทางธุรกิจยังจะต้องเหนื่อยอีกปี และจะต้องจับความต้องการของลูกค้าให้ถูกต้องถึงจะเป็นผู้ชนะ
ฮาร์เวิร์ด ชาง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ได้จัดทำผลการวิจัยพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภคเชิงลึกในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีอัตราการบริโภคสูง หรือเอเอ็มซีจี (Fast moving consumer goods) ช่วงปี 2557 พบว่า ผู้บริโภคมีการใช้จ่ายซื้อสินค้าในกลุ่มเอฟเอ็มซีจีเติบโตเพียง 3% เท่านั้น ถือเป็นอัตราการเติบโตต่ำสุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากผู้บริโภคชะลอกำลังซื้อภายหลังได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบเศรษฐกิจและการเมืองที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ดี แม้ปีที่ผ่านมาประเทศไทยจะมีภาพรวมกลุ่มสินค้าเอฟเอ็มซีจีเติบโตต่ำสุดรอบ 10 ปี แต่หากนำมาเปรียบเทียบประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคยังถือว่ามีอัตราเติบโตที่ดี ไม่ว่าจะเป็นฟิลิปปินส์หรืออินโดนีเซีย เนื่องจากประเทศดังกล่าวปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคมีค่าใช้จ่ายซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น ทำให้ไม่สอดคล้องกับกำลังซื้อที่ชะลอตัว
ทั้งนี้ จากปัจจัยลบในไทยส่งผลให้กลุ่มธุรกิจค้าปลีกประเภทไฮเปอร์มาร์เก็ต เช่น บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ และเทสโก้ โลตัส ได้รับผลกระทบ เนื่องจากความถี่ในการเข้าไปใช้บริการของผู้บริโภคลดลงอย่างต่อเนื่อง จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นส่งผลให้ยอดซื้อต่อบิลปรับตัวลดลงตามไปด้วย
ปี 2557 เทสโก้ โลตัส มียอดซื้อต่อบิลต่อปีอยู่ที่ 3,035 บาท ลดลงจากปี 2556 ที่มี 3,251 บาท เช่นเดียวกับ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ปี 2557 มียอดซื้อต่อบิลต่อปี 2,671 บาท ลดลงจากปี 2556 ที่มี 2,683 บาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการไฮเปอร์มาร์เก็ตทั้งสองรายต้องออกมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย ทำโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่อง
แม้ทางฝั่งไฮเปอร์มาร์เก็ตมียอดขายลดลง แต่ร้านคอนวีเนียนสโตร์กลับมียอดขายเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะร้านเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส เนื่องจากผู้บริโภคปรับพฤติกรรมหันมาซื้อสินค้าจำเป็นใกล้บ้าน แต่ยังคงเลือกร้านค้าปลีกที่คุ้นเคย ดังนั้น ผู้บริโภคจึงหันมาซื้อสินค้าในร้านเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส แทนซื้อในห้างเทสโก้ โลตัส ที่เป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต
“นอกจากผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อมากขึ้น และยังซื้อสินค้าขนาดเล็กลง เนื่องจากไม่ต้องการจ่ายเงินเป็นก้อนเหมือนซื้อสินค้าในไฮเปอร์มาร์เก็ต ทำให้ร้านสะดวกซื้ออย่าง เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส มียอดซื้อสินค้าต่อบิลต่อปีในปี 2557 อยู่ที่ 1,546 บาท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่มี 1,390 บาท” ฮาร์เวิร์ด กล่าว
นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังพบว่าผู้บริโภคตัดการใช้จ่ายกลุ่มสินค้าที่ไม่จำเป็นออกไปหลายรายการ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย สินค้าที่ลดการใช้จ่าย ประกอบด้วย ชาสำเร็จรูป สบู่เหลว น้ำผลไม้ นมผงสำหรับเด็ก น้ำยาบ้วนปาก ขนมขบเคี้ยว ครีมนวดผม ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม และครีมบำรุงผม เป็นต้น
ฮาร์เวิร์ด ปิดท้ายว่า สำหรับปีนี้แนวโน้มกำลังซื้อผู้บริโภคมีความหวังว่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากประเทศไทยมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ส่วนปัญหาหนี้ครัวเรือนโดยเฉพาะการซื้อรถคันแรกเริ่มปรับตัวดีขึ้น จึงคาดว่าสิ้นปีนี้ภาพรวมกลุ่มสินค้าเอฟเอ็มซีจีจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 3-5%
คงต้องลุ้นกันต่อไปว่ากำลังซื้อจะเข็นขึ้นทันไหมในช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดว่าเอกชนคงต้องใช้กลยุทธ์โปรโมชั่น จัดกิจกรรมสร้างสีสันเพื่อดันยอดขายกันเต็มที่ และขอมีส่วนร่วมในการกระตุ้นเศรษฐกิจบ้าง







