
ขายรถฝืดหนัก
มอเตอร์โชว์พลาดเป้าเข็นไม่ถึง 4 หมื่นคัน ผลกำลังซื้อนิ่ง คาดเงินสะพัด 5-6 หมื่นล้าน
มอเตอร์โชว์พลาดเป้าเข็นไม่ถึง 4 หมื่นคัน ผลกำลังซื้อนิ่ง คาดเงินสะพัด 5-6 หมื่นล้าน
นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ในฐานะรองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 36 (25 มี.ค.-5 เม.ย.) เปิดเผยว่า ปีนี้ยอดจองรถยนต์ในงานคงไม่ถึงเป้าหมาย 4 หมื่นคัน ตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่กำลังซื้อผู้บริโภครถยนต์ราคาเกิน 1 ล้านบาท ยังมีต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับราคารถยนต์เฉลี่ยในงานสูงขึ้นอยู่ที่ 1.5 ล้านบาท/คัน เทียบกับปีก่อน 9 แสน-1 ล้านบาท/คัน ทำให้เม็ดเงินสะพัดเพิ่ม
ทั้งนี้ จากข้อมูลเบื้องต้นถึงวันที่ 4 เม.ย. สรุปยอดจองรถยนต์รวม 2.75 หมื่นคัน ยังไม่รวมรถบางยี่ห้อ
สำหรับยอดผู้ชมงานปีนี้ 1.68-1.7 ล้านคน เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.5 ล้านคน เงินสะพัด 5-6 หมื่นล้านบาท สูงขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 4-5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากรถยนต์ขนาดกลางขึ้นไปได้รับความนิยม ประกอบกับรถยนต์ระดับพรีเมียมราคาเกิน 1.5 ล้านบาท จนถึงรถยนต์ 30 ล้านบาท ได้รับความนิยมสูง
นายกฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า จากการร่วมงานครั้งนี้มองว่าบริษัทผลิตรถยนต์ในไทยต้องทำการบ้านหนักต่อไป เนื่องจากกำลังซื้อผู้บริโภคยังไม่ฟื้นเท่าที่ควร อีกทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคไตรมาสแรกปีนี้ยังลดต่อเนื่อง
นายสมภพ ปฏิภานธาดา ผู้จัดการทั่วไปส่วนงานการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) กล่าวว่า เร็วไปที่จะบอกว่างานมอเตอร์โชว์ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคในอุตสาหกรรมยานยนต์ให้ฟื้นตัวเป็นปกติ กำลังซื้อยังอยู่ในภาวะชะลอตัว และรอการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐที่อยู่ระหว่างดำเนินโครงการต่างๆ
คาดว่าตลาดครึ่งปีแรกยังทรงตัว หวังว่าเริ่มฟื้นตัวครึ่งปีหลัง ส่วนทั้งปีนี้ตลาดรถยนต์ไทยน่าจะอยู่ที่ 8.8 แสนคัน ใกล้กับปีก่อน
นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ทุกค่ายรถยนต์ลดกำลังการผลิตลงในเดือน เม.ย. เนื่องจากติดวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และผู้บริโภคเก็บเงินเพื่อท่องเที่ยว ซึ่งอาจส่งผลให้ปีนี้ผู้ผลิตรถยนต์น่าจะปรับลดประมาณการยอดขายของภาพรวมตลาดรถยนต์ปี 2558 ลงเหลือต่ำกว่า 9 แสนคัน จากต้นปีประมาณการไว้ที่ 9.2 แสนคัน







