posttoday
โดรนกับภารกิจที่ไม่มีใครกล้าเสี่ยง

โดรนกับภารกิจที่ไม่มีใครกล้าเสี่ยง

05 เมษายน 2558

เครื่องบินไร้คนขับไม่ได้มีไว้ใช้งานสำหรับเป็นยุทโธปกรณ์ที่มีสมรรถนะสูงภายในกองทัพเท่านั้น

เครื่องบินไร้คนขับไม่ได้มีไว้ใช้งานสำหรับเป็นยุทโธปกรณ์ที่มีสมรรถนะสูงภายในกองทัพเท่านั้น แต่โดรนที่ใช้งานโดยพลเรือนเองก็สามารถนำไปใช้ทำงานที่หลากหลาย โดยเฉพาะงานที่ไม่เหมาะกับการนำเอาชีวิตของมนุษย์เข้าไปเสี่ยง โดรนบางรุ่นเข้าไปทำหน้าที่แทนนักผจญเพลิง ในขณะที่โดรนบางรุ่นก็ช่วยร่างแผนที่แสดงพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนของกัมมันตภาพรังสี

เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟูกุชิมาไดอิชิของญี่ปุ่น 3 เตา เกิดการหลอมละลายเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2011 จนระเบิด

และปลดปล่อยกัมมันตภาพรังสีออกมาปกคลุมบริเวณโดยรอบ ประชากรหลายแสนคนต้องอพยพออกจากพื้นที่ดังกล่าว โดยพื้นที่อันตรายซึ่งไม่เหมาะกับการอยู่อาศัยนี้มีเฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็กลำหนึ่งสำรวจเหนืออาคารเรียนในตัวเมือง ที่ระดับความสูงเพียงไม่กี่เมตร เฮลิคอปเตอร์ไร้นักบินลำนี้ควบคุมการบินจากระยะไกลโดย ดร.ทอม สกอต ซึ่งนั่งทำงานอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยห่างออกไปจากบริเวณที่ปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสี

เยียวยาผู้ประสบภัย

เครื่องบินไร้คนขับ หรือโดรนฝ่ายพลเรือนยังมีภารกิจอีกมากมายที่นักวิทยาศาสตร์กำลังจะพัฒนาให้พวกมันทำงานอย่างเหมาะสม ตัวอย่างเช่น การให้หุ่นยนต์บินได้พวกนี้นำยารักษาโรคไปส่งยังพื้นที่ประสบภัยพิบัติ หรือหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกล

ถนนสายหลักส่วนใหญ่ในทวีปแอฟริกาบริเวณตอนใต้ของทะเลทรายสะฮารานั้นยากต่อการเดินทางในช่วงฤดูฝน การขนส่ง ยารักษาโรคโดยเครื่องบินหรือเฮลิคอปเตอร์ก็มีค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป บริษัท แมตเทอร์เน็ต (Matternet) จากสหรัฐอเมริกา จึงวางระบบขนส่งผ่านโดรน โดยโดรนแต่ละลำสามารถบรรทุกยาหนัก 2 กิโลกรัม ไปส่งยังอีกจุดหนึ่งซึ่งห่างออกไป 10 กิโลเมตรได้ภายในเวลา 15 นาที ระบบที่ออกแบบขึ้นมานี้ทำงานเหมือนกับการ “วิ่งผลัด” ด้วยการส่งต่อกล่องบรรจุยาให้กับโดรนลำต่อไป เมื่อเดินทางมาถึงยังสถานี หลังจากนั้นโดรนที่รับช่วงต่อก็จะออกเดินทางต่อไป ในขณะที่โดรนที่เพิ่งนำของมาส่งก็จะชาร์จไฟรอจนเต็ม นอกจากนี้โดรนยังสามารถนำตัวอย่างเลือดของผู้ป่วยที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลกลับมาตรวจวิเคราะห์ที่โรงพยาบาล และฝากยากลับไปให้คนไข้พร้อมกับโดรนอีกลำหนึ่ง ซึ่งในปี 2012 ที่ผ่านมา บริษัท แมตเทอร์เน็ตได้ทดสอบระบบนี้ในประเทศเฮติเรียบร้อยแล้ว

บริษัทจัดส่งสินค้าในประเทศจีนใช้โดรนในการส่งพัสดุไปยังผู้พักอาศัยในเมืองตงก่วน ในขณะที่เมืองใหญ่อย่างนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ก็มีแผนธุรกิจที่จะส่งหนังสือไปให้กับบรรดาเด็กนักเรียนผ่านระบบโดรนเช่นเดียวกัน โดรนขนส่งสินค้าจะใช้จีพีเอสค้นหาที่อยู่ของผู้รับและลอยตัวอยู่หน้าประตูบ้านจนกว่าเจ้าของสินค้าชิ้นนั้นจะสั่งให้มันหย่อนกล่องพัสดุผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน

โดรนตรวจวัดปริมาณรังสี

เป็นเวลาหลายปีที่ ดร.ทอม สกอต ได้อุทิศเวลาให้กับการพัฒนาและทดสอบโดรนขนาดเล็กสำหรับภารกิจพิเศษในการบินสำรวจเหนือโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับโรงไฟฟ้าฟูกุชิมา นอกจากเสียงมอเตอร์ของโดรนที่กำลังทำงานอยู่ ก็จะมีเสียงนกที่ส่งเสียงออกมาให้เราได้ยินเป็นระยะ ธรรมชาติเริ่มกลับคืนสู่สภาพเดิมหลังจากถูกทิ้งร้างมานาน ต้นไม้ใบหญ้าค่อยๆ แทรกตัวขึ้นตามรอยแยกของพื้นปูนบนซากปรักหักพังที่กระจายตัวอยู่โดยรอบ

สกอตทำงานร่วมกับทีมวิจัยในมหาวิทยาลัยบริสตอล ประเทศอังกฤษ และศูนย์วิจัยนิวเคลียร์บริสตอล-ออกซฟอร์ด เพื่อจัดทำแผนที่แสดงปริมาณรังสีรอบบริเวณโรงเรียนก่อนที่จะกลับมาเปิดทำการอีกครั้งตามที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ โดรนที่พัฒนาขึ้นมานี้มีแผนที่แสดงรายละเอียดของโรงเรียนและพื้นที่โดยรอบแบบ 3 มิติเก็บไว้ สัญญาณจีพีเอสจะช่วยควบคุมให้มันบินไปตามเส้นทางที่ป้อนข้อมูลเข้าไป ซึ่ง ทอม สกอต จะคอยติดตามการบินผ่านคอมพิวเตอร์โดยดูจากภาพถ่ายวิดีโอและปริมาณรังสีที่โดรนตรวจวัดได้ แผนที่ที่โดรนสร้างขึ้นจะมีความละเอียดมากกว่าการทำแผนที่รังสีโดยเฮลิคอปเตอร์ทั่วไป เนื่องจากมันบินได้ช้าและเข้าใกล้สิ่งปลูกสร้างได้มากกว่านั่นเอง

ผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วโมง โดรนก็สร้างแผนที่แสดงปริมาณรังสีรอบๆ โรงเรียนได้สำเร็จ ขั้นตอนต่อไปก็คือ การขจัดการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี ซึ่งจะนำเอาหน้าดินที่ปนเปื้อนออกไปจากพื้นที่ ทำให้งานในขั้นตอนถัดไปของเจ้าหน้าที่มีความเสี่ยงน้อยลง

เฝ้าระวังการก่อการร้าย

ถึงตอนนี้ บริษัท เทปโก้ ผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ก็ยังไม่อนุญาตให้โดรนเข้าใกล้บริเวณโรงไฟฟ้าจนกว่าจะมั่นใจได้ว่าโดรนที่กำลังบินอยู่จะไม่ชนเข้ากับถังบรรจุน้ำหล่อเย็น ซึ่งปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสี นอกจากนี้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทุกแห่งในโลกก็มีมาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดไม่ให้เครื่องบินเข้าใกล้บริเวณโรงงาน เพื่อป้องกันการก่อการร้ายดังที่เคยเกิดขึ้นแล้วกับตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ในนครนิวยอร์ก ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงอนุญาตให้เฉพาะโดรนที่บังคับการบินโดยชาวญี่ปุ่นเท่านั้นถึงจะบินสังเกตการณ์เหนือซากปรักหักพังของโรงงานได้ นักวิทยาศาสตร์ที่ทำหน้าที่บังคับโดรนจึงต้องได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีจากทีมผู้พัฒนาชาวอังกฤษ รัฐบาลเองก็เตรียมส่งโดรนเข้าไปสำรวจเตาปฏิกรณ์ที่ปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีเพื่อถ่ายภาพและทำแผนที่รังสี

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้