
7 เม.ย.รู้ผลตรวจ ‘โบนันซ่า’ รัฐมั่นใจหลักฐานเอาผิด
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
การตรวจสอบสนามแข่งรถ อินเตอร์เนชั่นแนลโบนันซ่า สปีดเวย์ ในโครงการโบนันซ่า เขาใหญ่ ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เนื้อที่กว่า 151 ไร่ ของ ไพวงษ์ เตชะณรงค์ นักธุรกิจรายใหญ่ ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบว่าที่ดินดังกล่าวมีเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. เพียง 47 ไร่ ขณะที่อีก 104 ไร่ ไม่มีเอกสารสิทธิมายืนยัน ซึ่งการตรวจสอบที่ดินจะได้ผลสรุปว่าที่ดินดังกล่าวได้มาโดยถูกต้องหรือไม่ ในวันที่ 7 เม.ย.นี้
มลศักดิ์ จงรักษ์ หัวหน้าสำนักงานที่ดิน จ.นครราชสีมาเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน จ.นครราชสีมา สาขาปากช่อง ได้รายงานมาด้วยวาจาว่ามีที่ดินบางส่วนของสนามแข่งรถอยู่นอกเอกสารสิทธิ บางส่วนมี น.ส.3 ก. ซึ่ง น.ส.3 ก.นี้ออกมาหลายปีแล้ว
“ผมได้สั่งการลงไปในรัศมี 1 กิโลเมตร จากจุดเกิดเหตุว่ามีส่วนไหนอีกที่มีปัญหา ที่ลงไปตรวจพบมีการสร้างออกมาในนอกเขตของ น.ส.3 ซึ่งทางเจ้าของก็ยอมรับแล้วว่าเขาก่อสร้างออกมานอกเขตและยินดีที่จะส่งคืนพื้นที่ ถ้ามีการส่งคืน ทางป่าไม้หรืออุทยานแห่งชาติจะดำเนินการต่อไป” มลศักดิ์ กล่าว
หัวหน้าสำนักงานที่ดิน จ.นครราชสีมา กล่าวอีกว่า ที่ดินแปลงนี้อยู่คาบเกี่ยวกับเขตป่าสงวนแห่งชาติ การจะออกโฉนดจะต้องปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด ทางผู้ขอเลยยังไม่มาขอออกโฉนด วันที่ 7 เม.ย.นี้จะได้ข้อมูลเบื้องต้นจากสำนักงานที่ดิน จ.นครราชสีมา สาขาปากช่อง ถ้าตรวจพบว่ามีหลักฐานเอกสารสิทธิบริเวณใดของโบนันซ่า ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย สำนักงานที่ดิน จ.นครราชสีมา จะต้องรายงานให้ ธงชัย ลืออดุลย์ ผวจ.นครราชสีมา และกรมที่ดิน เพื่อดำเนินการเพิกถอนแก้ไขตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ต่อไป
“เอกสารที่ดินออกเป็น น.ส.3 ก. เนื่องจากสมัยก่อนเป็นการเดินสำรวจแล้วออกให้กับราษฎรผู้ถือครอง โดยเป็นชื่อของราษฎรแล้วมีการซื้อขายเปลี่ยนมือ ต่อมามีการโอนมาเป็นกรรมสิทธิของโบนันซ่า ส่วนจะใช้ในนามนิติบุคคลหรือชื่อบุคคลธรรมดานั้นยังไม่ได้ตรวจสอบตรงนี้ แต่ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียดทุกแปลง เพราะบางแปลงเป็นชื่อของนิติบุคคล ต้องดูให้ละเอียดและชัดเจน เพราะที่ดินของโบนันซ่ามีเป็นจำนวนหลายพันไร่ และจุดเกิดเหตุเป็นจุดที่อยู่ในซอกเขา”
ด้าน ธงชัย ผวจ.นครราชสีมา กล่าวว่า เมื่อใช้ภาพถ่ายทางอากาศ และใช้ระบบ GPS วัดพิกัด จะสามารถรู้ได้ทันทีว่า ที่ไหนถูกบุกรุกบ้างแล้ว ดังนั้นเมื่อที่ดินดังกล่าวมีการออกโฉนดแล้ว หากมีผู้กล่าวอ้างว่าเอกสารของรัฐออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นต้องเป็นผู้นำสืบ ซึ่งกรณีนี้ทางทหารเป็นผู้ดำเนินการนำสืบ หากพบบุกรุกจริงก็ต้องทำการเพิกถอนโฉนดได้ทันที
“ต้องไล่เรียงมาแต่ต้นว่า ที่มีผลในวันนี้เกิดมาจากเหตุอะไร ใครเป็นคนทำไว้ มีเจ้าหน้าที่รัฐคนไหนบ้างที่เกี่ยวข้อง ส่วนคนที่ไม่ได้ทำผิด ก็ไม่จำเป็นต้องไปกังวลอะไร แต่คนที่เป็นต้นเหตุของการบุกรุกป่าสงวนครั้งนี้ ก็จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายทุกราย”
อย่างไรก็ตาม กรณีโบนันซ่าถูกโยงเข้าเป็นประเด็นทางการเมือง ในฐานะที่ ไพวงษ์ เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับพรรคเพื่อไทย อีกทั้งโบนันซ่าเขาใหญ่ก็เคยเป็นสถานที่ชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงมาแล้วหลายครั้ง การตรวจสอบที่ดินโบนันซ่าเขาใหญ่ จึงถูกมองไปว่าเป็นการทำลายฐานสนับสนุนพรรคเพื่อไทยและกลุ่มเสื้อแดง
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะที่กำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งเข้าตรวจสอบเรื่องนี้ร่วมกับกองทัพภาคที่ 2 บอกอย่างมั่นใจว่า ในทางพฤตินัยน่าจะชัดเจน
“ยังต้องให้เวลาในการสอบสวนเรื่องนี้ เพราะคดีเพิ่งดำเนินการ แต่ในทางพฤตินัยก็น่าจะชัดเจน ซึ่งเรื่องราวมันมีแนวทางอยู่แล้ว แต่ขอให้เราดำเนินการโดยต้องมีคุณธรรม ไม่กลั่นแกล้งเขา ให้เขาได้รับความเป็นธรรม และอย่าพยายามผูกโยงผมในเรื่องดังกล่าวไปเกี่ยวกับเรื่องขั้วการเมือง ต้องแยกประเด็น เรื่องโบนันซ่า เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ดำเนินการ ผมต้องเรียกให้เขารายงานรายละเอียดว่าไปปฏิบัติการบริเวณไหนบ้าง และต้องให้ความเป็นธรรมกับโบนันซ่าเพราะเรื่องมันยังไม่จบ เรามีระบบตรวจสอบแล้ว และจะได้ตอบได้ว่า ทำไมจึงไม่ดำเนินการในช่วง 3-4 ปี ที่ผ่านมา” พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวถึงการตรวจสอบที่ดินโบนันซ่า
อีกไม่กี่วันข้อมูลหลักฐานต่างๆ ก็จะชัดเจนขึ้น







